ป.ป.ช.ฟัน'พนม'กับพวกรวม 6 คน ทุจริตเงินทอนวัดส่งอัยการฟ้องศาลฟันอาญา


เพิ่มเพื่อน    

7 ส.ค. 61-   ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า สืบเนื่องจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ส่งเรื่องกล่าวหานายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก กรณีทุจริตการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์ประจำปีงบประมาณ 2558 ที่ได้จัดสรรให้วัดใน จ.ลำปาง ประกอบด้วย วัดวัฒนาราม วัดอุมลอง วัดบ้านอ้อ วัดทุ่งต๋ำ วัดหาดปู่ด้าย และใน จ.แพร่ คือวัดศรีบุญนำ รวม 24,000,000 บาท และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการนั้น

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในช่วงประมาณปลายปี 2557 พระศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี เจ้าอาวาสวัดบ้านอ้อในขณะนั้น ได้ติดต่อไปยังนางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสาสุทธิ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนสถาน เพื่อขอความช่วยเหลือในการขอเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด และการพัฒนาวัดประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งต่อมานางณัฐฐาวดี ได้นำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งยัง น.ส.ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน โดย น.ส.ประนอม ได้แจ้งนางณัฐฐาวดี ว่าให้ไปแจ้งแก่วัดที่ต้องการเงินงบประมาณ ว่าหากวัดต้องการที่จะได้รับเงินงบประมาณจะต้องโอนเงินคืนมาประมาณ 70 – 80 % จากนั้นนางณัฐฐาวดี จึงได้ติดต่อไปยังพระศิวโรจน์ เกี่ยวกับเงื่อนไขดังกล่าว ซึ่งเมื่อพระศิวโรจน์ ได้ยอมรับเงื่อนไขแล้ว ก็ไปติดต่อวัดต่างๆ ที่ตนรู้จัก ได้แก่ ใน จ.ลำปาง ประกอบด้วย วัดวัฒนาราม วัดอุมลอง วัดทุ่งต๋ำ วัดหาดปู่ด้าย และ จ.แพร่ คือ วัดศรีบุญนำ โดยอ้างว่าตนสามารถช่วยเหลือให้ได้รับงบประมาณได้ และได้แจ้งชื่อวัดทั้ง 6 วัด ประกอบด้วย วัดบ้านอ้อ ซึ่งเป็นวัดที่พระศิวโรจน์ เป็นเจ้าอาวาสเอง วัดวัฒนาราม วัดอุมลอง วัดทุ่งต๋ำ วัดหาดปู่ด้าย และวัดศรีบุญนำ ให้แก่นางณัฐฐาวดี

ต่อมานายพนม และ น.ส.ประนอม ได้สั่งการให้นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ กองพุทธศาสนสถาน ดำเนินการจัดทำเอกสารบันทึกขออนุมัติการ ใช้จ่ายเงินประจำงวด เพื่อเสนอชื่อวัดที่ น.ส.ประนอม คงพิกุล ได้ติดต่อไว้แล้ว เพื่อเสนอต่อนายพนม ให้อนุมัติงบประมาณเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด และนายพนม ได้อนุมัติเงินงบประมาณวัดละ 4,000,000 บาท เมื่อได้มีการอนุมัติเงินงบประมาณแล้ว น.ส.ประนอม จึงให้นางณัฐฐาวดี ไปแจ้งพระศิวโรจน์ ว่าวัดต่างๆ จะต้องโอนเงินกลับคืนมาจำนวนเท่าใด และพระศิวโรจน์ เมื่อได้รับเงินโอนกลับคืนมาแล้วจะต้องโอนเงินต่อไปยังบัญชีของบุคคลดังนี้ 1. นางณัฐฐาวดี 2. พระครูวิสุทธิวัฒนกิจ และ 3. น.ส.อุบล ดิษฐ์ด้วง ซึ่งในรายของพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ และ น.ส.อุบล ดิษฐ์ด้วงนั้น นายวสวัตติ์ ไปขอใช้บัญชีดังกล่าวตามคำสั่งของ น.ส.ประนอม คงพิกุล

หลังจากนั้นพระศิวโรจน์ ได้ไปแจ้งแก่เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวทั้ง 5 วัด และดำเนินการโอนเงินจากบัญชีของวัดดังกล่าว และวัดบ้านอ้อ ซึ่งตนเป็นเจ้าอาวาสอยู่ด้วย มายังบัญชีส่วนตัวของพระศิวโรจน์ ต่อมาพระศิวโรจน์ได้โอนเงินไปยังบุคคลที่นางณัฐฐาวดี ได้แจ้งไว้หลังจากที่ได้รับเงินแล้ว และนางณัฐฐาวดี ได้ถอนเงินให้แก่ น.ส.ประนอม ตามที่ น.ส.ประนอม ได้สั่งการ ส่วนน.ส.อุบล และพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ นั้น นายวสวัตติ์ ได้ดำเนินการพาไปถอนเงิน และเมื่อได้รับเงินแล้ว จึงนำเงินไปให้ น.ส.ประนอม

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ 1.นายพนม มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 มาตรา 90 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 2.น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และมาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 90 และมาตรา 91 และมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

3.นางณัฐฐาวดี มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 90 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และ4.นายศิวโรจน์ และ น.ส.อุบล มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 90 และมาตรา 91 ให้ส่งรายงานและเอกสารพร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยและ ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป.


เมื่อวาน เปิดเฟซ....... เห็นภาพที่คุณ Aks Imaginate โพสต์ไว้ ชอบใจมาก เป็นภาพหนังสือพิมพ์ตั้งๆ จำนวนมาก ไม่ได้แกะเชือกมัด โรงพิมพ์ส่งมาสภาพไหน ก็ยังคงอยู่ในสภาพนั้น ไม่ได้ขายเลย

ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'