เรื่องเล่าต่อ...สอนใจ


เพิ่มเพื่อน    

    ส่งกันมาเป็นภาษาต่างด้าวสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งแปลว่าไม่ได้เกิดในบ้านเราอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อถึงบทสรุปของเรื่อง ก็ยิ่งบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่วัฒนธรรมของความเป็นไทย 
    ...เรื่องเกิดขึ้นในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์แห่งหนึ่ง 
    พนักงานสาวต้องการเช็กงานก่อนกลับบ้านว่าเรียบร้อยหรือไม่ จึงเดินเข้าไปที่ห้องแช่แข็งเนื้อสัตว์ ซึ่งก็เป็นการทำงานตามปกติของเธอ
    แต่วันนี้ ...โชคร้าย ประตูห้องเย็นปิดล็อก เธอถูกขังอยู่ข้างใน ซึ่งเวลานั้นเป็นช่วงเวลาเลิกงาน จึงไม่มีใครรู้ว่าเธอยังติดอยู่ข้างในห้องนั้น 
    เธอส่งเสียงร้องเรียกให้คนมาช่วย ทั้งร้องไห้ ทั้งทุบประตู แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน เธอเริ่มแน่ใจแล้วว่า เธอคงไม่มีทางรอดแน่ กับสภาพอากาศหนาวยะเยือก เธอค่อยๆ อ่อนแรง แต่ขณะที่เธอกำลังเผชิญหน้ากับความตาย จู่ๆ ประตูห้องแช่แข็งก็เปิดออก 
    ทั้งดีใจและแปลกใจ เพราะคนที่มาเปิดประตูเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่มิได้มีหน้าที่อะไรในบริเวณนั้นเลย 
    เมื่อค่อยยังชั่วจากภาวะวิกฤติ 5 ชั่วโมงในห้องเย็น พนักงานสาวสอบถามด้วยความสงสัยว่า ทำไม รปภ.ถึงมาช่วยเธอได้ 
    รปภ.ตอบว่า "ผมทำงานเป็น รปภ.ของที่นี่มา 35 ปี ทุกวันพนักงานเข้า-ออกเป็นร้อยๆ คน แต่มีคุณคนเดียวที่ทักทายผม และร่ำลาตอนเลิกงานทุกวัน ไม่ได้ทำเหมือนผมไม่มีตัวตนในโรงงานนี้ วันนี้คุณบอกสวัสดีผมตอนเช้า แต่ตอนเย็นไม่เห็นคุณเลย ทำให้ผมต้องเข้ามาในโรงงานเพื่อตรวจดู"
    "แค่เพียงคำทักทายของคุณ ทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาว่าหน้าที่ของผมยังมีความหมาย เมื่อไม่ได้เห็นคุณตอนเลิกงานในวันนี้ ทำให้ผมต้องเข้ามาตรวจทุกจุดเพื่อตามหาคุณ จนกระทั่งมาพบคุณที่ห้องแช่แข็ง"
    นี่ต้องเรียกว่า ความมีน้ำใจ มีเมตตาของพนักงานสาว ที่เห็นเพื่อนมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน ช่วยชีวิตเธอไว้
    แต่มนุษย์ป้าว่า เรื่องแบบนี้ในบ้านเราคงจะเดายากว่าจะจบลงอย่างไร เพราะคนไทยเป็นคนมีมิตรจิตมิตรใจกับทุกคน ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายกับทุกผู้คนเป็นเรื่องปกติ ไม่รู้จักมักจี่ก็นับถือกันเป็นพี่ เป็นป้า เป็นน้า เป็นลูก..จริงไหม
    บางคนถือตัวบ้างก็จะนึกในใจว่า ใครเป็นป้าเธอ! หรือบางคนรู้สึกรับไม่ได้กับคำเรียกว่า "ป้า" ก็จะหงุดหงิด มีน้ำโหกันเลยทีเดียวว่า ชั้นยังไม่แก่สักหน่อย 5555 นี่แหละเสน่ห์ของสังคมไทย. 
                                        "ป้าเอง" 
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.