'นิกร' ชี้ กกต.ตกเป็นหนังหน้าไฟ ปมสามมิตรเดินสายดูด


เพิ่มเพื่อน    

'นิกร'ชี้ กกต.ตกเป็นหนังหน้าไฟปมสามมิตรเดินสายดูด  ทำได้แค่ปราม เบาๆลงหน่อย รอคสช.ปลดล๊อค


13 ส.ค.61- นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตรวจสอบกรณีกลุ่มการเมือง เช่น กลุ่มสามมิตร หรือพรรคการเมือง เดินสายพบปะประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เป็นการกระทำนั้นผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่  ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของ กกต. แต่เหมือน กกต. ตกเป็นหนังหน้าไฟ จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้  

นายนิกร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม จะต้องมองข้อกฎหมายเรื่องนี้เป็นสองอย่าง สำหรับกฎหมายพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่ยังไม่เป็นพรรคการเมืองอาจจะไม่ผิด แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองคงมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีปัญหานั้นคือ ขัดต่อคำสั่ง คสช. ที่สั่งไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เกิน 5 คน ในขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการไปทาบทามสมาชิกนั้นถือว่าไม่เป็นไร เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและตีความยาก จึงกลายเป็นว่า กกต.เป็นหนังหน้าไฟไป ตกอยู่ในสภาวะที่อยู่ยาก ไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำก็อาจจะมีปัญหาได้แล้วยังอยู่ในช่วงท้ายที่กำลังจะหมดวาระ น่าเห็นใจ

นายนิกร กล่าวว่า เพราะถ้ากกต.ไม่ทำอะไรเลยปัญหาก็จะไหลไปที่ คสช. ตนเองมองว่าเป็นการปรามมากกว่า แต่ถ้ายังฝืนทำกันต่อไปจะเป็นปัญหาทั้งองค์รวมในอนาคต ไม่เป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย ดังนั้น อีกไม่กี่วันจะได้คลายล็อคกันแล้ว เพื่อให้ไปต่อกันได้ ดังนั้น คิดว่าน่าจะเบาๆ ลงกันหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่าอีกข้างทำได้ อีกข้างทำไม่ได้ มันจะลักลั่นกัน คงไม่ดีต่อทุกๆคน รอให้เขาคลายล็อคแล้วทุกๆ คนดำเนินการกันไปอย่างเสมอกัน

เมื่อถามถึงกรณี กกต. ต้องการขอใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้ง นายนิกร กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นปัญหา เนื่องจากไปผูกกันหมดทั้งเขตเลือกตั้ง เรื่องตัวแทนประจำจังหวัด เพราะหากไม่มีเขตเลือกตั้งจะเริ่มทำอะไรไม่ได้ และในการทำจะต้องให้ประชาชนหรือพรรคการเมืองให้ความเห็น แต่ถ้าให้ความเห็นจะกลายเป็นกิจกรรมทางการเมืองซึ่งจะขัดกับคำสั่ง คสช. ดังนั้น หากไม่ใช้มาตรา 44 กกต.จะไม่มีสิทธิทำอะไรได้ ทั้งนี้ ผู้รับฟังความเห็นในระดับจังหวัดคือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีตรงนี้ตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะ กกต.ส่วนกลางลงไปทำก็ไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้ กกต. ต้องไปตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งขึ้นมาก่อน เพื่อรอดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้น จุดนี้อาจจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหายืดเยื้อออกไป

นายนิกร ระบุด้วยว่า  ส่วนเรื่องการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วยกกต.ในส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น เขาอาจคิดกันว่าเป็นเรื่องง่ายแต่ในความจริงนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นการแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วที่พูดกันว่าไม่กระทบการเลือกตั้งนั้นจะไม่กระทบได้อย่างไรต้องกระทบแน่นอน กระทบโดยตรงและกระทบต่อผู้มีอำนาจอยู่ในขณะนี้คือพุ่งไปหา คสช. ตนเองถึงได้บอกว่ามันจะเสียไม่คุ้มได้ เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นผูกโยงกันไปหมด.


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'