ฟัน9บิ๊กท้องถิ่น! ซุกทรัพย์สิน-หนี้ ห้ามการเมือง5ปี


   

    ศาลฎีกาฯ ฟัน 9 นักการเมืองท้องถิ่นซุกทรัพย์สิน-หนี้ จงใจไม่ยื่นบัญชี ป.ป.ช. ห้ามเล่นการเมือง 5 ปี จำคุก 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปี ปรับ 4 พันบาท "มาร์ค" ชี้ทุจริตไทยยังพุ่ง สะท้อนปฏิรูป-รธน.ปราบโกงเหลว บี้รัฐบาลอย่าเพิกเฉย
    เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม สำนักข่าวอิศรารายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค., 15 พ.ค., 17 พ.ค. และ 21  พ.ค.61 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้นักการเมืองท้องถิ่น  1 รายมีความผิดในคดีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ  และอีก 8 รายจงใจไม่ยื่นบัญชีบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งสิ้น 9 ราย ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จำคุกคนละ 1-2 เดือน ปรับเงินคนละ 4,000-8,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี รายละเอียดดังนี้
    1.นายบรรจง จันทร์ช่วง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) สุราษฎร์ธานี จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ในการดำรงตำแหน่ง ส.อบจ.สุราษฎร์ธานี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 มาตรา 32 และมาตรา 33 ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหา ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 16 ธ.ค.2554 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง ส.อบจ.สุราษฎร์ธานี ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 34 วรรคสอง  กับมีความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 119 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
    ทั้งนี้ นายบรรจง ผู้ถูกกล่าวหา ไม่แสดงรายการเงินเบิกเกินบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ของผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 92,611.98 บาท รายการเงินฝากธนาคารของคู่สมรสและบุตรของผู้ถูกกล่าวหารวม 4 บัญชี เป็นเงิน 51,254.49 บาท ที่ดิน 1 แปลง ราคา 2,500,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ราคา 500,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่า เงินเกินบัญชีธนาคารกรุงไทยเป็นการกู้ยืมเงินจากสินเชื่อธนวัฏ ไม่ใช่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ จึงเกิดความเข้าใจผิดว่าไม่ต้องแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ  ส่วนเงินฝากของคู่สมรสและบุตรของผู้ถูกกล่าวหา ก็เข้าใจผิดว่าไม่ต้องแสดงเช่นกัน (คดีหมายเลขแดงที่ อม.74/2561-17 พ.ค.2561)
    2.นางณฐฌา ไม้สนธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นตำแหน่งมาแล้วหนึ่งปีในการดำรงตำแหน่งรองนายก อบต.เขากวางทอง และกรณีเข้ารับตำแหน่งในการดำรงตำแหน่ง ส.อบจ.อุทัยธานี ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่ง ส.อบจ.อุทัยธานีที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน นับแต่วันที่ 15 ก.พ.2561  ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย และห้ามมิให้ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ ห้าปีนับแต่วันที่ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย พร้อมกับจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.31/2561-15 พ.ค.2561)
    3.นายอภิสิทธิ์ ทองมา รองนายก อบต.ตะบ่าย อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ  กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ ห้าปีนับแต่วันที่ 6 ก.ย.2556 พร้อมกับจำคุกกระทงละ 2 เดือน และปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือนและปรับ 16,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ  ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.64/2561-10 พ.ค.2561)
    4.นายอุไร ยาทุม นายก อบต.เมืองน้อย อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วหนึ่งปี ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ ห้าปีนับแต่วันที่ 6 ก.ย.2556  ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง พร้อมจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.62/2561-10 พ.ค.2561)
    5.นายธวัฒน์ เชื้อเชียง รองนายกเทศมนตรี ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ  กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วหนึ่งปี ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ เป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 1 เม.ย.2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง พร้อมกับจำคุกกระทงละ 2 เดือน และปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท  ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.63/2561-10 พ.ค.2561)
    6.นายวิศาล ฝอยทอง รองนายก อบต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี จงใจไม่ยื่นบัญชี ฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ ห้าปีนับแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 พร้อมจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.65/2561-10 พ.ค.2561)
    7.นายนิยม เรืององอาจ รองนายกเทศมนตรี ต.บางหมาก อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร จงใจไม่ยื่นบัญชี ฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วหนึ่งปี ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ ห้าปีนับแต่วันที่ 18 ต.ค.2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง พร้อมจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่  อม.73/2561-17 พ.ค.2561)
    8.นายกฤษฎา นาคเนตร รองนายก อบต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช จงใจไม่ยื่นบัญชี ฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วหนึ่งปี ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ เป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 7 ก.ย.2555 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง พร้อมจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท  ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.71/2561-17 พ.ค.2561)
    และ 9.นายไสว สุธรรมมา รองนายก อบต.ภูหอ อ.ภูหลวง จ.เลย จงใจไม่ยื่นบัญชีฯ กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ ห้าปีนับแต่วันที่ 6 ก.ย.2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง พร้อมจำคุกกระทงละ 2  เดือน และปรับกระทงละ 8,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 16,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000  บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1  ปี (คดีหมายเลขแดงที่ อม.75/2561-21 พ.ค.2561)
    ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถามทางสถานีโทรทัศน์ช่องฟ้าวันใหม่ ถึงกรณีที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยนำเสนอข้อมูลปัญหาการทุจริตของไทยที่ยังมีความรุนแรงในยุคปัจจุบันว่า สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาทุจริต การปฏิรูป เรื่องรัฐธรรมนูญปราบทุจริตนั้น วันนี้ยังไม่ได้ผล และการใช้อำนาจโดยไม่มีการตรวจสอบจะนำไปสู่ความเสื่อม แม้แต่มาตรการที่รัฐบาลออกมา อาทิ โครงการขนาดใหญ่จะต้องมีข้อตกลงคุณธรรม และมีคนภายนอกเข้าไปสังเกตการณ์ แต่ที่ผ่านมาคนที่เข้าไปสังเกตการณ์มีการเสนอแนะไปแล้ว แต่หน่วยงานรัฐกลับเพิกเฉยในหลายโครงการ จนในระยะหลังคนที่เข้าสังเกตการณ์ถึงขั้นขอถอนตัว ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่ควรเพิกเฉยกับปัญหาที่เกิดขึ้น.


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?