หลอกตัวเองด้วยโบท็อกซ์


เพิ่มเพื่อน    

    คุ้นหูกันอย่างมากกับคำว่า โบท็อกซ์ (Botox) ซึ่งหมายถึงบทสรุปของความงามด้วยการฉีดสารบางอย่างเข้าไปในบริเวณที่ต้องการให้เต่งตึง หรือหน้าเด้ง
    จะมีใครสักกี่คนสนใจศึกษาให้ชัดเจนว่า โบท็อกซ์ คือสารโบทูลินัมท็อกซิน ชนิดเอ (Botulinum toxin type A) เมื่อเราฉีด botox ผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะไม่สามารถขยับได้
    แพทย์ทราบมานานหลายสิบปีแล้วว่า หากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ โบทูลินัม ท็อกซิน จะทำให้กล้ามเนื้อ "คลายตัว" ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำโบทูลินัม ท็อกซิน มาฉีดรักษาโรคตาเหล่ ตาเข และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตานี้เอง ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้วและรอบดวงตาดีขึ้นด้วย 
    ในยุคต่อมาจึงมีการฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามตามมาอย่างแพร่หลาย และมีเทคนิควิธีการที่ต่างๆ กันออกไป มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวลง ยกกระชับผิวหนัง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งต้นคอ และอีกหลายกรณี ในประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมีการฉีดกันเป็นล้านๆ ครั้งต่อปี
    เพราะคนอเมริกันฉีดโบท็อกซ์กันเป็นว่าเล่นนี่เอง เมื่อเร็วๆ นี้จึงมีการสำรวจว่า ความนิยมในการฉีดสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายนี้เกิดจากอะไร มีค่านิยมหรือทัศนคติอะไรกันแน่
    แล้วคำตอบส่วนใหญ่ทำให้อึ้งกันทีเดียว เพราะสาวๆ ไม่ได้คิดว่าต้องการฉีดเพื่อให้สวย เป็นที่ดึงดูดเพศตรงข้ามหรอกนะ แต่ที่พวกเขาและเธอฉีด เพราะเห็นว่านี่เป็นการสร้างบุคลิกให้ดูดีเพื่อการแข่งขันในโลกธุรกิจ และในทุกสังคมที่ต้องการชัยชนะ 
    พนักงานในออฟฟิศตอบว่า ใบหน้าที่ดูเนี้ยบ ทำให้พวกเธอได้รับการต้อนรับจากงานต่างๆ มากกว่าใบหน้าที่อิดโรย ดังนั้น นี่คือเคล็ดลับความมั่นคงในหน้าที่การงานและความก้าวหน้าในชีวิตของพวกเธอ
    โดยไม่สนใจเลยว่า อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหากสารเคมีสะสมในร่างกาย หรือวันหนึ่งไม่สามารถฉีดได้อีกต่อไป
    แปลว่า สมัยนี้เขาไม่วัดคุณค่าความรู้ ความสามารถในตำแหน่งต่างๆ แล้วหรืออย่างไร สาวๆ จึงใช้โบท็อกซ์หลอกทั้งตัวเองและหลอกคนอื่นแบบนี้ และทั้งๆ ที่มิได้อยู่ในสายงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับการโชว์ความสวยความงามบนใบหน้าก็ตาม
    สำหรับมนุษย์ป้าแล้ว ขอเถียงว่าโบท็อกซ์หรือจะสู้กับดีท็อกซ์ได้ 
    รู้ๆ กันว่า ดีท็อกซ์คือการล้างพิษในร่างกายด้วยการนำน้ำหรือกาแฟเข้าไปทำความสะอาด ซึ่งเมื่อร่างกายปราศจากพิษแล้ว ก็ต้องสดชื่นแจ่มใสและสะท้อนออกมาทางใบหน้าไม่มากก็น้อย 
    แต่รู้ใช่ไหมคะว่า ยังมีการดีท็อกซ์จิตใจ นั่นคือการทำสมาธิ ฝึกสติ ซึ่งสามารถเข้าไปค้นหาในกูเกิลได้เลยว่า ประโยชน์สำคัญอันหนึ่งของการทำสมาธิคือ ทำให้ใบหน้าอ่อนกว่าวัย เพราะจิตใจแจ่มใส ทุกอย่างมันก็ต้องดี
    สงสัยว่า กระเป๋าตึงเพราะต้องจ่ายค่าฉีดโบท็อกซ์ทุกบ่อย มันจะไม่ดึงใบหน้าให้เหี่ยวเฉา และส่งผลให้คิ้วผูกโบหรือคะ ฉะนั้นจะหลอกตัวเองอย่างไม่ยั่งยืนนี้เพื่ออะไรกันคะ.
                                    "ป้าเอง"                                             


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"