โพลยกรัฐบาลสอบผ่าน ตกแก้ศก.ป้องพวกพ้อง


   

    แบบนี้ "บิ๊กตู่" ปลื้มแน่ นิด้าโพลเผยผลสำรวจ 4 ปีผลงานนายกฯ สอบผ่าน แต่แค่ 22% ที่บอกว่าทำงานดีมาก ส่วน 50% มองทำงานค่อนข้างดี   ตามคาดสอบตกแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ห่วงปกป้องพวกพ้อง แต่คะแนนรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ "เฮียกวง-สมคิด" กลับมาที่ 1 "บิ๊กป้อม" ชื่อไม่ติด 1 ใน 5
    เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “4 ปี ของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,291 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี 
    จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชน ร้อยละ 22.15 ระบุว่าทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ดีมาก เพราะมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนระบบการบริหารงานได้ดี มุ่งหวังพัฒนาประเทศ และพร้อมจะช่วยเหลือประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่ามีผลงานหลายอย่างที่ประสบความสำเร็จและเห็นเป็นรูปธรรม เช่น บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้น ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน, ร้อยละ 48.96 ระบุว่าทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ค่อนข้างดี เพราะมีความชัดเจนในการบริหาร มีนโยบายช่วยเหลือประชาชน เอาจริงเอาจัง และมีความเป็นผู้นำ ขณะที่บางส่วนระบุว่าทำงานดี บริหารบ้านเมืองได้ดี ไม่วุ่นวาย สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งลงได้, ร้อยละ 18.28 ระบุว่าทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ค่อยดี เพราะการทำงานยังมีจุดบกพร่อง เศรษฐกิจไม่ดี ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ รัฐบาลไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และมีการปกป้องพวกพ้อง, ร้อยละ 9.53 ระบุว่าทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ดีเลย เพราะบ้านเมืองยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม   
    ผลสำรวจถามถึงลักษณะการทำงานในรอบ 4 ปี ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ในด้านต่างๆ พบว่า ด้านอุดมการณ์ในการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.46 ระบุว่า มีอุดมการณ์และความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน รองลงมา ร้อยละ 18.90 ระบุว่าไม่มีอุดมการณ์ คิดแต่จะทำงานเพื่อรักษาอำนาจของตนเองและ คสช.เท่านั้น และร้อยละ 3.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ 
    ด้านความกล้าตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.61 ระบุว่า มีความกล้าตัดสินใจ ในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ ขณะที่ร้อยละ 19.60 ระบุว่าไม่มีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ และร้อยละ 2.79 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่ามีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่ามีความกล้าตัดสินใจเพิ่มขึ้น ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่าไม่มีความกล้าตัดสินใจ มีสัดส่วนลดลง
    ด้านบุคลิกภาพผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 74.52 ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร รองลงมา ร้อยละ 15.10 ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย, ร้อยละ 8.29 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบก้ำกึ่ง ทั้งผู้นำแบบประชาธิปไตยและผู้นำแบบทหาร และร้อยละ 2.09 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่ามีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหารมีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย และมีบุคลิกภาพผู้นำแบบก้ำกึ่ง ทั้งผู้นำแบบประชาธิปไตยและผู้นำแบบทหาร มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น   
    ผลสำรวจถามถึงประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.93 ระบุว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ ขณะที่ร้อยละ 29.13 ระบุว่าไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ และร้อยละ 2.94 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่ามีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่าไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน มีสัดส่วนลดลง
    ส่วนความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.19 ระบุว่าการทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่ร้อยละ 29.28 ระบุว่าการทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ และร้อยละ 10.53 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่ามีสัดส่วนของผู้ที่ระบุว่าการทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้เพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่าการทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง
    ขณะที่ข้อเสนอแนะที่อยากให้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดิน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.48 ระบุว่าเป็นเรื่อง เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่ หนี้สินของประชาชน และราคาพืชผลทางการเกษตร รองลงมา ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็นเรื่องการทำงานของภาครัฐ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีธรรมาภิบาล และมีกลไกป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และการใช้อำนาจโดยมิชอบ, ร้อยละ 9.91 ระบุว่าเป็นเรื่องการให้บริการของภาครัฐ ต้องสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ชีวิตประชาชน, ร้อยละ 4.03 ระบุว่าเป็นเรื่องการปลดล็อกทางการเมือง จัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว, ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็นเรื่องระบบบริหารงานบุคคลที่สามารถดึงดูด สร้างและรักษาคนดีคนเก่งไว้ในภาครัฐได้, ร้อยละ 2.71 ระบุว่าเป็นเรื่องโครงสร้างภาครัฐกะทัดรัด ปรับตัวได้เร็ว และระบบงานมีผลสัมฤทธิ์สูง,  ร้อยละ 2.09 ระบุว่าเป็นเรื่องระบบข้อมูลภาครัฐมีมาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงกัน ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล, ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็นเรื่องกำลังคนภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสมและมีสมรรถนะสูง พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ, ร้อยละ 5.34 ระบุอื่นๆ ได้แก่ การคมนาคม การส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย      
    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความประทับใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.88 ระบุว่าประทับใจในการทำงานของนายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 48.80 ระบุว่าเป็นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, อันดับ 3 ร้อยละ 48.49 ระบุว่าเป็นนายวีระศักดิ์  โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, อันดับ 4 ร้อยละ 47.02 ระบุว่าเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และร้อยละ 46.09 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน.


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?