ปรับบ้านรับครอบครัวสูงวัย  มธ.เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาฟรี 


   

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี 2568  การวางนโยบายและเตรียมความพร้อมรับมือจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนบ้านพัก ที่อยู่อาศัย รวมทั้งสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมรับผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น เกิดความสุข และความสบายใจให้คนในครอบครัวอีกด้วย

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่อาคารศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี มีพิธีเปิดศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat.UDC) อย่างเป็นทางการ เพื่อให้คำปรึกษา ให้ความรู้ ติดตาม และให้คำแนะนำ จัดอบรมหรือการเสวนาในประเด็นการออกแบบและปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ รวมถึงรวบรวมองค์ความรู้และวิจัยด้านนวัตกรรมของท้องถิ่น โดยพื้นที่ให้บริการของศูนย์ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ผู้สนใจสามารถรับคำปรึกษาและแนะนำได้ฟรี

ผศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่เสียชีวิตเพราะการพลัดตกหกล้มปีละ 900-1,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 2-3 คน และมีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ

โดยผู้สูงอายุเพศหญิงมีการพลัดตกหกล้มสูงกว่าเพศชาย 1.5 เท่า และเกินครึ่งของผู้สูงอายุเพศหญิงที่หกล้มนั้น หกล้มในตัวบ้านและบริเวณรั้วบ้าน เช่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ดังนั้นการปรับสภาพแวดล้อมในตัวบ้านให้มีความเหมาะสมและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก และอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมเพื่อเป็นของขวัญให้กับแม่ในปีนี้

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากข้อมูลเมื่อปี พ.ศ.2557 พบว่ามีบ้านไม่ถึง 1 ใน 4 ที่มีการดัดแปลงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ โดยมีเพียงร้อยละ 15.2 เท่านั้นที่มีการติดราวในห้องน้ำ และเพียงร้อยละ 5.8 เท่านั้นที่มีราวเกาะในห้องนอน ทำให้ผู้สูงอายุตกอยู่ในความเสี่ยงของการหกล้มในตัวบ้าน ทั้งนี้ หนึ่งในอุปสรรคของการปรับสภาพบ้านคือการขาดองค์ความรู้และกลไกในการสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่ประชาชน สสส.จึงร่วมขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัย และได้สนับสนุนการพัฒนาศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการปรับสภาพที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยต่อการเนินชีวิตของผู้สูงอายุ และเอื้อต่อการใช้งานของทุกคน ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุของคนในบ้าน ทำให้บ้านอยู่สบาย ปลอดภัย ทั้งนี้ สสส.ได้สนับสนุนมีศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนกระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อการให้บริการที่ทั่วถึงครอบคลุมแก่ประชาชน

นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า แผนการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และนวัตกรรม โดยมีการจัดทำมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุและหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้การจัดสถานที่พำนักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุให้มีคุณภาพ มาตรฐานและพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ด้านสภาพแวดล้อม ปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้าน หรือที่สาธารณะ หรือสถานที่ที่ผู้สูงอายุทำกิจกรรมร่วมกันให้มีความเหมาะสม ปลอดภัยต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้สนใจต้องการขอคำปรึกษาติดต่อได้ที่ ศูนย์ให้คำปรึกษา ถือว่ายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชนแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดการขยายโอกาสทางธุรกิจและอุตสาหกรรมรองรับสังคมวัยเก๋าอีกด้วย ทั้งนี้ ครอบครัวใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์: 09-8696-2245 เฟซบุ๊ก: หน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีเมล: thammasat.udc@gmail.com.

 

เสริมสุขภาวะเมืองพิจิตร-ศรีสะเกษ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายเผด็จการ กันแจ่ม ทีมสนับสนุนวิชาการหน่วยจัดการระดับจังหวัด ในโครงการส่งเสริมให้ชุมชนขับเคลื่อนขนาดเล็กและโครงการทั่วไป เปิดเผยภายหลังร่วมถอดบทเรียนปัญหาของชุมชนในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ที่ห้องประชุมโรงเรียนหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระอารามหลวง ว่า โครงการดังกล่าวได้รับเงินทุนจาก สสส. เพื่อให้ชาวบ้านได้ร่วมกันแก้ปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยจังหวัดพิจิตรได้รับความสนใจจากกลุ่มแกนนำชุมชนที่เข้าร่วม 20 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ที่มุ่งแก้ปัญหาการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานประเพณี, การจัดการขยะ, การส่งเสริมการปลูกผักในครัวเรือน, การส่งเสริมให้เด็กบริโภคผักผลไม้ในโรงเรียน, การสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ, การลด ละ เลิกบุหรี่, กิจกรรมทางกาย และการจัดการจุดเสี่ยงในชุมชน

โดยมีนายรุ่งเรือง กัลย์วงศ์ เป็นหัวหน้าจัดการร่วมกับ (สสส.) พื้นที่พิจิตร (Node) ซึ่งเป็นผู้เชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่พิจิตรในการปลุก กระตุ้น สร้างจิตสำนึก สร้างกรอบแนวคิดในการดำเนินการแบบเสริมพลัง โดยหน่วยจัดการที่เป็นทีมงานภาคประชาชนจะร่วมกันติดตามและประเมินความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม เพื่อทำแผน ทำโครงการ ให้สอดคล้องกับการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่คิดโดยชาวบ้าน ทำเพื่อชาวบ้าน แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด   

“ปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดพิจิตรที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญ จำเป็นเร่งด่วน ที่ควรเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้เพื่อรับมือกับปัญหาและแนวทางแก้ไข นั่นคือเรื่องสังคมผู้สูงอายุ และปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย” นายเผด็จการกล่าว

ที่จังหวัดศรีสะเกษ นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคนเมืองศรี อยู่ดีมีแฮง ตอนสานใจคนเมืองศรีฯ งดเหล้าครบพรรษา ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สสส.และองค์กรเครือข่ายได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อต้องการให้ประชาชนมีการลด ละ เลิกการดื่มเหล้า-เบียร์ เพื่อให้ตนเองมีสุขภาพดี และลดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ โดยปีนี้มีผู้ร่วมปฏิญาณตนที่จะมีการติดตามชวนให้งดดื่มครบพรรษาอย่างใกล้ชิด จำนวน 1,727 คน หากสามารถงดเหล้าครบพรรษาได้จะสามารถประหยัดเงินค่าเหล้าได้ถึง 4,144,800 บาท ตนจึงขอเชิญชวนประชาชนชาวศรีสะเกษได้ร่วมกันงดเหล้าครบพรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แม่ของแผ่นดิน ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 อีกด้วย.

 

 

 


ใน "ความสงบ" ที่ "ไม่เหงา" ของบ้านเมืองวันนี้"นิด้าโพล" เมื่อวาน (๒๓ ก.ย.๖๑)แต่งแต้มสีสัน "ประชาธิปไตยเลือกตั้ง" ให้แต่ละพรรคดูหน้าเด้งชวนพิศ-ชวนมอง

คุกกี้เสี่ยงทาย 'อภิสิทธิ์-วรงค์'
เบื้องหลังของการ "เกาะโต๊ะ"
'เกาะโต๊ะ' ประจานตัวเอง
๑๐ ปีของคนไม่มีแผ่นดินอยู่
ย่ำอยู่กับสถานะโจร
'มหกรรมดิจิทัลนานาชาติ'