กก.ยูเอ็นเรียกร้องดำเนินคดี ผบ.สส.พม่า ฐานล้างเผ่าพันธุ์


เพิ่มเพื่อน    

คณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นเรียกร้องให้พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.ของพม่าลาออกจากตำแหน่ง และให้นำตัวนายพลผู้นี้พร้อมกับนายทหารอีก 5 นายของพม่า ดำเนินคดีในศาลระหว่างประเทศในความผิดฐานล้างเผ่าพันธุ์, ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและก่ออาชญากรรมสงคราม ขณะเฟซบุ๊กสั่งแบน 20 แอคเคาต์ซึ่งรวมถึงของนายพลผู้นี้ด้วย

แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.พม่า ร่วมพิธีตรวจแถวสวนสนามวันวีรชน ที่นครย่างกุ้ง เมื่อ 19 ก.ค. 2561 / AFP

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2561 ว่าคณะกรรมการค้นหาความจริงที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติเมื่อเดือนมีนาคม 2560 เพื่อสอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า เปิดแถลงข่าวที่นครเจนีวาในวันเดียวกัน ระบุว่า นายพลพม่าหลายนายซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ต้องถูกสอบสวนและดำเนินคดีฐานล้างเผ่าพันธุ์ในภาคเหนือของรัฐยะไข่

    กองทัพพม่าเปิดปฏิบัติการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาที่ยกกำลังหลายร้อยคนโจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคงในรัฐยะไข่ และสังหารตำรวจกว่า 10 นายเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ผลักดันให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐนี้ราว 700,000 คนอพยพหนีข้ามแดนเข้าสู่บังกลาเทศ พร้อมกับคำบอกเล่าถึงความเหี้ยมโหดของทหารและม็อบชาวพุทธยะไข่ ที่วางเพลิง, เข่นฆ่า และข่มขืน ซึ่งทำให้ยูเอ็นระบุว่า เทียบได้กับการล้างเผ่าพันธุ์ ทางการพม่าปฏิเสธคำกล่าวหานี้ โดยยืนกรานว่าปฏิบัติการของกองทัพเพื่อปราบปรามกองกำลังติดอาวุธโรฮีนจา

    รายงานผลการสอบสวนระบุว่า พวกนายทหารพม่าต้องถูกสอบสวนและดำเนินคดีฐาน "ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและก่ออาชญากรรมสงคราม" ต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ รวมถึงต่อชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์อื่นๆ ในรัฐกะฉิ่นและรัฐชานทางเหนือของพม่า นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า กลยุทธ์ของกองทัพนั้นไม่สอดคล้องและไม่สมส่วนอย่างยิ่งต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่มีอยู่จริง

    คณะกรรมการสรุปไว้ในรายงานว่า มีข้อมูลเพียงพอที่จะสนับสนุนการสอบสวนและดำเนินคดีกับพวกนายทหารในกองทัพพม่า พร้อมกับระบุชื่อนายทหารพม่า 6 นาย ซึ่งรวมถึง ผบ.สส. ที่อยู่ในสายบังคับบัญชา และยังมีรายนามทหารพม่าอีกจำนวนมากที่คณะกรรมการพร้อมจะแบ่งปันให้แก่องค์กรที่มีศักยภาพและน่าเชื่อถือเพื่อนำตัวบุคคลเหล่านี้มาดำเนินคดีตามบรรทัดฐานและมาตรฐานระหว่างประเทศ

มาร์ซูกิ ดารุสมาน ประธานคณะกรรมการอิสระระหว่างประเทศค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพม่า แถลงที่เจนีวาเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2561 / AFP

    มาร์ซูกิ ดารุสมาน ประธานคณะกรรมการชุดนี้ ยืนกรานระหว่างการแถลงข่าวที่เจนีวาด้วยว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ควรลาออกจากตำแหน่งทันที

    รายงานได้กล่าวโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ ด้วยว่า เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพรายนี้ไม่ได้ใช้สถานะของการเป็นผู้นำรัฐบาลโดยพฤตินัย หรืออำนาจเชิงศีลธรรมของนาง เพื่อยับยั้งหรือป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้

    คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปสอบสวนภายในพม่า พวกเขาจึงอ้างอิงผลการสอบสวนจากข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เหยื่อและพยาน 875 ราย รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม และภาพถ่าย วิดีโอและเอกสารที่น่าเชื่อถือ

    รายงานบรรยายรายละเอียดความโหดร้ายที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ทั้งการฆาตกรรม, บังคับให้สูญหาย, ทารุณ และใช้ความรุนแรงทางเพศ ทั้งการข่มขืน และรุมโทรม โดยพวกทหารที่กระทำในวงกว้าง ภายในหมู่บ้านอย่างน้อย 10 แห่ง ซึ่งบางกรณีมีผู้หญิงและเด็กหญิง 40 คน โดนกระทำในคราวเดียว

    คณะกรรมการยังกล่าวถึงบทบาทของเฟซบุ๊กด้วย โดยชี้ว่าสื่อสังคมออนไลน์แห่งนี้เป็นเครื่องมือเผยแพร่ความเกลียดชังอย่างได้ผลในพม่า ซึ่งทำให้เฟซบุ๊กประกาศทันทีหลังจากนั้นว่า พวกเขาได้แบนบัญชีของบุคคลและองค์กรชาวพม่า 20 บัญชีจากการใช้เฟซบุ๊ก รวมถึงบัญชีของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ด้วย.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.