'บ้านพักข้าราชการ'


   

      พลันเห็นภาพ........

      ความรู้สึกจากใจพลันบอก ช่างสวยงามกระไรปานนั้น?

      อกใคร ที่เหมือนไฟสุม

      ภาพนั้น ให้ความรู้สึกประหนึ่งน้ำสาดใส่ จากไฟร้อน ร้อนคลาย ใจสงบ-เย็น ฉับพลัน!?

      นั่นคือภาพที่ผมเห็นบนหน้า ๑ ของหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับเช้าวาน (๒๗ ส.ค.๖๑)

      เป็นภาพของ ๒ ปูชนียบุคคล ผู้รัตตัญญู

      "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" ประธานองคมนตรี

      เข้าถวายเครื่องสักการะ

      "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช" ณ วัดราชบพิธฯ

      ในโอกาสทำบุญครบรอบคล้ายวันเกิด ๙๘ ปี

      ต้องเรียกว่า.......

      บุญ-บารมี รังสีแห่งธรรมและความดีงามประกายต่อประกายเจิดจ้า      

      พระพักตร์แห่งองค์สังฆบิดรคณะสงฆ์ไทยผ่องด้วยพระเมตตา เป็นใบบุญค้ำคูณสังคมประเทศ

      ส่วนรัฐบุรุษเปรมนั้น.........

      ยิ้มที่ตกผลึกเย็นของท่าน เป็นยิ้มที่บ่งบอก ๑๐๐ ปี ที่จะก้าวสู่ในปีหน้า เป็นชีวิต ๑๐๐ ปี ในพานถวาย

      -เพื่อชาติและแผ่นดิน

      -เพื่อพระพุทธศาสนา

      -เพื่อพระมหากษัตริย์ และราชบัลลังก์

      เห็นภาพนั้นแล้ว สบายใจลึกๆ บอกไม่ถูก ท่านทั้งหลายรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ ก็ไม่ทราบ

      เพราะยุคนี้.........

      คนอ่านเรื่องราวข่าวสารทางหน้าหนังสือพิมพ์กันน้อย หันไปอ่านทางอินเทอร์เน็ตกันมาก

      จึงอาจไม่เห็น

      หรือเห็น ก็ฉาบฉวยในเห็น ไถปรื๊ด..ไถปรื๊ด รีบๆ ผ่าน ไม่ทันสังเกต-สังกา

      สาระสำคัญในความหมายภาพ ที่จะเป็น "ภาพประวัติศาสตร์" ในแผ่นดิน รัชกาล ที่ ๑๐

      รวม "๒๐๐ ปี" ร่วมกาล-ร่วมสมัย ของ "๒ ปูชนียบุคคล"

      จึงหยิบมาเป็นประเด็นเล่าสู่กันฟัง

      ความจริงตอนนี้เล่าอะไรไม่ค่อยไหว ตัวไม่ป่วย แต่ลูกตามันป่วย

      ครั้นจะไม่เขียน-ไม่คุย ก็จะกินแรงคุณ "ผักกาดหอม" เขามากไป ก็เลยต้องแค่นแคะตัวเองไปวันๆ

      คือถูกดาวมฤตยูมันทิ่มลูกตาเอาน่ะ!

      คนแก่ ตาไม่ค่อยหวาน หมอให้หยอดตาบ่อยๆ ก็อย่างว่า คนแก่งกเงิ่น

      เขาให้แค่หยอด แต่ผมหยอดลึกไปหน่อย ปลายหลอดยาเลยจิ้มพรวดเข้าไปในลูกตาดำ

      จบข่าวเลย!

      แต่ข่าวที่จะยังไม่จบง่ายๆ เห็นจะเป็นข่าว "ป่าแหว่ง" ว่าด้วยบ้านพักตุลาการ ภาค ๕ ที่เชิงดอยสุเทพ เชียงใหม่ นั่นแหละ

      หลับตาข้าง นอนดูข่าว "เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" เขาไล่ไม่ยอมเลิก

      ยก ๔ ทัพ กะร่อง-กะแร่ง ไปรวมที่ประตูท่าแพ เมื่อวันอาทิตย์ และจบกิจกรรมด้วยการ "เผาพริก-เผาเกลือ"

      เห็นแล้วก็เอ็นดู...........

      เครือข่ายนี้ "ชอบเผา" เหมือน นปช.เสื้อแดงของทักษิณเมื่อปี ๕๒-๕๓ เอะอะก็ "เผาไปเลยพี่น้อง"

      จากข่าวโทรทัศน์ที่แต่ละช่องจ้องจับนำเสนอตั้งแต่ก่อนเที่ยง ต้องบอกว่า

      เทียบกับชุมนุมครั้งแรก

      ครั้งนี้ ค่อนข้างเห็นชัด ว่าเป็นการชุมนุมของ "ขบวนการจัดตั้ง"   

      มากกว่าเป็นการชุมนุม "สำนึกบริสุทธิ์" ตามธรรมชาติของคนเชียงใหม่ทั่วไป อย่างครั้งแรก

      จากภาพที่ปรากฏ ชาวบ้าน-ชาวเมือง ไม่ยินดีออกมาร่วมชุมนุมสักเท่าไหร่

      แสดงถึงว่า คนเชียงใหม่ผู้สุจริตในหัวใจ มีเหตุ-มีผลและเข้าใจแล้วว่า

      บ้านพักตุลาการตรงเชิงดอยสุเทพนั้น ทั้งศาล-ทั้งรัฐบาล "สนองตอบ" ความต้องการสังคมแล้ว

      จะย้ายออกจากป่าแหว่ง ไปอยู่เชียงรายทั้งหมด

      ที่อยู่ปัจจุบัน........

      ก็เพียงอาศัยชั่วคราวระหว่างก่อสร้างสถานที่ใหม่ ทั้งตัวศาลอุทธรณ์ภาค ๕ และทั้งบ้านพักตุลาการ ทั้งหมด

      "อยู่ระหว่างรอย้าย"

      จะใจไม้-ไส้ระกำ ไปเสือกไสไล่ส่ง ไม่ผิดวิสัยมนุษย์ด้วยกันไปสักหน่อยหรือ?

      ถ้าขับไล่ ก็เหมือน "คนเชียงใหม่" ตั้งทัศนคติกับศาล ประหนึ่งศัตรู ที่จะอยู่ร่วมบ้าน-ร่วมเมืองด้วยกันไม่ได้

      "ต้องออกไปเดี๋ยวนี้...รื้อไปทั้งหมดเดี๋ยวนี้"

      ซึ่งนั่นมันผิดวิสัย-ผิดเจตนาแท้จริงคนเชียงใหม่

      ถ้าทำอย่างนั้น............

      ก็จะกลายเป็น "หวงป่าเชิงดอย" เฉพาะแห่ง-เฉพาะราย

      หวงเชิงดอยด้วยรังเกียจเฉพาะบ้านพักตุลาการ

      แต่ตรงอื่นๆ บริเวณดอย กลับเอื้ออาทรต่อคนอื่นๆ ประหนึ่งไร้เดียงสา

      ซึ่งคนเมืองที่ "รักเมือง" จริงๆ ไม่เป็นเช่นนั้น

      ส่วนจะมีใคร "ประสงค์อื่น" แล้วอ้างเมือง นั่นเป็นเรื่องสุจริตชนรับรู้ได้!

      จริงๆ แล้ว พื้นที่ตรงนั้น ก็ใช่ว่าผิดกฎหมาย สมัย "นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์" เป็นปลัดยุติธรรม

      เป็นผู้ขออนุญาตกรมธนารักษ์ ใช้เป็นที่ก่อสร้างบ้านพักศาลเองด้วยซ้ำ

      ต่อมา ปี ๒๕๔๗ ในรัฐบาลทักษิณ "พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร" ผบ.ทบ.เป็นผู้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ตรงนั้น

      และปี ๒๕๕๖ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นผู้อนุมัติงบพันกว่าล้าน ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๕

      เปิดพื้นที่เชิงดอย ที่เรียก "ป่าแหว่ง" ตรงนั้น สร้างบ้านพักตุลาการ ที่ขับไล่กัน

      บริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้านพักนี้ ก็ใช่อื่นไกล เครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่น อดีต ส.ส.เชียงใหม่โดยตรง

      จะเพิ่งหวงแหนกันตอน คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาลแทนระบอบทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

      .......ก็ไม่ว่ากัน!

      แต่ที่ทำหน้าด้าน เหมือนโยนทั้งหมดว่า เป็นความผิดรัฐบาลวันนี้สร้าง และต้องรับผิดชอบโดยตรงนั้น

      มัน "จงใจโดยทุจริต" น่าเกลียด!

      แต่ก็เห็นแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ว่าคนเมืองส่วนใหญ่ไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มชุมนุมแอบจิต

      จึงเห็นแต่พวกจัดตั้งชุมนุมกันเองหะรอม-หะแรม และที่น่าสมเพช

      โล้นห่มเหลืองวัดไหน เจ้าอาวาสปล่อยออกมาเอากะเขากลางถนนด้วย?

      ที่อยากฝากให้ศาลและรัฐบาลคิดไว้ล่วงหน้านิดหนึ่ง คือ

      สรุปลงตัวแล้วว่า........

      ย้ายทั้งที่ทำการศาลอุทธรณ์ ภาค ๕ และบ้านพัก ไปสร้างที่บริเวณ "ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย" จังหวัดเชียงราย นั้น

      มี ๒ เรื่อง ต้องคิด

      ๑.สร้างเสร็จแล้วรื้อ เสียเงินทั้งขึ้น-ทั้งล่อง แลก "ความสะใจ"

      กับที่จะรักษาบ้านนั้นไว้ใช้ประโยชน์อื่น อย่างไหนจะคุ้มกว่ากัน?

      เช่น ยกถวาย "ครูบาศรีวิชัย"

      เป็นอาศรมป่าในมูลนิธิครูบาฯ ใช้ประโยชน์สาธารณะที่มิใช่บุคคลอยู่อาศัย และใช้หารายได้เป็นทุนสร้างรักษาสวนป่าเชิงดอยตรงนั้นทางระบบนิเวศน์

      เรื่องที่ ๒ การสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ ไม่เป็นปัญหา   แต่การสร้างอาคารบ้านพักตุลาการ และห้องชุดเจ้าหน้าที่ นั้น ต้องคิดให้รอบคอบ

      เพราะสังคมต้องเพ่งเล็ง เป็นจุดนำไปโจมตี-วิจารณ์แน่ ถ้าสร้างหรูหรา ใหญ่โต เป็นหลังๆ อย่างที่เห็นเชิงดอยสุเทพ

      เพราะกระทรวงยุติธรรม-ศาล..........

      ก็เป็นส่วนราชการงาน เหมือนราชการในกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลาย

      ดังนั้น มาตรฐานการใช้งบประมาณ ในเรื่องก่อสร้างบ้านพักข้าราชการกับบ้านพักตุลาการ

      ไม่ควร "ห่างมาตรฐาน" เป็นช่องให้พูดจาเชิงเปรียบดังเป็นอยู่ปัจจุบัน

      ตอนนี้เห็นแล้วมิใช่หรือ?

      บ้านพักแพทย์-พยาบาล ติฉินนินทากันว่า เหมือนคอกสัตว์ ต่างลิบลับกับบ้านพักตุลาการเชิงดอย

      ที่เหมือน "บ้านทรายทอง"!

      การออกแบบ ต้องใคร่ครวญให้รอบคอบในคำว่า "ไม่เกินหน้า-เกินมาตรฐาน" กันมากนัก

      หรูหรา ใหญ่โต ทันสมัย ไม่จำเป็น อีก ๕ ปี ๑๐ ปี ก็ล้าสมัยแล้ว

      ควรเน้น สะดวกการใช้ การเดินทาง มาตรฐานในวัสดุ-อุปกรณ์ ความครบในข้าวของเครื่องใช้จำเป็น

      และเน้น "ทนมือ-ทนเท้า" ดูแลรักษาง่ายเป็นหลัก!

      เห็นร้อยละ ๘๐-๙๐ สถานที่ราชการ คือสถานที่ "ไม่ใช่ของพ่อ-ของแม่กู"

      ใหม่วันนี้........

      ไม่ถึงปี พัง-ฉิบหาย เพราะไม่มีใครอินังขังขอบ!

      นั่นคือ ควรเน้นประหยัด-คงทน-เรียบง่าย ใช้สะดวกเข้าไว้ ระบบอัตโนมัติพยายามเลี่ยง

      คนเจริญไม่ทันของใช้ พักเดียวพัง ไม่มีใครซ่อม ไม่มีงบบำรุงรักษา ปล่อยทิ้งเป็นที่หมาจรจัดซุก

      ประเทศชาติหมดไปกับสร้างแล้วทิ้งร้าง สร้างแล้วใช้ไม่เป็น ไม่มีงบดูแลรักษา รวมๆ แล้ว นับเป็นแสนๆ ล้าน!

      สังคมปัจจุบัน.........

      "เงิน" หาง่ายกว่าคำว่า "สำนึก" ในส่วนรวม

      ในความเป็น "ส่วนราชการ" ก็เช่นนั้น "ตึกใหญ่ อาคารทันสมัย ของใช้หรู" จากเงินประชาชนทั้งนั้น

      จะทำ-จะใช้อะไร......

      สำนึกใน "คุณประชาชน" ไว้บ้าง เพื่อบ้านเมืองจะได้ไม่วิบัติเป็น.       


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง