เรื่อง 'แหม่มกะปิ' ที่เกาะเต่า


เพิ่มเพื่อน    

    ประเทศไทยเรา "โคตรเพชร" ดีๆ นี่เอง!
    น่าเสียดาย ตรงที่ว่า....
    พวกเราคนไทยเป็นสสารประเภทคงที่อยู่ในเนื้อเพชร มองไม่เห็นโคตรในความเป็นเพชรของตัวเอง
    จึงเห็นคนไทยบางพวก เหยียด เหยียบย่ำ และให้ร้ายป้ายสีบ้านเมืองตัวเองบ่อยๆ
    เห็นฝรั่ง-ต่างชาติ เป็นเทวดาเหนือไทย ฝรั่งพูดอะไร-ทำอะไร ก็ถูก ก็ใช่ เชื่อทันที ไม่มีพินิจใคร่ครวญกัน
    และสะใจมาก........
    ที่จะได้นำที่กากฝรั่ง-ต่างชาติถุย มาเป็นเชื้อกระหน่ำซ้ำเติมให้เกิด "ภาพวิบัติ" แก่บ้านเมืองตัวเอง!
    อย่างเรื่องที่เป็นข่าวตอนนี้ หญิงสาวชาวอังกฤษมาเที่ยวเกาะเต่า ในเขตอำเภอเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี 
    เธอมาเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ ช่วงฟุตบอลโลกนั่นแหละ!
    กลับอังกฤษไปร่วมสองเดือน 
    เธอก็ไปให้ข่าวกับเดลิเมล์และเดอะซัน หนังสือพิมพ์ประเภท "ข่าวชาวบ้าน"
    ว่าขณะเธอนอนอาบจันทร์อยู่บริเวณหาดทรายรี ระหว่างคืน ๒๕-๒๖ มิ.ย. 
    ถูกคนร้ายลอบวางยา แล้วข่มขืนเธอ 
    มารู้สึกตัวอีกที ก็ร่างเปลือยเปล่า ชายหนึ่งนอนข้างๆ ไม่รู้ใคร แล้วก็วิ่งหนีไป
    เอาทรัพย์สิน เช่น โทรศัพท์มือถือเธอไปด้วย 
    บัตรเดบิต คือบัตรใช้แทนเงินสดอีก ๔ ใบ พร้อมเงินสด ๓,๐๐๐ บาท 
    สื่ออังกฤษรายงานจากปากคำหญิงสาวคนนั้น ว่า วันที่ ๒๗ มิ.ย.เธอไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพะงัน 
    แต่ตำรวจกลับลงบันทึกประจำวันแค่ "ถูกลักทรัพย์"
    ๒ ก.ค.เธอกลับประเทศอังกฤษ
    ห่างมาอีกเดือน คือเมื่อ ๒๖ ส.ค.นี่เอง เรื่องนี้ก็หราในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่ออังกฤษ 
    เธอบอกสื่อ เก็บเสื้อยืดที่ใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน น่าจะมีดีเอ็นเอคนร้ายติดอยู่
    สื่ออังกฤษตบท้ายข่าว ด้วยการนำปูมคดีเก่าๆ ที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่ามาประกอบข่าว แล้วสรุป
    "เกาะเต่า" เป็น "เกาะแห่งความตาย"!
    ครับ...
    เข้าใจว่าข่าวนี้ คงสะดุดหู-สะดุดตาท่าน เพราะสื่อยุคออนไลน์ กลุ่มวิจิตรศิลป์ชำนาญด้านระบายสีประเทศ ไม่รีรอที่จะระบายกันพรึ่บพรั่บ ดังเห็น
    ฟังดูแล้ว เกิดมโนภาพ "เกาะเต่า" ของไทย เป็นเกาะแห่งความตายจริงๆ
    คงเป็นแดนเถื่อน....
    เต็มไปด้วยคนโฉด อิทธิพลถิ่นไม่เหนือกฎหมาย แต่เหนือสำนึกเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ประมาณนั้น
    จึงเกิดคดีฆาตกรรม อาชญากรรม กับนักท่องเที่ยวครั้งแล้ว-ครั้งเล่า ฉาวกระฉ่อนทั่วโลก "เกาะเต่า-เกาะโฉด"
    ไปเที่ยว ต้องทำใจ ตอนไป "ตัวเป็นๆ"
    แต่ตอนกลับ......
    อาจต้อง "เซ่นวิญญาณ" กลับ!
    ผมจึงพินิจเรื่องนี้ดู ว่ามันยังไงกันแน่ อ่านหลายๆ เวอร์ชัน ได้ความรู้สึกตอบสนองว่า
    ฝรั่ง นอกจากฟุด ฟิด ฟอ ไฟ แล้ว 
    บางทีก็ "ตอแหลเป็นไฟ" เหมือนคนไทยหนีคุกบางคนเหมือนกัน
    ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักความเป็นหมู่เกาะในอ่าวไทย แถวๆ สุราษฎร์ธานีก่อนว่า
    จากดอนสัก ไปเกาะสมุยแล้ว เกาะพะงัน-เกาะเต่า-เกาะนางยวน ที่นั่งเรือไปถึงกัน
    เป็น "เกาะสวาท-หาดสวรรค์" ในนิยามฝันของนักท่องเที่ยวประเภท "เสพนิยม" ทั่วโลก โดยเฉพาะฝรั่งตะวันตก
    โอโซน ซัน ซี แซนด์ สุรา และ เซ็กซ์
    เพียบพร้อมในเกาะสวรรค์ ที่ยากชี้ขาดว่า เทพหรือมารเป็นผู้ประทานให้
    โดยเฉพาะเกาะพะงัน เป็นเกาะแห่งยุคบุปผามาลีฮวนน่าเบ่งบานในลมหายใจ ซาบซ่านซอกเหงือกไม่เคยห่างหาย 
    ฟูล มูน ปาร์ตี้........
    ถ้าผิดไปจากที่เกาะพะงัน ต่อให้ปาร์ตี้มันขนาดไหน ก็ยังไม่ใช่ ปาร์ตี้ ตามความหมายนิยม
    แต่เดือนหนึ่ง ฟูล มูน แค่ ๒ ครั้ง ไม่พอ
    เดี๋ยวนี้ จึงมีทั้ง ฟูล มูน, ฮาล์ฟ มูน ขนาดนั้น ก็ยังไม่พอ
    ทุกวันนี้ เกาะพะงัน จึงมี แบล็ก มูน ปาร์ตี้ เรียกว่า ทั้งข้างขึ้น-ข้างแรม
    "ซัน-ซี-แซนด์-สุรา-เซ็กซ์" เป็นปาร์ตี้มีให้มันกันทุกวัน-ทุกคืน
    แต่อย่าเข้าใจว่า เป็นเกาะนอกกฎหมาย เอากันตามใจชอบ
    ทุกอย่างอยู่ในกรอบกฎหมาย "เมืองท่องเที่ยว" มีเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทั้งตำรวจ-ทหาร ควบคุม ตรวจตรา 
    เมื่อเขานิยมมา เราก็บริหาร-จัดการ ไม่ให้เกินเลยไปนัก 
    แล้วชาวบ้าน-ร้านถิ่นในเกาะ ก็ได้ทำมาค้าขาย มีรายได้ ด้วยสินค้าเอกลักษณ์ "ถิ่นชาวเกาะ" ด้วย
    ก็ทำความเข้าใจเอกลักษณ์ท่องเที่ยวเกาะพะงัน-เกาะเต่า ที่นักเที่ยวฝรั่ง-จีน นิยมเที่ยวควบคู่กัน พอสังเขป
    ความจริง ผมก็ยังไม่เคยไป กับเกาะทั้งหลาย
    คุยๆ กับท่านนี่แล้ว......
    เห็นท่าจะต้องแอบย่องไปดูพระจันทร์ข้างแรมซักคืน!
    เนี่ย สาวผู้ดีอังกฤษรายที่เป็นข่าว เธอกับพวก ๔-๕ คน ก็มาเที่ยวเกาะเต่า
    เห็นมั้ย ตอนแหม่มอังกฤษมาถูกฆ่าเมื่อปี ๕๗ ข่าวประโคมไปทั้งโลก นึกว่าจะผวาข่าว แล้วเลิกมาเที่ยวกัน
    ก็ยังมากันโครมๆ เต็มหาด-เต็มเกาะ ยั่นกันที่ไหน หนุ่มๆ สาวๆ ชาวอังกฤษเอง ชื่นชอบเป็นพิเศษ
    แสดงว่า ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ กับความเป็นไปที่เกาะเต่า-เกาะพะงัน ซึ่งพวกเขาสร้างค่าเป็นสโมสรในหมู่พวกเขา จะมาเฮฮาปาร์ตี้กัน
    จริงๆ แล้ว มันน่ากลัวหรือไม่น่ากลัว.....
    เป็นเกาะแห่งความตายหรือเกาะสวาท-หาดสวรรค์กลางทะเลกันแน่ 
    และธรรมชาติที่เป็นอยู่ มีความปลอดภัยมากกว่าอันตรายตามที่ประโคมเฉพาะด้านร้ายกันไป 
    ........อย่างนั้นหรือไม่?
    ในหมู่นักนิยมเกาะ เขารู้ดี ในความจริงมากกว่าพวกเรา ที่ส่วนหนึ่ง รู้จากความเป็น "ทาสข่าว" ระบายสี จากพวกชังชาติ
    สาวอังกฤษตามข่าว ตอนแรก จองห้องพัก ๓ คืน ติดใจ เช่าต่ออีก ๓ คืน จาก ๒๑ มิ.ย.จนถึง ๒๖  มิ.ย.
    เจ้าของที่เช่าบอก เธอพักกับเพื่อนอีก ๔ คน อายุแค่ ๑๙ แต่ปาร์ตี้ดื่มเหล้า เมากลับห้องพักตี ๓ ตี  ๔ ทุกคืน
    ตอนเช้า ๒๖ มิ.ย.บอกถูกข่มขืน ให้ไปแจ้งความก็ไม่ไป อ้างจะลงเรือ จากเกาะเต่า ไปฟูล มูน  ปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน 
    ๒๗ มิ.ย.ไปแจ้งความที่เกาะพะงัน 
    ซึ่งเป็นคนละวัน คนละท้องที่ กับที่อ้างว่าถูกข่มขืน
    ผมเล่าคร่าวๆ นะ แต่พิเคราะห์แล้ว เธอจะมีอะไรทางเพศกับใครหรือไม่ ไม่ทราบ
    แต่ที่อ้าง "ถูกข่มขืน" ไม่น่าใช่!?
    เพราะดูพฤติกรรม เธอไม่อาทรร้อนทุกข์เยี่ยงหญิงสาวถูกข่มขืน พอใจ ฟูล มูน ปาร์ตี้ มากกว่า
    พลิกปฏิทินดูแล้ว คืน ๒๕-๒๖ มิ.ย.ที่อ้างถูกข่มขืน เป็นคืน ขึ้น ๑๔ ค่ำ หมายความว่า 
    คืนนั้น พระจันทร์ต้องฉ่ำฟ้า!
    ช่วงนั้น ถ่ายทอดบอลโลกด้วย นักท่องเที่ยวเต็มเกาะ-เต็มหาด แต่ไม่ปรากฏมีใครเห็นว่าเธอถูกข่มขืนกลางหาดโล่งเลย
    ตรงกันข้าม ที่ว่ากล้องวงจรปิดเสีย ความจริง "ทุกตัว" ไม่เสีย ก็ไม่ปรากฏร่องรอยของเรื่องราว
    เจ้าของที่พักบอกด้วยซ้ำ ช่วง ๒๑-๒๓ มิ.ย.เธอมาปรารภทำนองปรับทุกข์.......
    ว่าไม่น่าเลย เดี๋ยวแฟนก็จะบินตามมาอยู่แล้ว!
    คือเธอได้ "ซี-แซนด์-สุรา-เซ็กซ์" กับเพื่อนชายคนหนึ่ง ก่อนที่จะอ้างว่า "ถูกข่มขืน" กลางหาด ระหว่าง ๒๕-๒๖ มิ.ย.
    ถ้าถูกข่มขืนจริง เธอต้องแจ้งความที่ สภ.เกาะเต่าแล้ว ทั้งที่เจ้าของที่พักแนะนำ ก็กลับอ้างจะรีบไปเกาะพะงัน
    ก็ ๒๗ มิ.ย.ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำ.......
    "ฟูล มูน ปาร์ตี้" ชนิด ชุดใหญ่ ไฟกะพริบของแท้ ที่นักเสพนิยมรอคอย เธอก็ไปถึง
    ๒๗ มิ.ย.นายมาร์ตินกับเธอไปแจ้งความที่ สภ.พะงัน ตำรวจบอก "มันคนละท้องที่เกิดเหตุ" ซึ่งเธอก็ไม่ติดใจ
    เพียงแต่ขอแจ้งว่าถูกลักทรัพย์ บอกจะใช้เป็นหลักฐานไป "เคลมประกัน"
    ๔ ก.ค.นายมาร์ตินยังไปปรึกษาเจ้าของที่พัก จะไปแจ้งความว่า เพื่อนสาวคนนั้นถูกข่มขืนที่ สภ.เกาะเต่า
    ตำรวจบอก แจ้งได้ แต่ต้องให้ "เจ้าตัว" มาแจ้งเอง ซึ่งตามกฎหมายก็ต้องเป็นอย่างนั้น
    เรื่องราวสรุปๆ เป็นอย่างนี้.....
    เมื่อเกิดเป็นข่าว ทั้งรัฐบาล ทั้ง ผบ.ตร. ทั้งตำรวจท้องที่ ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในพื้นที่กันชนิดพลิกเกาะ
    ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อชนิด "ฟังความข้างเดียว" แต่พิเคราะห์ตามพฤติกรรม ไม่มีอะไรยืนยันถึงการวางยาแล้วข่มขืน
    มีแต่พิรุธของหญิงสาวเอง
    ไม่ยอมแจ้งความ เพื่อนให้แจ้ง ก็ยังแจ้งแค่ว่าถูกลักทรัพย์ แต่เมื่อกลับไปบ้าน กลับไปออกข่าว
    แบบนี้ ประเทศไทยเสียหาย!
    ที่แม่ของหญิงสาวบอกจะเดินทางมาแจ้งความเองที่เมืองไทย พร้อมเสื้อที่อ้างมีคราบ เพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ โดยไม่ยอมให้ลูกสาวมา นั้น
    ตำรวจที่ไหนก็รับแจ้งไม่ได้ ในเมื่อ "ผู้เสียหาย" ไม่มาให้สอบปากคำเอง 
    ถ้าเจตนาต้องการ "ทำให้เป็นข่าว" เพื่อให้ไทยเสียหาย นั่นละก็ได้
    ความเห็นผม เรื่องนี้ ตำรวจต้องรุก "สถานทูตอังกฤษ" ในไทย เอาตัวหญิงคนนั้น มาสอบเอาข้อเท็จจริงประจักษ์ให้ได้
    ไม่งั้น ไทยจะกลายเป็น "จำเลย" ของ "เจ้าทุกข์เท็จ" ไปตลอดชาติ!
    สังคมยุคนี้ ความจริงทางคดี เป็นเรื่องอนาคต
    การรุก ด้วย "ให้ข้อมูลก่อน" ต่อสังคมในยุคข่าวสารครองโลก เป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบัน.........
    ที่ตำรวจและรัฐบาล ต้องใช้ "เทคโนโลยีสารสนเทศ" ให้เกิดประสิทธิผล
    ไม่งั้นเสร็จ.........
    พวก "ออนไลน์ขายข่าวล่มชาติ" มันถล่มเละ!


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้