สทนช.สั่งผุดแผน เผชิญภาวะวิกฤติ คุมเข้มเขื่อนใหญ่


เพิ่มเพื่อน    

    สทนช.สั่งทุกหน่วยทำแผนเผชิญภาวะวิกฤติ คุมเข้มเขื่อนใหญ่ที่ระดับน้ำเกินเกณฑ์ "วชิราลงกรณ-ศรีนครินทร์" ระบายเพิ่ม 5-10 ล้าน ลบ.ม. พร้อมบริหารจัดการน้ำภาคอีสานทั้งระบบแก้ท่วม-แล้งซ้ำซาก เล็งใช้ "ถ้ำหลวงโมเดล" จ่ายเยียวยาเกษตรกรพื้นที่รับน้ำ
    ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ชั้น 3 กรมชลประทาน สามเสน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีความจุมากกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยจะต้องคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้า ปริมาณน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้น พร้อมให้เสนอแผนเผชิญภาวะวิกฤติ แผนระบายน้ำ ตลอดจนแผนที่แสดงผลกระทบจากการระบายน้ำกรณีระบายน้ำปริมาณต่างๆ รวมทั้งให้บริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำที่มีความจุเกิน 80% และมีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบส่งเกณฑ์การควบคุมระดับน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้ สทนช. เพื่อใช้สำหรับติดตามกำกับต่อไป
    นอกจากนี้ ได้ให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบระบบควบคุม อาคารบังคับน้ำต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ หากพบว่าชำรุด ต้องเร่งซ่อมแซมโดยด่วน รวมทั้งให้จัดทำคู่มือในการตรวจสอบความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นใช้เป็นคู่มือมาตรฐานในการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และให้กรมทรัพยากรน้ำเชื่อมโยงระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย-ดินถล่ม
    "ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.ถึง 1 ก.ย. ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยจนเกิดฝนตกหนักและตกซ้ำที่เดิม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานตอนบน บริเวณนครพนม หนองคาย มุกดาหาร สกลนคร ภาคเหนือ บริเวณน่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังทำให้เกิดฝน จึงต้องเฝ้าระวังและคุมเข้มการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งแต่เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี, เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี, เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีปริมาณน้ำระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุอ่าง ด้วยการเร่งระบายและพร่องน้ำต่อเนื่อง" นายสมเกียรติ ระบุ
    ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของปริมาณน้ำฝนช่วง 2-3 วัน จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำในภาคเหนือ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันจะปรับแผนการระบายน้ำใหม่ใน 2 เขื่อนหลักที่มีน้ำสูงกว่าร้อยละ 90 และฝนตกต่อเนื่องเติมน้ำลงอ่าง เพราะช่วงกลางเดือน ก.ย.จะมีฝนมากขึ้น คือ เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำอยู่ร้อยละ 93 ระบายน้ำออกวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. จนถึงวันที่ 3 ก.ย. จากนั้น จะปรับการระบายเพิ่มอีกวันละ 5-10 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 58-63 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำอยู่ร้อยละ 90 ระบายน้ำออกวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. จากนั้นจะปรับการระบายเพิ่มอีกวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่กระทบพื้นที่ท้ายน้ำบริเวณแควใหญ่และแม่กลอง 
    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แม้อ่างเก็บน้ำหลายแห่งจะมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก แต่ก็มีอ่างเก็บน้ำจำนวนไม่น้อยที่มีปริมาณค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำน้อยด้วย โดยให้เตรียมการจัดทำแผนการส่งน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง หากพบว่ามีพื้นที่ที่จะเกิดภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ให้ดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน เช่น การทำฝนเทียม 
    ที่โรงแรมโฆษะ อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น นายปรีชา  สุขกล่ำ รักษาการที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการน้ำ สทนช. เป็นประธานในการประชุมติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดยมุ่งหวังให้ได้ข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางปรับปรุงการบูรณาการทำงานของหน่วยงานด้านน้ำของประเทศ ซึ่งมีอยู่กว่า 30 หน่วยงาน เพื่อให้สามารถแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำด้านต่างๆ ได้ตรงกับสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่
    นายบุญสม ชลพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการน้ำ สทนช. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นในภาคอีสานขณะนี้เกิดจากอิทธิพลของพายุที่พาดผ่านเข้ามาในพื้นที่ต่อเนื่องกัน 2 ลูก ดังนั้นพื้นที่จังหวัดที่กำลังประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ทุกหน่วยงานกำลังเร่งบริหารจัดการน้ำและผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำโขง และเมื่อกลับเข้าสู่สภาพเดิม จะต้องมีการวางแผนการเพาะปลูกและการทำการเกษตรให้กับพื้นที่ที่ประสบภัยทันที โดยในเดือน ก.ย.นี้ มีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนนั้นจะตกลงมา แต่ไม่มากนัก การบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับภาวะภัยแล้งจากนี้ไปนั้นสำคัญ 
    "วันนี้เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งรับผิดชอบกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง มีปริมาณน้ำเก็บกักเพียงร้อยละ 28 ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้เพียง 100 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นการเติมน้ำจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการมีน้ำหมุนเวียนไว้ใช้งานตลอดทั้งช่วงฤดูแล้ง ขณะที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ จากแผนการบริหารจัดการน้ำด้วยการเก็บกักน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี น้ำในเขื่อนลำปาวจะต้องมีความจุอยู่ที่ 1,600 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งขณะนี้มีอยู่ที่ 1,200 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำในระยะนี้จะต้องสัมพันธ์กันในภาพรวมทั้งหมด” นายบุญสมระบุ
    ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แนวทางบริหารจัดการน้ำจากนี้ น้ำที่เข้าเอ่อท่วมที่ไหน เกิดจาก 2 สาเหตุ คือจากภัยธรรมชาติ และเกิดจากบริหารจัดการน้ำ จะต้องมีแผนล่วงหน้า เพราะต้องการเบี่ยงน้ำไปพักในพื้นที่เกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยจะใช้ถ้ำหลวงโมเดลมาเป็นต้นแบบ เบี่ยงน้ำเข้าที่พื้นที่เกษตรกรรับน้ำเพื่อช่วยเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คนออกมา ซึ่งพื้นที่ของเกษตรกรที่เสียสละรับน้ำต้องมีมาตรการช่วยเหลือพิเศษ มากกว่าที่กระทรวงการคลังกำหนดเกณฑ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังหาแนวทางช่วยในเรื่องค่าเสียโอกาสของเกษตรกรที่ผลผลิตเสียหาย ซึ่งถ้าพื้นที่เศรษฐกิจท่วม ความเสียหายจะมีมูลค่ามหาศาลและฟื้นฟูยาก
    ที่ จ.ชัยนาท นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 3 ไปยังผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ได้แก่ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ที่สถานีวัดน้ำ C2 เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมีปริมาณฝนตกกระจายตัวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 
    ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดมุกดาหาร วัดที่ศูนย์อุทกวิทยาที่ 3 มุกดาหาร ล่าสุดอยู่ที่ 12.87 เมตร ระดับวิกฤติ 12.50 เมตร สูงกว่าระดับวิกฤติ 37 เซนติเมตร โดยเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 3 เซนติเมตร ทั้งนี้ น.ท.อมรศักดิ์ ชนะศึก หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้นำกำลังพลพร้อมเรือออกลาดตระเวนบริเวณที่ถูกน้ำโขงเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง และบริเวณปากลำห้วยมุก ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาที่ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน
    ที่ จ.อ่างทอง นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้ประกาศเตือนเตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือ โดยได้ลอกคลองที่เป็นทางระบายน้ำตามจุดต่างๆ ในพื้นที่เศรษฐกิจ และนำเสาเข็มเสริมแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะจุดที่เปราะบางอย่าง อ.ป่าโมก ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำแอ่งกระทะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.