ต้านโกงข้องใจซื้อ‘THEOS2’


เพิ่มเพื่อน    

  องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ จับตาซื้อดาวเทียม "ธีออส 2" แฉไร้เงาผู้สังเกตการณ์อิสระ ขณะที่ "ต่อตระกูล" ข้องใจ ทอท.ประกาศ TOR ก่อน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ 2 วัน เพื่อแม้ว-ภูมิใจห้อย รุมจวกรัฐบาล คสช. ให้ความสำคัญโปรเจ็กต์ยักษ์ก่อนการแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายมานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อดาวเทียมธีออส 2 ที่มีเรื่องอื้อฉาวก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า องค์กรต้านโกงจับตาซื้อดาวเทียม ‘ธีออส’ THEOS 2 ยังไร้เงาผู้สังเกตการณ์อิสระ 1.ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ตั้ง คกก.ชุดหนึ่งเพื่อศึกษากรณีที่เกิดขึ้น โดยกรรมการทั้งหมดเป็นคนนอก จะได้ข้อสรุปราวกลางเดือนกันยายน ศกนี้ 2.ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ‘คณะกรรมการป้องกันการทุจริต (คปท.)’ กระทรวงการคลัง ควรจะมีการพิจารณาหรือสอบสวนตามหนังสือรายงานการแจ้งเตือนเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อ (Notification Report) ทั้ง 4 ฉบับ ที่ผู้สังเกตการณ์อิสระตามข้อตกลงคุณธรรมได้รายงานมา
    3.จนถึงขณะนี้ผมไม่ทราบว่า การจัดซื้อครั้งนี้ 3.1 มีการลงนามในสัญญาสั่งซื้ออย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง สัญญาเขียนอย่างไร เงื่อนไขการสั่งซื้อ เช่น สินค้า บริการ การชำระเงินและเงื่อนไขอื่นๆ เป็นอย่างไร
3.2 มีการจ่ายเงินไปบ้างแล้วหรือไม่
    4.คณะกรรมการตามข้อ 1 และ 2 ต่างทำงานเป็นอิสระจากกัน คู่ขนานกันไป 5. ตั้งแต่ 24/7/61 เป็นต้นมา ไม่มีผู้สังเกตการณ์อิสระเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงคุณธรรมในโครงการนี้แต่อย่างใด
    "ก่อนนี้คณะผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรมรวม 6 คน ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ส่งเข้าไปร่วมสังเกตการณ์การจัดซื้อจัดจ้างโครงการดาวเทียม THEOS-2 มูลค่า 7 พันล้านบาท ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA แจ้งขอลาออกทั้งหมด เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ ที่ไม่ให้ความสนใจต่อรายงานการแจ้งเตือนเกี่ยวกับปัญหาขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยพบว่ามีหลายประเด็นไม่เป็นไปตามข้อตกลงคุณธรรม" นายมานะระบุ
    ขณะที่นายต่อตระกูล ยมนาค คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเช่นกันว่า "เสาร์สรรสร้าง" วันเสาร์ที่ 1 ก.ย. ขอเสนอกรณีที่สังคมกำลังสนใจกันมากเรื่องรูปแบบของอาคารสุวรรณภูมิ 2 ที่ได้รับคัดเลือกให้ก่อสร้างแล้ว ว่าสร้างสรรค์ หรือลอกเลียนแบบ คำแถลงของสภาสถาปนิก เมื่อ 31 ส.ค.2561 ในเรื่องนี้ จึงสำคัญมาก ควรรับฟังไว้เป็นดังนี้
    1.ผู้แทนสภาสถาปนิก ในกรรมการเคยเสนอให้ ทอท.ใช้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2560 ฉบับใหม่ แทนระเบียบจัดซื้อเดิมของ ทอท.เอง แต่ ทอท.ได้ประกาศ TOR ตามระเบียบของ ทอท. ก่อนที่ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2560 ฉบับใหม่ จะมีผลบังคับใช้ 2 วัน 
    2.ตามระเบียบจัดซื้อเดิมของ ทอท. คณะกรรมการ มีอำนาจเด็ดขาดที่จะตัดสินให้ผู้ที่เสนอราคาใดๆ ที่ไม่ปฏิบัติตาม TOR ในการยื่นเอกสารเสนอราคาให้ครบถ้วนถูกต้องได้
    3.เรื่องลอกเลียนแบบ สภามีจรรยาบรรณ ซึ่งห้ามการกระทำลักษณะนี้อยู่ แต่ในขณะนี้ สภายังมิได้ดำเนินการพิจารณาเป็นทางการ จนกว่าจะมีผู้เสียหายร้องเรียนมายังสภา
    4.สภาได้ย้ำเตือนสถาปนิก สมาชิกของสภา ให้ระมัดระวังการกระทำที่อาจเป็นการผิดจรรยาบรรณ ในเรื่องการพูด หรือการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ที่เป็นการทำความเสื่อมเสียกับสถาปนิกใดๆ
    "ผมขออนุญาตสรุปออกมาได้ดังนี้ หากสถาปนิกหรือผู้เกี่ยวข้องฟังแล้วเป็นอย่างอื่น กรุณาได้ทักท้วงด้วย" นายต่อตระกูลระบุ
    วันเดียวกัน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.พิจารณางบปี 62 จำนวน 3 ล้านล้านบาท โดยใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง แล้วก็ยกมือกันเป็นฝักถั่ว เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ทั้งนี้ เมื่อรวมการพิจารณาทั้งงบประมาณประจำปีและงบเพิ่มเติมกลางปีที่ผ่านมา 4 ปี รวมเป็นงบประมาณถึง 14 ล้านล้านบาท คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าเอาธนบัตรใบละพันบาทมาวางเรียงกันจะยาวกี่กิโลเมตร สามารถพันรอบประเทศไทยจากเหนือจรดใต้ได้กี่รอบ แต่ทำไมผลลัพธ์กลับปรากฏว่ารัฐบาลนี้ยิ่งใช้เงินมาก ชาวบ้านยิ่งยากจนลง
        นายชวลิตกล่าวต่อว่า ข้อมูลเชิงประจักษ์ประการหนึ่งที่ว่าชาวบ้านยากจนลงก็คือ มีประชาชนมาขอลงทะเบียนคนจนถึง 14.1 ล้านคน ผ่านคุณสมบัติเฟสแรก 11.4 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ย.60-1 เม.ย.61) ชาวบ้านจนลง แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ รวยขึ้น เข้ากับคำพังเพยที่ว่า ปลาใหญ่ กินปลาเล็ก ซึ่งแสดงว่า ถึงจะใช้เงินมาก แต่ถ้าใช้ไม่เป็น ใช้ไม่ถูกทาง ไม่ตรงกับสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่ เช่น ประชาชนเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง กลับให้ความสำคัญกับงบด้านความมั่นคง เพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่สูงขึ้นๆ สวนทางกับความสงบสุขของประเทศเพื่อนบ้านที่มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ประชาชน
        อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า ประการสำคัญ รัฐบาลนี้มีนโยบายมุ่งมั่นปราบโกง แต่การทุจริตคอร์รัปชันกลับเฟื่องฟูในยุคนี้ ทั้งยังได้รับการวิพากษ์ว่าตรวจสอบไม่ได้ สองมาตรฐาน ไม่ทราบว่าจะรั่วไหลไปตรงนี้จำนวนเท่าไหร่ ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ ประเทศชาติและประชาชนจะเดินหน้าไปตามโรดแมปการเลือกตั้งอย่างไร มองเห็นอนาคตที่เลือนราง หากรัฐบาลนี้คิดสืบทอดอำนาจ และเป็นรัฐบาลรักษาการจัดการเลือกตั้งร่วมกับ กกต.
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยตั้งข้อสงสัยถึงความคุ้มค่าจากการใช้งบประมาณมหาศาลสร้างรถไฟความเร็วสูง และการดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  โดยระบุว่า ไม่ได้ปฏิเสธการสร้างรถไฟความเร็วสูง และโครงการ EEC แต่ต้องการนำเม็ดเงินจำนวนนี้ ไปพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้คนรากหญ้ามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึง มีการศึกษาที่ดีขึ้น เป็นรากฐานและกำลังการผลิตที่สำคัญของชาติ เมื่อคนเข้มแข็ง ชาติเข้มแข็ง จากนั้นจึงค่อยพัฒนาต่อยอดในส่วนอื่นต่อไป ไม่ใช่ตนจะไม่ทำรถไฟเร็วสูง หรือยุบ EEC แต่ต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยรวมก่อน
    "ประเทศไทยป่วยมานาน เพิ่งออกจากห้องไอซียู ก็ควรจะค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพด้วยการทำกายภาพบำบัด ให้ทรงตัวได้มั่นคงก่อน จากนั้นก็เริ่มเดินให้เร็วขึ้น แล้วจึงวิ่ง  ไม่ใช่ออกมาแล้วก็วิ่งเลย แล้วก็ต้องล้มอีก เที่ยวนี้อาจไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาอีกก็ได้" นายอนุทินกล่าว
    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวต่อว่า ขอถามว่า รถไฟความเร็วสูง ใครจะเป็นผู้โดยสาร ในเมื่อคนชนบทส่วนใหญ่มีรายได้จากภาคเกษตรที่ไม่แน่นอน บางช่วงผลผลิตราคาตกต่ำ ขอให้ตนไปหาผู้โดยสารมาให้ก่อนจะดีหรือไม่ อีกทั้งอยากถามว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใน กทม.อีกหลายเส้นทาง ทั้งที่ตอนนี้การจราจรใน กทม.ติดไปทุกเส้นทาง ยังไม่พออีกหรือ
    นายอนุทินย้ำว่า ไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาประเทศ แต่เห็นว่าโครงการ EEC บุคลากรในประเทศไทยมีความพร้อมกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงหรือยัง เราควรจะนำเม็ดเงินหลายแสนล้านบาทมาพัฒนาทรัพยากรบุคคลในประเทศให้มีความพร้อมก่อนจะดีกว่าหรือไม่ เพราะตอนนี้ลูกหลานเป็นหนี้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวออกจากรั้วสถาบันการศึกษา จำนวนหลายล้านคน เป็นเงินหลายแสนล้านบาท กำลังทยอยไปสู่กระบวนการทางกฎหมายฟ้องร้องบังคับคดี ถูกหักเงินเดือน ถูกยึดที่ทำกิน ถูกยึดรถ ยึดบ้าน ขายทอดตลาด ดังนั้นจึงเห็นว่าเราควรต้องกลับมาจัดลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศเสียใหม่.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"