'สันธนะ'ขึ้นศาลคดีกรรโชกทรัพย์ตลาดดอนเมือง


   

3 ก.ย. 61 - ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 9.00 น. ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ อ.1951/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการสันติบาล ในฐานะประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด, นายชนะโชติ หรือตั๋ม สุขสุคนธ์ อายุ 40 ปี, นายวรรณชัย หรือแก้ว ใจเรือง อายุ 36 ปี, นายวันเพ็ญ ผิวดำดี อายุ 51 ปี, นายสิริชัย หรือชัย เหล่ากุลประสิทธิ์ อายุ 65 ปี, นายประนอม หรือนอม แก้วสวัสดิ์ อายุ 59 ปี, นายกฤษณะ หรือตั้ม หลำรอด อายุ 41 ปี, นายคเณศ หรือต้น เปรมครุฑ อายุ 42 ปี, นายอดิศักดิ์ หรือโต้ง จันทร์ศรี อายุ 39 ปี, นายอนุชา หรือทอม วรเดช อายุ 53 ปี และนายอนุ หรือตุ๋ย สุขสุคนธ์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นพนักงานตลาดลูกน้องของ พ.ต.ท.สันธนะ เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 และความผิดฐานซ่องโจร มาตรา 210

คดีนี้อัยการฟ้องระบุพฤติการณ์ของจำเลยสรุปได้ว่า ระหว่างเดือน เม.ย. 2559 - เม.ย. 2561 พวกจำเลยเรียกเก็บเงินรายเดือนจากผู้ค้าขายที่เช่าพื้นที่ในตลาดใหม่ดอนเมืองประมาณร้านละ 1,000-3,000  บาทต่อเดือน ร่วมทั้งค่าจอดรถยนต์อีกเดือนละ 700 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ 300 บาท ซึ่งจะเรียกเก็บเงินดังกล่าวของทุกเดือนในปลายเดือน โดยพวกจำเลยมีพฤติกรรมลักษณะข่มขู่คุกคามผู้ค้าขายจนทำให้เกิดความหวาดกลัว หากไม่ยอมจ่ายเงินและอาจทำให้เกิดความเดือดร้อนในการค้าขาย โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

วันนี้ พ.ต.ท.สันธนะ พร้อมพวกจำเลยทุกคนซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล

โดย พ.ต.ท.สันธนะ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นห้องพิจารณาว่า คดีนี้เป็นคดีหลักมุ่งเป้ามาที่ตนโดยตรง จะขอโอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างที่เรียนกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น ไปถึงต้นน้ำว่าเขาทำอะไรอย่างไร เป็นเรื่องที่ตนทราบชะตากรรมมาโดยตลอดก่อนเกิดเหตุ เมื่อเกิดขึ้นจึงไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจ ถ้าพุ่งเป้ามาที่ตนคนเดียวไม่ติดใจ แต่มีผลกระทบกับคนอื่นอย่างกลุ่มผู้ค้า ตนมีความรับผิดชอบ นอนไม่หลับทุกคืนเพราะยอมรับว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบเดือดร้อนด้วย การค้าในตลาดถูกมองว่ามีมาเฟีย กระทำผิดกฎหมายเยอะแยะ ซึ่งเป็นการค้าขายปกติ ที่บอกว่าจะตรวจค้นจับกุมมีอีกไหม มาตรฐานมีอีกไหม

ทั้งนี้ หลังจากดำเนินการที่ตลาดใหม่ดอนเมืองก็ไม่เห็นจะไปทำที่ไหน ไม่เห็นบูรณาการอะไรอย่างที่เคยพูดมา กล่าวหาตนมากมายทุกเรื่อง ตนก็แสดงความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง โดยไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ ตนไม่มีทรัพย์สินอะไรเพิ่มขึ้นมามากมาย

“ข้อเท็จจริงผมอยากให้ศาลท่านพิพากษาเลยในวันนี้พรุ่งนี้ สังคมจะได้ประจักษ์ แล้วพื้นที่ที่พวกคุณอยู่และผมอยู่จะได้รู้ ถ้าผมผิดเหมือนอย่างที่พวกคุณกล่าวหาผม ผมก็ขอจบตัวเองจริงๆ ในชีวิตนี้ ผมรู้ว่าผมสู้กับอะไร แต่ถ้าผมไม่สู้แล้วปล่อยให้สังคมเป็นไปอย่างนี้ เขานึกจะทำอะไรกับใครยังไงก็ได้ เผอิญผมมันพอมีกำลังที่จะสู้ แต่กับคนอื่นผมได้รับเรื่องอีกหลายๆ เรื่องที่เขาถูกกระทำโดยองค์กรนี้” พ.ต.ท.สันธนะ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ทราบดีว่าอัยการก็หนักใจในคำฟ้องที่ยื่นฟ้อง ตนรับราชการมา 20 กว่าปี ขอพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้มากที่สุด ที่หาว่าเป็นหัวหน้าซ่องโจร กรรโชกทรัพย์แล้วจะเดินอยู่ในสังคมได้อย่างไร ตนประกาศแล้วใครที่หาว่าตนกรรโชกทรัพย์ก็มาช่วยแจ้งความดำเนินคดีกับตนให้ชัดเจน ไม่ใช่มีตำรวจกลุ่มเดียวพูด หากตนผิดก็ไปขอโทษ ถ้าผิดแล้วหน้าด้านพูดให้สังคมรับทราบอย่างนี้ไม่ใช่ตน เพราะเป็นอย่างนี้มาเกือบ 20 ปีหลังพ้นราชการตำรวจ และยืนยันหนักแน่นพร้อมสู้ตลอดไม่มีเลิกรา

สำหรับการนัดตรวจหลักฐานในวันนี้ อัยการโจทก์ได้ยื่นพยานหลักฐานจำนวน 161 รายการ เป็นพยานบุคคล 96 ปาก ส่วนฝ่ายจำเลยเห็นว่าทางโจทก์มีพยานมากเกินไป จึงขอให้มีการกำชับนำเฉพาะพยานปากสำคัญมา คัดให้เหลือเท่าที่จำเป็น เพื่อให้คดีดำเนินไปได้รวดเร็ว ศาลพิจารณาแล้วจึงให้นัดตรวจหลักฐานคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 10 ก.ย.นี้ เวลา 9.00 น.

 


ยุคนี้ นักวิจารณ์เยอะ ซึ่งเป็นเรื่องดี.... แต่ประเภท "ไม่อ่านเนื้อ" อ่านแค่พาดหัว ๒-๓ คำ แล้วหยิบไปวิจารณ์เป็นคุ้ง-เป็นแควนี่ซี

เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'