พม่าป้อง 'ซูจี' ปิดปากเงียบ คดีจำคุก 2 นักข่าว


เพิ่มเพื่อน    

รัฐบาลพม่าอ้างเหตุผลปกป้องนางอองซาน ซูจี ที่ปิดปากเงียบคดี 2 นักข่าวรอยเตอร์โดนศาลตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี ฐานละเมิดกฎหมายความลับราชการ ระบุการวิจารณ์จะเป็นการหมิ่นศาล ขณะสื่อเมียนมาชี้เป็นความเสื่อมถอยของเสรีภาพสื่อ

แฟ้มภาพ นางอองซาน ซูจี / AFP

    เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายนศาลในนครย่างกุ้งของเมียนมามีคำพิพากษาว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี นักข่าวชาวเมียนมาที่ทำงานให้สำนักข่าวรอยเตอร์ ครอบครองเอกสารลับของราชการโดยฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ และตัดสินจำคุกทั้งสองรายละ 7 ปี คำพิพากษานี้เรียกเสียงวิจารณ์จากองค์กรสื่อและกลุ่มสิทธิ รวมถึงรัฐบาลหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, สหภาพยุโรป และองค์การสหประชาชาติ

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 4 กันยายน ว่าทนายความของทั้งคู่จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลายาวนานเป็นเวลาหลายเดือน หรืออาจแรมปี ประธานาธิบดีวิน มินต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ สามารถอภัยโทษให้ทั้งคู่ได้เช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะเข้าแทรกแซงอย่างทันทีทันใด

     นางซูจี ซึ่งเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของรัฐบาลพลเรือนชุดนี้ ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงปฏิกิริยาต่อคำตัดสิน ก่อนหน้านี้นางก็ไม่มีทัศนะตอบโต้รายงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่กล่าวโทษพวกนายทหารเมียนมา รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ว่า "ล้างเผ่าพันธุ์" ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ และเรียกร้องให้นำตัวพวกนายทหารมาดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามในศาลระหว่างประเทศ การวางเฉยของนางยิ่งบั่นทอนภาพลักษณ์ของนางมากขึ้น

    กระนั้น อ่อง ฮลา ตุน อดีตนักข่าวรอยเตอร์ที่ปัจจุบันทำงานให้รัฐบาลของนางซูจีในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศ กล่าวปกป้องเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพที่เคยโดนกองทัพกักบริเวณนาน 15 ปี ว่าการวิจารณ์ระบบยุติธรรมจะเท่ากับการหมิ่นศาล เขาไม่คิดว่านางซูจีจะทำเช่นนั้น

    สื่อของทางการเมียนมาแทบจะไม่กล่าวถึงคำพิพากษาคดีนี้ แต่สื่อเอกชนในเมียนมาหลายแห่งร่วมวิจารณ์คำตัดสินด้วยในวันอังคาร เช่น หนังสือพิมพ์ 7เดย์นิวส์ กล่าวว่าเป็น "วันโศกเศร้า" สำหรับเมียนมา และได้ลงกรอบสีดำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบนหน้าหนึ่ง ส่วนเมียนมาไทมส์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ลงภาพจ่อ โซ อู เต็มหน้าหนึ่ง และกล่าวถึงคำตัดสินนี้ว่าเป็นการเสื่อมถอยของเสรีภาพสื่อ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.