จับ CSI LA สะเทือนถึงใคร?


เพิ่มเพื่อน    

      ยังไม่จบ....... 

      เรื่องสาวอังกฤษอ้างถูกมอมยาข่มขืนที่ "เกาะเต่า" แต่ไปแจ้งความที่ "เกาะพะงัน" ตำรวจไม่รับแจ้ง นั่นแหละ

      เมื่อวาน (๕ ก.ย.๖๑) "พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล" รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว บอก

      ขณะนี้ จับแล้ว ๑๑ คน!

      จากทั้งหมด ๑๓ คน ที่ "ศาลจังหวัดเกาะสมุย" อนุมัติหมายจับ ตอนนี้ คุมตัวไว้ที่ สภ.เกาะเต่า

      ยังเหลืออีก ๒ 

      และ ๑ ใน จำนวน ๒ คือ "แอดมินเพจ CSI LA"

      "นายประมุข อนันตศิลป์" หรือ เดวิด อายุ ๔๑ ปี

      พื้นเพคนเสม็ด ชลบุรี ปัจจุบันถือสัญชาติอเมริกัน อยู่สหรัฐฯ

      แต่โปรดเข้าใจ ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ผู้ต้องหาคดีวางยาข่มขืนสาวอังกฤษ

      หากแต่ตำรวจกล่าวหา "นายประมุข" เจ้าของเพจ CSI LA ว่า

      "นำเรื่องเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน และหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา ฯลฯ"

        ส่วนอีก ๑๒ คน เป็นลูกเพจ

      นำข้อความที่นายประมุขโพสต์ ใน CSI LA ไปแชร์ต่อ!

      CSI LA นี่.........

      ดังตอนแฉนาฬิกา "ริชาร์ด มิลล์" ของพลเอกประวิตร และเน้นเสนอเรื่องฉาวประเทศ

      เรื่องสาวอังกฤษที่เกาะเต่า

      สรุปเบื้องต้น "ไม่มีการวางยาข่มขืนเกิดขึ้นจริง" ตามที่เพจ CSI LA เผยแพร่

      ฟังนายประมุขให้สัมภาษณ์ "คุณสุทธิชัย หยุ่น" หลายวันก่อน เขาอ้าง

      ไม่ได้ทำผิด คดียังไม่จบ สงสัยจับแก้แค้นที่เขาแฉเรื่องนาฬิกาเพื่อน

      ข่าวนั้น เขาเอาจากที่ "เดลิเมล์" กับ "เดอะ ซัน" ของอังกฤษลงข่าว โดยแม่ของสาวอังกฤษเป็นผู้ให้ข่าว

      ครับ.....

      "จะผิด-ไม่ผิด" ยังสรุปไม่ได้ การจับเป็นเพียง "ข้อกล่าวหา" ของตำรวจ

      ในเมื่อนายประมุข มั่นใจว่าตัวเอง "ไม่ผิด"

      ต้องการยืนยันสิทธิในการนำเสนอข่าวสารเป็นจริงเพื่อสังคมได้รับความยุติธรรมเช่นนั้น

      "นายประมุข" ควรกล้าสู้-กล้าพิสูจน์ ตามกระบวนการกฎหมาย อันเป็นกติกาสังคมรวม

      การหลบไปสหรัฐฯ แล้วโก่งคอขัน.........

      "เอามาเสนอให้คนไทยฟัง ไม่คิดมอบตัวอยู่แล้ว บ้านเมืองเป็นปกติแล้วจะกลับไปต่อสู้"

      ฟังดู มันเท่นะ

      แต่ประโยคแบบนี้ มันคุ้นๆ หู ว่าพวกสถุลไหนมันชอบยกมาอ้างประจำ!?

      นอกจากเพจ CSI LA ของนายประมุข ยังมีอีกเว็บไซต์ที่เน้นเสนอเรื่องให้ฉาวประเทศ

       คือ "สมุยไทม์"

      เมื่อ ๓๑ สิงหา "ศาลจังหวัดเกาะสมุย" ก็อนุมัติหมายจับ "นางซูซาน บัชอะนาน" คนอังกฤษ วัย  ๔๘ ปี เจ้าของเว็บ

      ข้อหา "นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์"

      โพสต์เรื่องสาวอังกฤษทำนองเดียวกัน

      "ปิดเว็บ" เปิดแน่บไปซุกอยู่ไหน ยังตามไม่เจอ!    

      เจตนาที่หยิบเรื่องนี้มาพูด ประเด็นแรก ขอชมว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ "กัดติด" ดี

      แสดงถึงว่า คดีนี้ ตำรวจตรวจสอบชัด มั่นใจแล้ว เรื่องวางยาข่มขืนสาวอังกฤษ

      "ไม่จริง"

      สาวอังกฤษวัย ๑๙ นางนั้น กุเรื่องเท็จขึ้นเอง ด้วย "หวังผล" บางอย่าง

      ประเด็นที่ยัง "อมความ" นี้

      ตำรวจต้องตามเค้นเอา "จริง" จากปากออกมาเคลียร์ภาพลักษณ์ประเทศให้ได้

      ไม่อย่างนั้น การกล่าวหานายประมุข CSI LA กับนางซูซาน สมุยไทม์ ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า

      เขานำข้อความเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์?

      และภาพลักษณ์ "เกาะเต่า" ก็จะมะลำมะเลืองในความเป็น "เกาะแห่งความตาย" ต่อไป

      ประเทศไทย จะเป็นประเทศไม่ปลอดภัยต่อการท่องเที่ยว เป็นทัศนคติยังล้างไม่ออกต่อไป

      ส่วนประเด็นที่กล่าวหา ไปแจ้งเรื่องข่มขืนแล้วตำรวจไม่รับแจ้ง แค่ลงประจำวันประเด็นของหาย นั้น

      เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติทางกฎหมาย ตำรวจควรชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ

      คือการข่มขืนรายนี้ ไม่ใช่เหตุเกิดเฉพาะหน้า ที่จะแจ้ง-ไม่แจ้ง ตำรวจต้องจัดการได้ทันที

      เหตุ "ข้ามวัน-ข้ามคืน" แล้ว ไม่เป็นเหตุจำเป็น "อยากแจ้งที่ไหนก็แจ้ง"

      เหตุเกิดที่ไหน ก็ต้องแจ้งท้องที่นั้น นี่เป็นระเบียบปฏิบัติ

      เหตุเกิดเกาะเต่า แต่แจ้งเกาะพะงัน ตำรวจแนะนำให้ไปแจ้งในท้องที่เกิดเหตุ ก็ถูกแล้ว

      การให้ตำรวจท้องที่หนึ่ง ข้ามไปทำคดีในอีกท้องที่หนึ่ง ทำอย่างนั้นได้หรือไม่ได้

      ระดับ "ยิ่งลักษณ์ไอคิว" ยังตอบได้เลย ไม่ต้องอธิบาย!

      แต่ที่ว่า คดีของหายหรือลักทรัพย์อะไรนั่น สามารถรับแจ้งได้ นั่นก็ใช่

      เพราะของหาย มันอ้างได้ ไม่รู้หายที่ไหน ถูกลัก-ถูกขโมยที่ไหน?

      ดังนั้น รู้ตัวเมื่อไหร่-ที่ไหน ก็แจ้งได้ที่นั้น อย่างใบขับขี่หาย บัตรประชาชนหาย แจ้งโรงพักไหนก็ได้

      มันเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ตำรวจเป่าคดีหนัก รับแต่คดีเบา อย่างที่ยุแยงให้คนฟังหลงเชื่อตาม

      เห็นว่า สาวไปแจ้งตำรวจสากลที่อังกฤษ และรับคดีไว้ เอาเสื้อที่อ้างมีคราบอสุจิคนร้ายติดอยู่ไปตรวจพิสูจน์แล้ว

      สาธุ.....

      ขอให้จริงเหอะ ตรวจดีเอ็นเอจากคราบอสุจิได้ผลอย่างไร พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รีบติดต่อให้ส่งผลมาเลย

      ถ้าเป็นดีเอ็นเอยุโรป ก็ให้เธอเก็บไว้เป็นที่ระลึก

      แต่ถ้าเป็นดีเอ็นเอคนอาเซียน จะได้นำมาเป็นหลักฐานสืบสาวราวคดีกันต่อ

      ที่สำคัญ ตำรวจสากลจะทำไง เธออ้าง ถูกข่มขืนตั้งแต่เดือน มิ.ย.๖๑

      ถึงตอนนี้ ผ่านไปร่วม ๓ เดือน........

      ส่งเธอไปตรวจ จะเหลือคราบไคลเจ้าของดีเอ็นเอเป็นหลักฐานเร้อ?

      ประเด็นที่ ๒ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ควรต้องตามเรื่องท่านกงสุลใหญ่สถานทูตอังกฤษประจำไทยด้วย

      ว่าประสานให้สาวอังกฤษรีบเดินทางมาให้ตำรวจบันทึกปากคำไวๆ หน่อย

      มาก็...นำเสื้อเปื้อนอสุจิที่ว่านั่นมาด้วย

      การไปปาวๆ กับสื่อก็ดี ไปแจ้งความตำรวจสากลก็ดี หรือตัวไม่มา ให้แม่มาแทนก็ดี

      นั่นไม่แค่ส่อถึง "ทุจริตในเจตนา" ยังส่อถึงว่ามีเจตนาไม่ซื่อต่อเกาะเต่าด้วย

      เพราะสื่อก็ดี ตำรวจสากลก็ดี คุณแม่เธอก็ดี อยู่นอกเหตุความจริง นอกเขตกฎหมายรองรับตามกระบวนการ

      อีกทั้ง ใช่ว่าตำรวจไทยไม่ทำคดี จนต้องพึ่งตำรวจสากลแทน

      เจ้าตัวเองตะหากที่บ่ายเบี่ยง ขนาดตำรวจแบรอ ก็ยังไม่ยอมมา

      ถ้าสาวอังกฤษคนนี้ทำได้........

      สาวนักท่องเที่ยวอีกเป็นล้านๆ ก็อาจเอาบ้าง มาเที่ยวเมืองไทย กลับไปบ้านแล้ว

      ก็ไปออกข่าว ไปแจ้งตำรวจ ไปฟ้องแม่ ว่าถูกข่มขืนที่เมืองไทย ตำรวจไม่รับแจ้งความ

      เขาบรรลุเป้าหมาย ประเทศไทยชักแหง็กๆ

      ให้แจ้งความก็ไม่มาแจ้ง เอาแต่สมคบตีข่าว ว่าตำรวจเป่าคดี ว่าประเทศไทยไอ้บ้ากามเยอะ

      ถ้าเราไม่รุกต่อให้จบกระดาน........

      ในยุคสื่อสารครองโลก มัน...ในฐานะนำข้อมูลไม่ว่าจริงหรือเท็จถึงมวลชนก่อน

      "ชนะ"

      และมันผู้นั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน เผาบ้าน-เผาเมือง ยังสั่งเผาได้  

      กะอีแค่จ้างมั่วให้เป็นข่าวเผาประเทศไปเรื่อยๆ ทำไมมันจะสั่งไม่ได้?

      ก็ดูซี ทั้ง CSI LA ทั้ง สมุยไทม์ "ไทยทาส" สายอังกฤษ-อเมริกันทั้งนั้น

      ถ้าไม่มีคนจ้าง-คนสั่ง จำเป็นอะไร ต้องมุ่งมั่น-เจาะจง

      ปั่นข่าว-ปั่นกระแส กัดกร่อนประเทศ ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า เช่นนี้

      สมมุติเรื่องนี้จริง

      "กงสุลใหญ่อังกฤษ" จะอยู่เฉยอย่างทุกวันนี้ไม่ได้หรอก

      หน้าที่เขา ต้องดูแล พิทักษ์คนของเขาดุจไข่ในหิน กี่ประเทศล่ะ ในอดีตที่ถูกอังกฤษบุกยึดเป็นเมืองขึ้น

      ก็แค่เหตุ "คนของเขา" ไปถูก "มดไต่-ไรตอม" ในประเทศนั้นๆ

      แล้วกรณีนี้ ท่านกงสุลใหญ่เองก็บอก ไม่ทราบเรื่อง ทางสาวอังกฤษก็ไม่เคยมาแจ้งให้ทางสถานทูตทราบ!

      ดังนั้น การจับคนโพสต์-คนแชร์กรณีนี้ ผมเห็นด้วย ในเหตุผลว่า นี่คือ "เบาะแส" หนึ่ง

      ที่ตำรวจควรสอบปากคำ "แต่ละราย" สืบสาวจนถึง "ต้นทาง" ให้รู้ถึงความเป็นขบวนการ "ปั่นข่าว" ทำลายประเทศ

      พวก "แชร์ข่าว" นี้ ไม่สำคัญ

      "ต้นตอ-ตัวการ" ตะหาก "สำคัญ" ฉะนั้น บิ๊กโจ๊ก "อย่าให้พลาด" เชียวนะ.


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"