ศัตรูของศัตรูคือ 'มิตร' กลเกมสู้ศึก 'เลือกตั้ง'!!


   

      ใกล้วันครบระยะเวลาที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะประกาศบังคับใช้ การเมืองจึงเริ่มเข้มข้นตามลำดับ เมื่อสัญญาณเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกที

      ในทางปฏิบัติ พรรคการเมืองเตรียมพร้อมไว้ทุกอย่างแล้ว เหลือเพียงรอเวลากรรมการเป่านกหวีดเท่านั้นก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที ทั้งการเรียกประชุมพรรค ร่างข้อคับ รับสมัครสมาชิก และนโยบายหาเสียง แว่วว่าพรรคต่างๆ คืบหน้าไปมากทีเดียว เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ต่างเตรียมพร้อมนโยบาย หวังโกยแต้มประชาชน

      ทว่าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ 2560 พร้อมทั้งกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง-พรรคการเมือง ดูไม่เอื้ออำนวยให้สองพรรคใหญ่เท่าไหร่ ช่วงที่ผ่านมาเลยเห็นปรากฏการณ์ สมานฉันท์ทางความคิด กันบ่อยขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเรียกร้อง คสช.ต้องปลดล็อกการเมือง 100% ไม่ใช่คงบางกติกาเอาไว้ให้พรรคพวกตัวเอง

      ล่าสุดมีการพูดคุยการเมืองไปไกลมาก โดยในเวที "อนาคตประเทศไทย ตายหรือตันก่อนการเลือกตั้ง" มีนักการเมือง แกนนำมวลชน ไปร่วมงานเพียบ อาทิ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

      ดูเหมือนเพื่อไทย คนเสื้อแดง หยิบยื่นไมตรีผ่านรูปแบบการหาทางออก โดยชูเป้าประชาธิปไตยเป็นหลัก

      เสี่ยอ๋อย-จาตุรนต์ ระบุว่า "แม้ผู้นำ คสช.ตั้งรัฐบาลได้ เราก็จะเป็นฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยเปิดโอกาสเป็นพันธมิตรพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ถ้าผู้นำ คสช.เป็นรัฐบาล เราก็ยินดีร่วมมือกับทุกพรรคที่ไม่รับผู้นำ คสช. พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ถ้าทั้งพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ไม่ร่วมรัฐบาล ยินดีเป็นฝ่ายค้านร่วมกัน ผมยินดีที่จะเป็นวิปฝ่ายค้านร่วมกับนายจุรินทร์ด้วย”

      แปลง่ายๆ ว่า พรรคเพื่อไทยชวนพรรคประชาธิปัตย์จับมือกัน เพื่อร่วมต้านผู้มีอำนาจ คสช. ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มสูงมากที่จะลงเป็นผู้เล่นในสนามเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้

     ขณะที่ จตุพร เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายหาข้อตกลงกันให้ได้  ทำเป็นสัญญาประชาคม เป็นหลักประกันเลือกตั้งราบรื่น และไม่เกิดความขัดแย้ง วุ่นวายหลังเลือกตั้งอีกเหมือนในอดีต

      ไม่รู้เป็นเพราะว่าพรรคเพื่อไทยคงรู้ตัวดีว่า แม้จะชนะการเลือกตั้งก็ตาม แต่จะไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล เพราะการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรอีกแล้ว เนื่องจากตามกฎหมายจะต้องใช้เสียง ส.ว.ด้วย ซึ่งทราบกันดี ส.ว.ชุดนี้มาจาก คสช.ทั้งหมด ทั้ง 250 คน อีกทั้งพรรคเล็ก พรรคที่เกิดขึ้นใหม่ และพรรคขนาดกลางก็มีน้อยที่ยืนฝ่ายประชาธิปไตย

      เมื่อหันซ้ายแลขวาไม่เหลือใครแล้ว เลยเข้าตำรา ศัตรูของศัตรูคือมิตร ออกอาการจีบกันล่วงหน้าดึงเป็นมิตรร่วมรบ ประกอบกับ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนแข็งกร้าว และดูพอจะพูดคุยกันได้หรือไม่ จึงเป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยเปิดโต๊ะเจรจากับประชาธิปัตย์ โดยไม่ได้จับมือเพื่อตั้งรัฐบาล แต่จะจับมือยอมเป็นฝ่ายค้านด้วยกันเพื่อต้าน คสช.

      งานนี้สะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยดิ้นสู้สุดใจ กอดหลักการประชาธิปไตย หาพันธมิตรฝ่ายค้านร่วมล่วงหน้า หวังว่าถึงเป็นฝ่ายค้านแต่ก็คงได้เสียงไม่น้อยกว่ากี่สิบเสียงที่ห่างจากฝ่ายรัฐบาล

      การเมืองระดับโลกมีให้เห็น สองผู้นำเกาหลีเหนือ-ใต้ จูงมือเดินข้ามเส้นแบ่งพรมแดน สร้างเสียงปรบมือเกรียวกราวจากชาวโลก

      การเมืองไทยวันข้างหน้ายังยากจะคาดเดา ใครจะเข้าวิน พรรคพลเรือนที่ถือหางประชาธิปไตย หรือพรรคทหาร หน้าตาเผด็จการแต่หัวใจประชาธิปไตย

      การเมืองไทย เรื่องเซอร์ไพรส์ สุเทพ เทือกสุบรรณ เนวิน ชิดชอบ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเคยกอดคอ จูบปากร่วมรัฐบาล, สหายคนเดือนตุลาในซีกพรรคพลังประชาชน ยังลืมความขัดแย้งในอดีต สมัยมีหัวหน้าพรรคชื่อสมัคร สุนทรเวช

      หิมะถล่ม อาจไม่ได้หมายถึงเพื่อไทย หรือประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง แต่อาจกลายเป็นปรากฏการณ์ ช็อกโลก เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ จับมือเป็นฝ่ายค้าน แม้เปอร์เซ็นต์น้อย แต่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้เสียทีเดียว.


"แอมเนสตี้" ถอด "อองซาน ซูจี" พ้นทูตแห่งมโนธรรมสำนึกเห็นหัวข่าวนี้ปุ๊บ.........ความรู้สึกตอบสนองเกิดกับผมปั๊บ "โธ่...ไอ้องค์กรสถุล"!

ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?
จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม
'กัญชากับท่าทีใหม่รัฐบาล'