จะดิ้นให้ตกเตียงเพื่ออะไร?


   

      ประชาธิปัตย์นี่......

      อายุไม่ปาเข้าไป ๗๒-๗๓ ขวบแล้วหรือ?

      ถ้าเป็นคน

      ต้องบอกว่า เป็นตระกูลเก่าแก่ ผ่านร้อน-ผ่านหนาวมา ๓ แผ่นดินแล้ว

      ซ้ำมีความเป็นปึกแผ่นโดยสุจริต ลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง

      ถึงวันนี้

      ไม่มีใครบอกว่า "ครอบครัวประชาธิปัตย์" ไม่เป็นผู้ใหญ่?

      แต่ดูๆ ไป ตามตัวเลขอายุน่ะ...ใช่

      แต่วุฒิภาวะทางอารมณ์ ไม่น่าจะใช่

      น่าเสียดายและน่าขายหน้า แก่อายุ แต่ประพฤติเหมือนอ่อนประสบการณ์ ความนึกคิดเหมือนเด็กสมาธิสั้น

      รุ่งเรือง ได้เป็นรัฐบาล ก็มีปัญหา

      ร่วงโรย ไม่ได้เป็นอะไรเลย ก็มีปัญหา

      ไม่ปัญหาจากภายนอก ก็สร้างปัญหาให้เกิดภายในกันเอง อย่างตอนนี้ เป็นต้น

      น่าจะศึกษาความเป็นไปในพรรคแต่อดีต เพื่อสำนึกในทางไม่ต้องซ้ำรอยอายกันบ้าง

      แต่ก็อย่างว่า อดีตเขาเปรียบคนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนลิง ก็ไม่ผิด

      ลิงนอกจาก "เลี้ยงไม่เชื่อง" แล้ว ลิงไม่เคยอยู่นิ่ง ไม่เคยเชื่อฟังใคร ไม่เคยรู้สูง-ต่ำ ปีนขึ้นหมด

      "กัดกันเอง" เป็นบุคลิกเอกวานร!

      เพราะอย่างนั้น สมัย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ต่อจาก "นายควง อภัยวงศ์"

      แต่ละคนในพรรค วาจายอมรับ ม.ร.ว.เสนีย์ แต่ความประพฤติ ไม่มีความเกรงใจ และไม่เคารพเชื่อฟังเลย

      แต่ละคน ถือตัวว่า กู..ก็ "เอตทัคคะ" คนหนึ่ง

      จึงไม่มีใครยอมใคร แยกก๊ก-แยกเหล่า กัดกันเองในพรรค ถึงขั้นแยกวงไปตั้งพรรคก็มี

      หม่อมเสนีย์ ท่านใจดี บรรดาทะโมนปีนหู-ปีนหัว ท่านก็เฉย หนังสือพิมพ์เขาเลยตั้งฉายาให้เป็น

      "ฤๅษีเลี้ยงลิง"!

      อย่างตอนนี้ ความจริง "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป

      หรือจะไม่เป็น ถอยให้คนอื่นเป็น?

      ก็เรื่องของประชาธิปัตย์ สังคมทั่วไปไม่เกี่ยว ยกเว้นใครที่เป็นสมาชิกพรรค

      แต่ตัวนายอภิสิทธิ์และคนประชาธิปัตย์เองนั่นแหละ กลับแพร่ "มลภาวะพิษ" ไร้เดียงสาออกมารบกวนสังคมภายนอกเขา

      อันที่จริงนั้น กติกาอันเป็นวัฒนธรรมพรรคในการคัดตัวหัวหน้ามีอยู่แล้ว

      แต่ยักกระสายไปเอง หวังเป็นจุดขายเรียกแขกประมาณนั้น

      ๗๒ ปี ของพรรค ถือว่าแก่แล้ว.......

      พูดสุภาพก็ว่า อาวุโสมากแล้ว น่ามีความคิดรอบด้าน จะทำอะไร ไม่ควรให้ชาวบ้านเขาดูถูก-ดูแคลน ว่า

      โตแต่ตัว ......

      แต่ "หัวคิด" ไม่มีเลย!

      อยากจะอวดอ้างประชาธิปัตย์ยุคใหม่ เป็นพรรคเสรีประชาธิปไตย เปิดกว้างให้สมาชิกเลือกตั้งหัวหน้าพรรค

      ก็ดี...........

      เป็นบันไดพาดให้นายอภิสิทธิ์ลงเท่ๆ หรือทำเท่ๆ แต่ลงท้าย นายอภิสิทธิ์เหมือนเดิม

      หรือพลิกล็อก สมาชิกพรรค "เลือกคนใหม่" ขึ้นเป็นหัวหน้าประชาธิปัตย์แทนนายอภิสิทธิ์จริงๆ

      มันก็ดีกับประชาธิปัตย์ทั้งนั้น........

      แล้วจะสร้างเรื่อง พาลคนอื่น โวยวาย ให้หนวกหู น่ารำคาญไปเพื่ออะไร?

      นายอภิสิทธิ์นั้น ในสายตาผม ยังไงก็คือทองคำ แต่ยังอยู่ในสภาพสินแร่

      ประสบการณ์และการถูกทุบแทบตายในบทประมุขพรรค ๑๐ ปีได้แล้วมั้ง?

      น่าจะหลอมออกมาเป็น "ทองคำบริสุทธิ์"

      แต่ด้วยความหนาแน่นมวลสารปัญญา......

      จึงถลุงยาก!

      คงต้องใช้ความร้อนระดับ ๑๐,๐๐๐ องศาฟาเรนไฮต์นั่นแหละ ถึงจะไล่ขี้ถึงเนื้อทอง

      เพื่อคุณค่าทางใช้ประโยชน์ในสังคมเป็นจริง ไม่ใช่แค่ก้อนแร่ทับกระดาษ

      ช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนถึงเลือกตั้งปีหน้า สิ่งที่ประชาธิปัตย์ควรทำ คือ

      เลือกหัวๆ ตัวแสบๆ ที่มากจริต-มากอีโก้ ไปเข้าถ้ำ ให้แต่ละคนคุกเข่า "ทบทวนตัวเอง" ซัก ๗ วัน

      เสร็จแล้ว เอาขังอยู่ในห้องเดียวกัน

      นำผลึกสำนึกจากคุกเข่า ๗ วันนั้น ออกมากองรวมกัน

      แล้วขยำรวม......

      กลั่นกรอง ร่อนกาก เอาเนื้อช่วยกันร่างเป็นแผน-เป็นนโยบายพรรค ที่จะใช้ชูแลกคะแนนในสนามเลือกตั้ง

      เนี่ย...มันน่าจะเป็นอย่างนี้มากกว่าจะเล่นละเม็ง-ละคร เรื่องเสรีประชาธิปไตยเลือกตั้งหัวหน้า ซึ่งเพ้อเจ้อ ไร้สาระ

      ผมไม่อยากพูดหรอกว่า.......

      การเล่นบทประชาธิปไตยไม่เอาทหารของนายอภิสิทธิ์วันนี้ มันผิดหรือถูก?

      เพราะไม่ใช่เรื่องผิด-เรื่องถูก หรือเรื่องหลักการอะไรตรงไหน

      มันเป็นเรื่อง "ผลึก" วิสัยทัศน์ เหมือนเพชรจะส่องประกายตอนกระทบแสง คนเป็นหัวหน้า จะเจิดจ้าก็ตอนสถานการณ์จริงมาถึง

      ไม่ใช่ "จำลองคิด" ไปรายวันแบบนี้!

      ทหารน่ะ......

      มีทั้งดี-ทั้งเลว ทั้งร่วมได้-ร่วมไม่ได้

      เหมือนนักการเมืองนั่นแหละ มีทั้งคบได้, คบไม่ได้

      ฉะนั้น ไม่ควรใช้ความแอบจิตหรือภาพจำลองเฉพาะหน้า ไปสร้างสุ่ม

      แทนที่จะใช้ครอบเขา...........

      มันจะกลับมา "ครอบตัวเอง" เสียด้วยซ้ำ!

      ถามจริงๆ ถึงวันนี้แล้ว นายอภิสิทธิ์ยังตอบตัวเองไม่ได้หรือว่า ในการเลือกตั้งที่จะถึง

      พรรคจะเอาอะไรขาย?

      -ขายคนเป็นหัวหน้าพรรค?

      หรือ......

      -ขายนโยบายนำพรรค?

      หรือ...

      ขายความชราน่าสงสารของพรรค?

      และส่องกระจกดูเงาแล้ว ตามสูตรจัดสรรปันส่วนผสม พรรคจะได้คะแนนรวมทั้งประเทศซักเท่าไหร่?

      มุ่งเป้าเอา ส.ส.เขต ในจำนวน ๓๕๐ เขต เป็นหลัก

      หรือ.........

      วางกลยุทธ์ ชิงส่วนแบ่งเค้ก ๑๕๐ ก้อน ในระบบปาร์ตี้ลิสต์?

      ลองใช้คะแนนเลือกตั้งปี ๒๕๕๔ เป็นสถิติสูงสุดของพรรคมาดูกันซิว่า

      เลือกตั้งปีหน้า ประชาธิปัตย์จะทำนิว ไฮ หรือ นิว โลว์?

      เลือกตั้งปี ๕๔ คนออกมาใช้สิทธิ์ ๔๖,๙๒๑,๖๘๒ คน คิดเป็น ๗๕.๐๓%

      ประชาธิปัตย์ได้คะแนนรวม ๑๑,๔๓๓,๕๐๑ คะแนน

      ภาคเหนือ ได้ ส.ส. ๑๓ คน อีสาน ได้ ๕ กลาง ได้ ๒๕ กทม.ได้ ๒๓ และใต้ได้ ๕๐ รวม ๑๑๖ คน

      เนี่ย...เลือกให้ตาย ประชาธิปัตย์ก็ได้ไม่มากไปกว่านี้ แต่จากยอดนี้ สูตรใหม่ จะได้ปาร์ตี้ลิสต์บ้าง

      แล้วย้อนคิดสิ......

      ความนิยมประชาธิปัตย์ แข่งเพื่อไทย เลือกตั้งปี ๒๕๕๔ กับความนิยมวันนี้ แข่งเพื่อไทย แข่งพลังประชารัฐ แข่งรวมพลังประชาชาติไทย

      ไม่ต้องคิดทางเพิ่ม

      เอาแค่รักษา ๑๑ ล้านคะแนนนั้นไว้ ได้หรือไม่ ดีดหูคนละที ยังน่าเล่น?

      สงบเสงี่ยมเจียมคำ ไปจัดแถว ร่างนโยบายไว้ขายในสนามหาเสียง

      จะมีประโยชน์กว่าไล่งับหางพวกกันเอง ว่าใครมาดูด ใครส่งคนมายึดพรรค?

      สกลธี ภัททิยกุล ก็ไปแล้ว

      นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ก็ไปแล้ว

      แล้วนี่...เมื่อวาน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ไปอีก

      ทำไมจึงไปทีละคน-สองคน ถูกดูดงั้นหรือ?

      คนเหล่านั้น ผมว่าเขามีกึ๋นเป็นวิสัยทัศน์ตัดสินใจได้เองว่า

      ใต้ธงรบแม่ทัพอภิสิทธิ์......

      "อยู่กับไป"

      เบื้องหน้า อย่างไหน ยังประโยชน์แก่ประชาธิปัตย์แก่สังคมรวมมากกว่า?

      จะบอกไว้อย่าง ประชาธิปัตย์ ไม่มีใครล้มได้

      "คนเก่า" ไม่เป็นปัญหา

      "ความคิดเก่าๆ" ของทั้งคนเก่าและคนใหม่ นั่นแหละที่เป็นปัญหา

       และนำสู่การล้มประชาธิปัตย์เอง!

      บทสรุป ในความเป็นประชาธิปัตย์ เลือกตั้งปี ๖๒ สั้นๆ และตรงตัวที่สุด คือ

      ทั้งประชาธิปัตย์ ทั้งเพื่อไทย ไม่ได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล

      แต่ขั้วไหน ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้..........

      ถ้าไม่มี "ประชาธิปัตย์"!


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง