ร้องลูกป่วยไข้หวัด เสียชีวิตมีเงื่อนงำ


เพิ่มเพื่อน    

    ครอบครัวชาวกะเหรี่ยงโวย ลูกสาววัย 8 เดือนไม่สบาย น้ำมูกไหล พาไป รพ.ในตัวอำเภอ หมอให้ยาฆ่าเชื้อและยาขยายหลอดลมแล้วให้กลับบ้าน หลังกินยาแค่ไม่กี่ชั่วโมง เด็กมีอาการผิดปกติ รีบพากลับไป รพ. ถูกนำเข้าห้องฉุกเฉินก่อนเสียชีวิตในช่วงเช้า สงสัยหมอรักษาถูกต้องหรือไม่ เตรียมร้องผู้ว่าฯ และเข้าแจ้งความ
    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางชญาดา ทวีไชยชยกรรณ์ อายุ 27 ปี แม่ของ ด.ญ.พิชญาภา ทวีไชยชยกรรณ์ หรือน้องพลอย วัย 8 เดือน ว่าสงสัยในการเสียชีวิตของน้องพลอย หลังจากมีอาการป่วยและพาไปรักษาในโรงพยาบาล เขตอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ 
    ทั้งนี้ เมื่อเย็นวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา นางชญาดา อดีตเคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลใน รพ.แห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ และญาติ ได้พาน้องพลอยซึ่งไม่สบาย มีน้ำมูกไหล ไปพบแพทย์ที่ รพ.ในตัวอำเภอฮอด แพทย์ได้จัดยาฆ่าเชื้อเป็นแคปซูลให้ 1 กล่อง และยาขยายหลอดลม 1 ขวด แล้วให้กลับบ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้าน นางชญาดาได้นำยาฆ่าเชื้อ 1 เม็ดผสมกับน้ำ 6 ซีซี ตามแพทย์สั่ง เททิ้ง 1 ซีซี ให้น้องพลอยดื่ม 5 ซีซี จนถึงเวลาตี 4 น้องพลอยกลับมีอาการหายใจผิดปกติ ซึม หลับไม่รู้ตัว จึงรีบนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง โดยมีแพทย์หญิงคนเดิมทำการรักษา นำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน มีการเจาะเลือดที่ลำคอ ใช้สายยางสอดเข้าไปในจมูก และปั๊มหัวใจตลอดเวลา จนกระทั่งน้องพลอยเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันช่วงเวลา 8 โมงเช้าวันต่อมา โดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาญาติจึงนำศพน้องพลอยออกจากโรงพยาบาล เพื่อนำมาประกอบพิธีตามพิธีกรรมของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งมีข้อห้ามว่าเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี หากเสียชีวิตห้ามนำเข้าหมู่บ้าน ให้นำไปฝังที่ป่าช้าก่อน 
    ด้านนางวนัสนันท์ คำฟู อายุ 32 ปี ป้าของน้องพลอยและอาศัยอยู่บ้านใกล้กัน เปิดเผยว่า ขณะที่น้องพลอยรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีอาการทรุดลงเรื่อยๆ แต่ไม่มีใครมาอธิบายให้ญาติฟังถึงอาการของน้อง ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 ชั่วโมงที่น้องพลอยอยู่ในโรงพยาบาล มีการเตรียมรถฉุกเฉิน ซึ่งทางพยาบาลแจ้งว่าได้ประสานโรงพยาบาลหลายแห่งเพื่อนำน้องพลอยไปรักษาต่อ แต่ไม่มีโรงพยาบาลไหนรับ จนน้องเสียชีวิตในที่สุด จึงอยากจะทราบว่าช่วงหัวค่ำที่ตนและแม่น้องพลอย พาน้องพลอยมาที่โรงพยาบาล ทำไมแพทย์จึงปล่อยเด็กกลับบ้าน และบอกว่าระบบหายใจของน้องเป็นปกติ ทำไมไม่ให้น้องนอนรอดูอาการที่โรงพยาบาลก่อน 
    ขณะที่นางชญาดา แม่น้องพลอย ก็กล่าวว่า ก่อนฝังน้องพลอย ตนได้เปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดกะเหรี่ยงให้ใหม่ เมื่อถอดเสื้อผ้าออกพบรอยเข็มฉีดยาเขียวซ้ำที่บริเวณลำคอ ทั้งแขน ขา หน้าอก มีรอยเขียวซ้ำจากการปั๊มหัวใจ และมีเลือดไหลออกทางจมูกตลอดเวลา ทางญาติๆ จึงเกิดความสงสัยว่าการที่น้องพลอยเสียชีวิตอาจเนื่องมาจากความผิดพลาดในการรักษาของแพทย์ นอกจากนี้ จากการสังเกตยาที่แพทย์ให้น้องพลอย เป็นยารักษาโรคไข้หวัดใหญ่ ในฉลากยาระบุใช้กับเด็กอายุตั้งแต่ 1-12 ขวบ แต่น้องพลอยอายุเพียง 8 เดือน นอกจากนี้ ทางใบมรณบัตรระบุสาเหตุการตายจากหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งข้อมูลขัดแย้งกัน ทางญาติจึงได้เรียกร้องความเป็นธรรมไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอฮอด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนศพของน้องพลอยที่ฝังอยู่ในป่าช้าและได้มีพิธีเผาดิบตามประเพณีของชาวกะเหรี่ยงในช่วงบ่ายวันที่ 12 ก.ย. ซึ่งตนและญาติกำลังปรึกษากันว่า หากเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนจะเข้าร้อง ผวจ.เชียงใหม่ต่อไป ซึ่งจะได้แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ฮอดไว้ด้วย ขณะเดียวกันก็จะร้องไปทางมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีให้ช่วยอีกทาง
    ผู้สื่อข่าวประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่ารับทราบเรื่องแล้ว กำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เบื้องต้นน่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารที่เกิดความไม่เข้าใจกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"