นัดถกพรรคการเมือง 'บิ๊กตู่'นั่งหัวโต๊ะ28ก.ย.-วิษณุโอ่มีเวลาหาเสียงอื้อ


เพิ่มเพื่อน    

    “บิ๊กป้อม” ย้ำเลือกตั้ง 24 ก.พ.แน่ “วิษณุ” เผยประกาศคลายล็อกเร็วๆ นี้ โอ่มีเวลาหาเสียงมากที่สุดตั้งแต่ยุคพ่อขุนรามคำแหง ดีเดย์ 28 ก.ย.ลุงตู่พบพรรคการเมือง “กกต.” คาดสัปดาห์หน้าคลอดระเบียบ ส.ว. ส่วนเรื่อง ส.ส.ต้องรอลุ้นคำสั่งคลายล็อก “จตุพร” โอดชอกช้ำที่สุดในรอบ 10 ปี แต่ย้ำให้ทุกฝ่ายจับเข่าคุยกัน เพราะเริ่มเห็นบั้นปลายวิกฤติแล้ว กองเชียร์ดัน “อนุทิน” ในวัย 52 ปีนั่งนายกฯ สามมิตรหนุน “ชาติไทยพัฒนา” ของสุวัจน์ซบประชารัฐ
    เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พ.ศ.2561 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า ได้ยืนยันมาหลายครั้งแล้วว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 24 ก.พ.2562 แน่นอน
    ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.มีผลบังคับใช้แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเดินหน้ากระบวนการสรรหา ซึ่งเข้าใจว่า กกต.ทำปฏิทินสรรหาไว้แล้ว โดยจะดำเนินการเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้ กกต.แบ่งกลุ่มเป็นสาขาอาชีพและสมัครเข้ามาคัดเลือกกันเอง และส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เลือกในขั้นสุดท้ายให้เหลือ 50 คน จากนั้นอีก 200 คน คสช.จะกำหนดกฎเกณฑ์กติกาคัดเลือกต่อไป โดยต้องได้ ส.ว. 250 คน 15 วันก่อนการเลือกตั้ง
    เมื่อถามว่า อายุของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีถึงเมื่อใด นายวิษณุกล่าวว่า สนช.จะทำงานต่อไปได้จนถึง 1 วัน ก่อนวันเปิดสภาผู้แทนราษฎร และสามารถได้รับเลือกเป็น ส.ว.ได้ เพราะไม่มีอะไรห้าม  
    นายวิษณุยังกล่าวต่อว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้หลังจากนี้อีก 90 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 10 ธ.ค. โดยใน 90 วันนี้ ยังไม่สามารถทำกิจกรรมตามกฎหมายดังกล่าวได้ ต้องรอให้มีคำสั่ง คสช.ออกมาคลายล็อกให้ทำกิจกรรมบางอย่างก่อน ซึ่งในกรอบ 90 วันนั้น เราแบ่งเพื่อความสะดวกให้ 60 วันแรกใช้สำหรับแบ่งเขตเลือกตั้ง และอีก 30 วันใช้สรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ คำสั่ง คสช.เพื่อคลายล็อกจะออกมาเร็วๆ นี้ และไม่จำเป็นต้องประชุม คสช.เพื่อให้ความเห็นชอบแล้ว เพราะคำสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว 
    “เมื่อคลายล็อกแล้วทราบว่า กกต.จะนัดประชุมพรรคการเมืองทั้งหมดในวันที่ 28 ก.ย.นี้ เพื่อซักซ้อมและตอบคำถามที่พรรคการเมืองสงสัย และหลังจากนั้นจะประชุมร่วมระหว่าง คสช.และพรรคการเมือง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธาน” นายวิษณุกล่าว
    เมื่อถามถึงกรอบเวลาเลือกตั้ง ยังเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562 หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ยังไม่เคยมีใครพูดเป็นอย่างอื่น ส่วนที่วิจารณ์กันว่ากรอบเวลาหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้น้อยเกินไปนั้น ต้องบอกว่ากรอบเวลาหาเสียงครั้งนี้ถือว่านานที่สุดที่เคยมีในไทย เพราะก่อนหน้านี้ที่เคยให้เลือกกันภายใน 90 วันหลังยุบสภา แม้ฟังดูเหมือนจะนาน แต่ยังไม่สามารถเลือกได้ ยังต้องไปออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ต้องรับสมัคร กว่าจะรู้หมายเลขผู้สมัคร แล้วเริ่มหาเสียง ไม่เคยมีนานถึงขนาดนี้ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมา
    ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงข่าวว่า กกต.จะเร่งพิจารณาระเบียบ กกต.ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทั้งสองฉบับ เบื้องต้นจะเร่งระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เพราะกฎหมาย ส.ว.มีผลบังคับแล้ว และเมื่อระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ประกาศใช้ กกต.ก็จะประกาศให้มีการลงทะเบียนองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลเข้าคัดเลือกเป็น ส.ว. ซึ่งจะมี 2 ประเภท คือ 1.องค์กรที่มีกฎหมายจัดตั้ง และ 2.องค์กรนิติบุคคลที่ก่อตั้งมาไม่น้อยกว่า 3 ปี มีการดำเนินกิจการต่อเนื่อง และไม่แสวงหาผลกำไร โดยจะเปิดรับลงทะเบียนที่สำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนบุคคลทั่วไปที่จะลงสมัครก็สามารถยื่นสมัครได้ที่ว่าการอำเภอ โดยวันเวลาการดำเนินการในแต่ละขั้นตอน กกต.จะชี้แจงอีกครั้งหลังระเบียบประกาศใช้ 
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ยังอยู่ในช่วง 90 วันของการรอการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยจะครบ 90 วันในวันที่ 10 ธ.ค. และจะเข้าสู่เวลาจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.61 โดยวันสุดท้ายคือวันที่ 9 พ.ค.2562 ทั้งนี้ เมื่อคลายล็อกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 กกต.ก็จะใช้เวลา 90 วันที่รอการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งให้เป็นประโยชน์ โดยจะเร่งแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมือง นักการเมือง ประชาชน รวม 10 วัน และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งกระบวนการ 55-60 วัน เมื่อแล้วเสร็จก็เป็นขั้นตอนทำไพรมารีโหวต ซึ่งไม่ใช่ทำได้ถึงแค่วันสุดท้ายก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลใชับังคับ แต่สามารถทำได้จนถึงวันก่อนรับสมัครเลือกตั้ง ถือว่ามีเวลามากกว่า 30 วันในการดำเนินการ
    “เชื่อว่าระยะเวลาดังกล่าวเพียงพอทำไพรมารีโหวต เพราะแม้การหาสมาชิกพรรคจะทำได้หลังคลายล็อก ส่วนจะใช้วิธีการขึ้นป้ายเชิญชวน หรือขึ้นเวทีพูดเชิญชวนได้หรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ที่สำคัญทั้งต้องรอคำสั่งคลายล็อกของ คสช.ออกมาก่อนว่ามีความชัดเจนอย่างไร” พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
    วันเดียวกัน นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมอำลา พล.อ.ประวิตร ในโอกาสจะพ้นจากหน้าที่ โดยนายกลินให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศใช้กฎหมายลูก 2 ฉบับว่า เป็นจุดเริ่มต้นกระบวนการสำคัญทำให้ไทยมีความแข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรือง และเกิดการเลือกตั้งในปีหน้า ซึ่งสหรัฐเป็นเพื่อนกับไทยมากว่า 200 ปี อยากเห็นไทยมีความแข็งแกร่ง มีเสรีภาพ และเจริญรุ่งเรือง อยากเห็นคนไทยมีส่วนร่วมทางการเมือง มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง และเมื่อเกิดการเลือกตั้งแล้วจะมีรัฐบาลที่มาจากพลเรือน
    “ผมได้เดินทางทั่วประเทศไทยมากกว่า 45 จังหวัดได้เรียนรู้ว่าคนไทยรักประเทศชาติของตัวเอง อยากเห็นประเทศตัวเองเจริญรุ่งเรือง และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะทำให้เกิดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม สำหรับประเทศไทยและคนไทยได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายถึงอนาคตของประเทศไทย และอยากให้มีเวทีที่เปิดกว้างเสรีสำหรับให้คนทั่วไปที่ออกมาพูดคุย รวมถึงเสรีภาพในการรวมตัว และเสรีภาพของสื่อ” นายกลินกล่าว
    เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยนั้น นายกลินกล่าวว่า ไม่สามารถจะคาดการณ์อนาคตประเทศไทยได้ สิ่งที่สำคัญคือขั้นตอนกระบวนการ ตอนนี้เป็นบวก และทำให้เกิดอนาคตที่ดี ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไร 
    ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “เริ่มที่ตัวเอง เพื่อบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า” โดยย้ำว่า ถ้าไม่มีการพูดคุยกัน ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นซีกของพรรคการเมืองของผู้มีอำนาจ ไม่ว่าก่อนการเลือกตั้ง ระหว่างการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้ง ล้วนจะเกิดปัญหาขึ้นมาทั้งสิ้น เพราะแม้กว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น ฝ่ายตนเองตายมากที่สุด บาดเจ็บมากที่สุด สูญสิ้นอิสรภาพมากที่สุด ได้รับความอยุติธรรมมากที่สุด แต่ก็ปรารถนาต้องการให้ชาติบ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ เราต้องแก้ก่อนตาย อย่ารอให้ตายก่อนแก้เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมานั้น เพราะเราต่างเห็นอนาคต เห็นเส้นทางว่าบ้านเมือง ถ้าเริ่มต้นด้วยอย่างไร จะจบลงมากันอย่างไร
    “ถ้าทุกคนเลิกเห็นแก่ตัว มองข้ามความต้องการของตัวเองออกไป และจะทำอย่างไรให้ชาติบ้านเมืองอยู่ได้ ทุกฝ่ายเราล้วนแต่มีส่วนผิดและส่วนถูกด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีใครผิดทั้งหมด ไม่มีใครถูกทั้งหมด ถ้าเรายอมรับความเป็นจริงข้อนี้ได้ เราก็จะข้ามพ้นความรู้สึกส่วนตัว การที่จะให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ ไม่มีวันจะสำเร็จได้ด้วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องเกิดขึ้นจากการร่วมมือของทุกฝ่าย ถ้าฝ่ายหนึ่งพยายามอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ความร่วมมือ อีกฝ่ายหนึ่งยื่นมือ อีกฝ่ายหนึ่งยื่นเท้า บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้” นายจตุพรกล่าว
    นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า แม้กฎหมายประกาศแล้ว แต่ยังต้องรอให้ คสช.คลายล็อกก่อน ดังนั้น คสช.ควรเร่งให้ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว และถ้าเป็นไปได้ อยากให้ปลดล็อก ไม่ใช่แค่การคลายล็อก เพราะไม่มีใครคิดสร้างปัญหาแทรกซ้อนอีก เพราะทุกคนรู้บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว 
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษก พท.กล่าวเช่นกันว่า คสช.ต้องพิจารณายกเลิกประกาศ หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมืองอย่างเร่งด่วน เพื่อให้พรรคการเมืองได้เตรียมความพร้อม นำพาประเทศชาติและประชาชนไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมต่อไป
    ขณะเดียวกัน ที่อาคารซิโน-ไทยทาวเวอร์ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำผู้บริหารพรรคและอดีต ส.ส.พรรค มอบดอกไม้และของขวัญอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ครบ 52 ปี ซึ่งนายอนุทินได้กล่าวขอบคุณ พร้อมระบุว่า ตลอด 5 ปีที่อยู่กับพรรค มีความสุข ไม่คิดว่าตัดสินใจผิดที่ตัดสินใจมาเป็นหัวหน้าพรรค และอีกไม่นานเกินรอทุกคนจะได้ลงสู่สนามรบ เชื่อว่าทุกคนพร้อมรบ พร้อมสู้ ไม่ว่าจะเป็นค้านหรือรัฐบาลไม่สำคัญ แต่ทำเพื่อบ้านเมือง 
    ต่อมาครอบครัวและผู้บริหาร รวมถึงพนักงานซิโน-ไทย ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิดให้นายอนุทิน พร้อมร่วมเป่าเค้กวันเกิด โดยผู้บริหารระดับสูงของซิโน-ไทยได้อวยพรให้นายอนุทินประสบความสำเร็จทางการเมืองในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ และได้เป็นนายกฯ ของคนไทย
    นายอนุทินกล่าวถึงการคลายล็อกเร็วๆ นี้ว่า จะเรียกประชุมพรรคทันทีเพื่อขับเคลื่อน โดยเป้าหมายสูงสุดของการลงสนามการเมืองของพรรคคือชนะเลือกตั้ง เดินเข้าสภา บทบาททุกบทบาทพร้อมเสมอ ใครจะมาตามล้างตามเช็ดภูมิใจไทย เราไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง เพราะบุคลิกของภูมิใจไทยต้องการความสงบ สามัคคีปรองดอง ไม่ต้องการเห็นข้อพิพาท เป้าหมายของเราคือความผาสุกของคนในชาติ
    “ไม่ว่าจะเป็น 24 ก.พ. หรือทอดเวลาไป พ.ค. พร้อมหมด แต่ขออย่าเกินปีหน้า ยิ่งเร็วยิ่งดี ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์เลือกตั้ง ส่วนเรื่องนายกฯ คนนอกนั้น เราทำทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญ ไม่ทำผิดกฎหมาย จะชัดเจนเมื่อเห็นผลเลือกตั้งว่าภูมิใจไทยยืนอยู่ตรงไหน  ไม่มีทางทำอะไรให้เกิดผลลบกับบ้านเมือง” นายอนุทินกล่าว และว่า การประชุม คสช.กับพรรคการเมืองก็พร้อมร่วมมือทุกอย่าง ไม่มีเล่นเกม เล่นแง่ เรียกเมื่อไหร่ก็ไป
    ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าวว่า จากนี้ไปแกนนำกลุ่มสามมิตรคงได้นัดหารือกันถึงท่าทีที่ชัดเจนของกลุ่มต่อไป ซึ่งทุกฝ่ายต้องเข้าใจรัฐบาลและ คสช.ด้วย เพราะทุกฝ่ายอยากให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และอยากฝากถึงทุกฝ่ายทุกพรรคการเมืองด้วยว่า ขอให้ทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยุติปัญหาความขัดแย้งทั้งหมด ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้ อย่าทะเลาะกันอีกเลย บ้านเมืองบอบช้ำมามากเกินไปแล้ว
      นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร กล่าวเช่นกันว่า กลุ่มสามมิตรก็เตรียมที่จะสรุปแนวทางการขับเคลื่อนกลุ่มว่าจะไปเข้าสังกัดพรรคการเมืองใด ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะชัดเจน ส่วนการสนับสนุนใครเป็นนายกฯ นั้น ตอนนี้ก็เห็นมีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งโพลหลายสำนักที่สำรวจมาถึง 3 ครั้ง ก็ยืนยันชัดเจนว่าเป็นอันดับแรก ขนาดนายทักษิณ ชินวัตร ก่อนได้เป็นนายกฯ มีโพลสำรวจมาอยู่อันดับที่ 5 เลย 
    เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคชาติพัฒนาของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะยุบพรรคเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายภิรมย์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้ามารวมกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่ามีอนาคตทางการเมืองสดใส 
    สำหรับการร้องเรียน กกต.นครราชสีมา กรณีว่าที่ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเก็บบัตรประชาชน และกลายเป็นคดีฟ้องร้องกันไปมานั้น ล่าสุด นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชาญ จูงกระโทก รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.ครบุรี เพื่อติดต่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกพรรคภูมิใจไทยฟ้องหมิ่นประมาท โดยนายสุภรณ์ได้ให้ถ้อยคำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าร้ายพรรคภูมิใจไทย การดำเนินการมีเจตนาบริสุทธิ์ เนื่องจากมีหลักฐานทุกอย่างพร้อม และได้ส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณา ส่วนจะผิดหรือถูก เป็นเรื่องที่ทาง กกต.จะเป็นผู้ตัดสินเอง
“จากนี้จะมอบให้ทนายความนำเอกสารนี้ไปใช้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาหมิ่นประมาท และแจ้งความต่อเจ้าพนักงานอันเป็นเท็จ กับพรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร” นายสุภรณ์กล่าว
    ด้านนายพีรพร ศรีศศิวงศ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย ได้เดินทางมาติดตามการยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังชาติไทยของตนเอง และพวกรวม 8 คน กับสำนักงาน กกต. เพื่อจะได้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นที่มีผู้ใหญ่ซึ่งเคารพนับถือติดต่อทาบทามมา ทั้งนี้ พรรคพลังชาติไทยยังอยู่ในระหว่างพิจารณาคำขอจัดตั้งพรรคของนายทะเบียนพรรคการเมือง หลังยื่นขอจดตั้งพรรคเมื่อวันที่ 25 ก.ค.
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับคณะผู้แทนประเทศไทยที่เดินทางกลับจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2561 เข้าเยี่ยมคารวะ ตอนหนึ่งว่า แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ใครจะมุ่งหมายทำลายไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นประชาธิปไตยอะไรก็ตาม เราจะทำลายแกนหลักของประเทศไม่ได้ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทุกคนมีหน้าที่ดูแลประชาชน สิ่งสำคัญต้องระมัดระวังเรื่องความมั่นคงของประเทศ ไทยเป็นอาณาจักรเดียว แบ่งแยกไม่ได้ ดังนั้นการคิดอะไรใหม่ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมของไทยที่มีมายาวนาน 
ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายผลจับกุมขบวนการผลิตเสื้อยืดสีดำที่มีตราสัญลักษณ์องค์การสหพันธรัฐไทว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเพื่อขยายผลเพิ่มเติม เพื่อให้ได้คนที่เกี่ยวข้องในขบวนการทั้งหมดว่ามีใครเป็นหัวหน้า และส่งเสื้อมาทำไม ซึ่งไทยได้ประสานทางการลาวเพื่อขอให้ช่วยติดตามกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย 
    เมื่อถามว่า หลังจากขยายผลพบว่ามีกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ ก็คิดว่าไม่น่าเป็นการส่งสัญญาณอะไร ส่วนสาเหตุที่ทำไมนำเสื้อออกมาในช่วงนี้ คิดว่าเขาเพิ่งจะคิดออก
    ถามถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังหลบหนีคดีอยู่ใน สปป.ลาว. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังมีคนที่มีคดีหลบหนีอยู่จำนวนมาก แต่ยืนยันว่าทางการลาวให้ความร่วมมือเราเป็นอย่างดี แต่ที่ไม่ส่งตัวมาให้ไทย เพราะอาจมีการดำเนินคดีในฝั่งลาวด้วย.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"