เมื่อไทย "อายแทน" UNHRC


   

        เมื่อวาน (๑๓ ก.ย.๖๑) มีข่าวเกี่ยวกับบ้านเราอยู่ข่าว ก็ประเภทข่าวตุ๊กตุ๋ย สนก็ได้ ไม่สนก็ได้

       แต่สำหรับพวก "ชังชาติ"..........

        ข่าวนี้ คงแฮปปี้ ใช้ต่อไส้เพื่อการหากินได้อยู่!

        ถ้าเล่าไปเลย โดยไม่ปูพื้นฐานเป็นความเข้าใจก่อน อาจจะงงกัน

        ดังนั้น จะสรุป "เนื้อความข่าว" ที่ปรากฏตามโซเชียลให้อ่านก่อน ดังนี้

       "สหประชาชาติ" เปิดเผยรายงานประจำปี จัดทำโดย "นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส" เลขาฯ ยูเอ็น

        เป็นบัญชีรายชื่อ ๓๘ ประเทศ ว่าเป็น "ประเทศที่น่าละอาย"

        นายกูแตร์เรส ระบุในรายงาน ว่าทั้ง ๓๘ ประเทศ ปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชนหรือผู้ให้ความร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชน

        คือมีการเฝ้าระวัง การตั้งข้อหาในคดีอาญา และการลงโทษนักรณรงค์ในที่สาธารณะ

        มีการแก้แค้น ข่มขู่ คุกคาม หรือจับกุม บางกรณีถึงขั้นยัดข้อหาคดีอาญา

        ยังระบุด้วยว่า.......

        "โลกเป็นหนี้นักสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ การลงโทษผู้ที่ให้ความร่วมมือสหประชาชาติ ถือเป็นการปฏิบัติที่น่าละอาย"

        ๓๘ ประเทศ มี ๒๙ ประเทศ เพิ่งถูกขึ้นบัญชี ได้แก่ ๑..๒..๓..๔..๕...และประเทศไทย

        ในรายงานระบุด้วย........

        "รัฐบาลของหลายประเทศ มักตั้งข้อหาก่อการร้าย ต่อนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน"

        หรือกล่าวหาว่าให้ความร่วมมือกับต่างชาติหรือทำลายชื่อเสียงหรือความมั่นคงของรัฐ

        ๑๙ กันยา.จะเสนอรายงานนี้ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน

        เมื่อข่าวนี้แพร่ คุณ Jaroensook Limbanchongkit Pone ได้โพสต์ fb ดังนี้

        วันนี้ มีหลายสื่อ เขียนข่าวออกจะบิดๆ ความจริง และตั้งใจใส่ร้ายประเทศไทยมากไปหน่อย

        ราวกับว่า คนแปลข่าวนี้ไม่ใช่คนไทย ไม่มีความภูมิใจในประเทศไทย มีความรู้สึกชิงชังชาติตัวเองอย่างยิ่ง

        กรณีปั้นข่าวว่า “ยูเอ็นขึ้นบัญชีดำ" ไทย "เป็นประเทศน่าละอาย”

        โดยข้อเท็จจริงแล้ว......

        เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องของยูเอ็นโดยตรง แต่เป็นเรื่องของ “คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ”

        หรือ UNHRC(United Nations Human Rights Council) อันเป็นองค์การในเครือยูเอ็น

        (พอบอกว่าเป็น UNHRC หรือชื่อเดิม คือ UNHCR ก็ #จบข่าว สำหรับคนไทย เพราะองค์กรนี้ไร้ราคา หมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว นับแต่ให้การดูแลแก๊งล้มเจ้าได้ระเห็จไปอยู่ต่างแดนแบบชิลๆ)

        โดยหน่วยงานนี้ ออกรายงานเผยรายชื่อ ๓๘ ประเทศ ที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน

        เข้าข่ายเป็นประเทศที่มีพฤติการณ์ “น่าอดสู” ในเรื่องการละเมิดหรือคุกคามสิทธิมนุษยชน

        ย้ำอีกที เป็นการเปิดเผยรายชื่อประเทศที่เข้าข่ายการละเมิดหรือคุกคามสิทธิมนุษยชน

        ไม่ใช่การขึ้น “แบล็กลิสต์” หรือ “บัญชีดำ” อย่างที่บางสื่อมั่ว

        แน่นอนว่า ๑ ใน ๓๘ ประเทศ ที่อยู่ในข่ายนี้ ต้องมี “ประเทศไทย” ยุค คสช.ไม้เบื่อ-ไม้เมา พวกฮิวแมนไรต์

        แต่ที่ตลกร้ายก็คือ.........

        ขณะที่ทั้งสื่อไทยและสื่อตะวันตกเขียนข่าวนี้ถล่มประเทศไทยนั้น

        กลับไม่ยักเปิดหมดว่า อีก ๓๗ ประเทศที่เหลือ มีประเทศไหนบ้าง?

        นอกจากเอ่ยเพียง "บางประเทศ" ที่เป็นคู่อริขาประจำของฮิวแมนไรต์ เช่น จีน เมียนมา

        แต่ทีอย่าง ญี่ปุ่น, ยูเออี, ฮังการี, อุซเบกิสถาน, อิสราเอล ซึ่งมีอยู่ในรายชื่อ ๓๘ ประเทศ กลับเงียบกริบ

        แถมสื่อทำไมไม่เอะใจว่า ทำไมไม่มีตุรกี หรือสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศ ถูกกล่าวหาเลย

        ทั้งที่ประเทศเหล่านี้ ก็มีเรื่องทำนองนี้อยู่บ่อยๆ

        ข้างล่างนี้คือ รายชื่อ ๓๘ ประเทศ ที่ถูกกล่าวหา (โปรดสังเกตมีประเทศญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย)

       Algeria, Bahrain, Burundi, Cameroon, China, Colombia, Cuba, Democratic Republic of Congo, Djibouti, Egypt, Guatemala, Guyana, Honduras, Hungary, India, Iran (Islamic Republic of), Iraq, Israel, Japan, Kyrgyzstan,

       Maldives, Mali, Mexico, Morocco, Myanmar, Pakistan, Philippines, Russian Federation, Rwanda, Saudi Arabia,

South Sudan, Thailand, Trinidad and Tobago, Turkey, Turkmenistan, United Arab Emirates, Uzbekistan and Venezuela (Bolivarian Republic of)

       ครับ..เรื่องเดียวกันนี้

        คุณ Sutin Wannabovorn คอลัมนิสต์ นสพ.แนวหน้า เขียนไว้เมื่อวาน

        ในหัวข้อ "ประเทศไทยต้องไม่ให้ NGO & UNHCR ใช้เป็นแหล่งหากิน"

        ไปหาอ่านได้ น่าสนใจ เพราะท่านนำประสบการณ์จริง สมัยทำข่าวเวียดนามอพยพ คลุกคลีพวก UNHRC โดยตรง เมื่อปี ๒๕๒๕ มาเขียน

        อ่านแล้วจะรู้สันดาน ก็แค่พวกสวมหน้ากากนักบุญสิทธิมนุษยชน รับจ้างบ้าง รับสินบน พาพวกอพยพเข้าเมืองบ้าง

        ขอยกตอนหนึ่งมาให้อ่าน.........

        UNHCR ปฏิบัติต่อประเทศไทยอย่างไร?

        สังเกตง่ายๆ ว่าคนไทยคนไหนละเมิด ม.อาญา มาตรา ๑๑๒ หรือเป็นสมุนบริวารทุนสามานย์ต่อต้านรัฐบาลออกหน้า หรือทำผิดกฎหมายอาญา

        UNHCR มักออกหนังสือคุ้มครองผู้ลี้ภัย และจัดหาที่ตั้งรกรากใหม่ให้ในประเทศที่สาม

        ไม่ว่าจะเป็นนายจรัล ดิษฐาอภิชัย, นายตั้ง อาชีวะ, นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, นางอั้ม เนโกะ ฯลฯ

        จากพฤติกรรม UNHCR ที่ผ่านมา จึงอนุมานได้ว่า เจ้าหน้าที่ UNHCR บางราย

        นอกจากมีรายได้จากหน่วยงานสังกัดแล้ว..........

        ยังมีรายได้พิเศษ จากทุนสามานย์ปล้นชาติ ทุกครั้งที่ UNHCR จัดการให้สมุนบริวารสัมภเวสีได้มีสัญชาติ หรือได้ตั้งรกรากใหม่ในประเทศที่สาม

        อาจเป็นเพราะว่า........

        จัดการให้ผู้หลบหนีเข้าเมืองทำได้ง่าย และเมื่อเข้ามาในประเทศไทย มีเอ็นจีโอ มีสื่อในเครือข่าย คอยคุ้มครองสนับสนุนให้ได้รับหนังสือคุ้มครองจาก UNHCR

        จึงน่าตกใจ.........

        ที่เมื่อพบว่า ในปี ๒๕๖๑ ในกรุงเทพฯ และเมืองบริวารของประเทศไทย มีผู้ลี้ภัยที่อ้างว่า "รอหาที่ตั้งรกรากใหม่ในประเทศที่สาม" อยู่มากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน

        ในจำนวนนี้ เป็นผู้ลี้ภัย จากซีเรีย ปากีสถาน โซมาเลีย อิรัก เวียดนาม ปาเลสไตน์ ฯลฯ กว่า ๘,๐๐๐ ราย

        เมื่อดูจากสถิติในรอบสิบปี ร้อยละเก้าสิบ ของผู้ได้รับหนังสือคุ้มครองผู้ลี้ภัยจาก UNHCR

        เมื่อเข้ามาในประเทศไทยแล้ว..........

        ไม่ได้ออกไปตั้งรกรากใหม่ที่ประเทศไหน ทำมาหากินมีลูกมีเมีย ออกลูกออกหลานอยู่ในเมืองไทยนี้แหละ

        พม่าประเทศเพื่อนบ้านเรา ถูกตะวันตกกล่าวหาว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา ที่คณะตรวจสอบค้นหาความจริงของสหประชาชาติสรุปว่า ทหารพม่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจาจริง จึงเสนอให้นำนายทหารพม่า ๖ นาย รวมทั้งพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดพม่า ไปดำเนินคดีอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

        รัฐบาลพม่าปฏิเสธข้อกล่าวหาและโต้ว่า พม่าไม่ได้เป็นภาคี ICC

        ยูเอ็นจึงไม่สิทธิ์ลากพม่าไปขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ

        ฉันใด ก็ฉันนั้น ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการรับรองผู้อพยพปี ๒๔๙๔

        เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเทศไทยต้องไม่ปล่อยให้เอ็นจีโอ และ UNHCR ใช้กรุงเทพฯ เป็นที่หากินและดูหมิ่นประเทศไทย

        ครับ.....
        พอเข้าใจกันกระมัง ว่า
UNHRC กับ ฮิวแมนไรต์ เอ็นจีโอ คือเนื้อเดียวกัน

        ในบ้านเรา ก็ที่เห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับแก๊งชังชาติ

        นั่นแหละ......

         ที่จัด "ประเทศไทย" อยู่ในกลุ่มประเทศ "น่าละอาย" เข้าข่ายละเมิดหรือคุกคามสิทธิมนุษยชน!

        พูดกันตรงๆ ที่ "น่าละอาย" จริงๆ ตอนนี้ ไม่ใช่ไทยหรอก

        UNHRC นั่นแหละ........

        ทุกวันนี้ เละเป็นขี้เป็ด ขนาดสหรัฐเอง ยังถอนตัวออกจากองค์กร UNHRC นี้เลย

        ทูตสหรัฐประจำยูเอ็น "นางนิกกี เฮลีย์" ตอกหน้าแง เมื่อ มิ.ย.๖๑ ว่า

         UNHRC "เป็นแหล่งเสื่อมโทรมแห่งอคติทางการเมือง" "ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนที่อ่อนแอ"

       เป็นพวก "มือถือสาก-ปากถือศีล" เอาแต่ประโยชน์ตนเอง

        ประเทศไทย นับวันเจริญขึ้น........

        แต่ UNHRC นับวันแต่เสื่อมลง

        ........เฮ้อ!.


ใครๆ ก็ถามหา "เจ๊แดง" ....ว่าหายไปไหน!ขนาดนายกฯ ลุงตู่ยังยอมรับว่ารัฐบาลเองก็ตรวจสอบอยู่เหมือนกันแต่...ก็ยังไม่พบตัว ลุงตู่ คิดเพียงว่ายังคงหลบอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ถามว่าทำไมต้องหลบ....

'ด่าใครที่ไม่เคยพ้นตัวเอง'
กฤษดา 'เพชฌฆาตความจริง'?
ปริศนา 'คุก' คนชื่อ 'เบญจ'
"พลังประชารัฐ VS เพื่อทักษิณ"
หัสนิยาย 'ประชาธิปไตยโลก'
'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'