นักวิ่งแห่สมัครล้นหลาม "บุรีรัมย์ มาราธอน 2019" รับเพิ่มเป็น2หมื่นคน ตั้งเป้ายกระดับสู่ "บรอนซ์ เลเบิล"


   

 

"บุรีรัมย์ มาราธอน 2019" นักวิ่งแห่งสมัครแน่นขนัดผู้คนล้นหลามในวันแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน ที่ ศูนย์การค้า เดอะสตรีท ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปิดรับสมัครวันที่สองแก่นักวิ่งทั่วไป หลังจากวันแรกเปิดให้สำหรับนักวิ่งที่เคยร่วมวิ่งในรายการนี้มาแล้ว "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ เผยด้วยประสบการณ์การจัด บุรีรัมย์ มาราธอน มา 2 ปี มั่นใจปีนี้พร้อมยกมาตรฐานงานวิ่งสู่ระดับ"บรอนซ์ เลเบิล"ได้ โดยยังเพิ่มโควต้านักวิ่งเป็น 2 หมื่นคน รองรับเพิ่มเติมด้วยแคมป์ที่พักภายในสนามช้างฯ ส่วนสมัครออนไลน์เปิดวันแรก 8 โมงเช้าวันเสาร์ที่ 15 ก.ย.61 ช้าอาจต้องรอปีหน้า 

    นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด  พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และพลเอกหม่อมหลวง ประสบชัย เกษมสันต์ ณ อยุธยา อุปนายกอาวุโส สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ , ดร.ก้องศักด ยอดมณี ว่าที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมผู้สนับสนุนภาคเอกชนร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขันวิ่งรายการ "บุรีรัมย์ มาราธอน 2019"  งานวิ่งมาตรฐานระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์  "YOUR ULTIMATE DESTINATION – สวรรค์ของนักวิ่ง" ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1,650,000 บาท  ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยจะชิงชัยในวันที่ 10 ก.พ. 2562 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต  จ.บุรีรัมย์

    นายเนวิน ชิดชอบ กล่าวว่า  "เรามีเป้าหมายที่จะยกระดับงานวิ่งบุรีรัมย์ มาราธอน สู่ระดับโลกภายในเวลา 4 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่จัดการแข่งขันมา เห็นได้ชัดเจนว่าเรามีพัฒนาการในการจัดงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงจำนวนนักวิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากปีแรก 7,000 คน และปีที่สอง 13,000 คน  อีกทั้งมีนักวิ่งอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ร่วมงานเนื่องจากโควต้าเต็ม   ดังนั้นในปีที่3 นี้เราจึงขยายโควต้านักวิ่งเพิ่มเป็น 20,000 คน โดยในวันที่ 13 ก.ย. จะเปิดรับสมัครล่วงหน้าสำหรับนักวิ่งเก่าที่เคยวิ่งในรายการนี้มาแล้ว และในวันที่ 14 ก.ย. จะเปิดรับสมัครนักวิ่งทั่วไปที่ต้องการมาร่วมงานครั้งแรก และที่สำคัญที่สุดก็คือเราอยากเชิญชวนนักวิ่งทุกคนมาร่วมจารึกประวัติศาสตร์และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน บุรีรัมย์ มาราธอน สู่ระดับโลก เพราะหลังจบการแข่งขันปีนี้เราจะยื่นเรื่องต่อสมาพันธ์กรีฑานานาชาติ (IAAF) ขอรับรองมาตรฐานให้  บุรีรัมย์ มาราธอน เป็นงานวิ่งระดับบรอนซ์ เลเบิล ก่อนก้าวสู่ระดับซิลเวอร์และโกลด์ตามเป้าหมายใหญ่ที่เราตั้งใจไว้ต่อไป"
     นอกจากนี้ นายเนวิน ยังเผยต่อว่า ปีนี้ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้เตรียมแคมป์ ซึ่งเป็นเต็นท์ที่พักบุคคล ภายในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับนักวิ่งเพิ่มขึ้นอีก 3-4 พันคน "เราการันตีว่าปีนี้นักวิ่งทุกคนจะมีที่พักแน่นอน เพราะนอกจากเต็นท์ที่พักบริเวณสนามกีฬาเขากระโดงสเตเดี้ยม ที่ทาง อบจ.บุรีรัมย์ จัดเตรียมไว้ให้แล้ว ปีนี้เรายังมีเต็นท์ให้บริการเพิ่มภายในสนามช้างฯ ด้วยเช่นกัน โดยนักวิ่งจะเสียค่าใช้จ่ายเพียงค่าน้ำและค่าทำความสะอาดเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าลงสมัครร่วมวิ่งแล้วจะหาที่พักไม่ได้ เราอยากแสดงให้เห็นว่า บุรีรัมย์ มาราธอน ไม่ใช่เป็นเพียงสวรรค์ของนักวิ่งอย่างเดียว แต่เรายังใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับนักวิ่งที่สามารถชนะตัวเองได้ จากรางวัลพิเศษที่เรามีให้กับนักวิ่งที่สามารถทำลายสถิติตัวเอง และนักวิ่งที่ยกระดับระยะทางการวิ่งเพิ่มมากขึ้นจากครั้งก่อน"


     ด้าน นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า "ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์เป็นเมืองที่ใช้กีฬาเป็นตัวนำในการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่ดึงรายได้ต่อหัวประชากรสูงขึ้น ซึ่งงานวิ่ง บุรีรัมย์ มาราธอน เป็น 1 ในมหกรรมกีฬาระดับชาติ ที่่ช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัดอย่างแท้จริง เพราะนอกจากนักวิ่งที่เดินทางมาร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาตินับหมื่นคนแล้ว แต่ละคนยังมาพร้อมครอบครัวและผู้ติดตาม  รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นคน ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและบริการจากคนภายในจังหวัด ทั้งการท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้านบาท  นอกจากนี้ยังเป็นการนำเสนอเส้นทางวิ่งอารยธรรม ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวบุรีรัมย์ให้นานาชาติได้เห็น ผมมั่นใจว่านักวิ่งทุกคนที่มาร่วมงานนี้จะได้รับความประทับใจกลับบ้านแน่นอน ทุกคนจะได้สัมผัสถึงความเป็นมิตร  และความรักในกีฬาของคนบุรีรัมย์ ที่จะร่วมออกมาส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจอย่างคับคั่ง"
     สำหรับ งานวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2019” รับรองการจัดการแข่งขันโดย สมาพันธ์กรีฑานานาชาติ (IAAF) สหพันธ์กรีฑาเอเชีย (AAA) สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AAT)  มีเส้นทางวิ่งผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์  และเส้นทางธรรมชาติ พร้อมเสียงเชียร์ให้กำลังใจจากชาวท้องถิ่นทุก 500 เมตร บนความปลอดภัยสูงสุด  ตามมาตรฐานสากลด้วยการปิดการจราจร 100% พร้อมด้วยจุดปฐมพยาบาลตลอดเส้นทางถึง 29 จุด และรถพยาบาลคอยเตรียมพร้อมให้บริการอีก 24 คัน ออกสตาร์ทที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถระดับโลกที่เตรียมจัดการแข่งขันโมโตจีพี 2018 วิ่งผ่านสันเขื่อนห้วยจระเข้มาก, สนามฟุตบอล ช้างอารีนา, พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, บ้านเรือนและร้านค้ากลางเมือง, วัดกลางพระอารามหลวง, สวนสาธารณะ , โรงเรียนอนุบาลธีราและศาลากลางจังหวัด(หลังเดิม) ก่อนเข้าเส้ยชัยที่ บุรีรัมย์ คาสเซิ่ล


     เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.61 เป็นต้นไป โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะทาง ประกอบด้วย มาราธอน 42.195 กม. (ค่าสมัคร 800 บาท), ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม. (ค่าสมัคร 600 บาท), มินิ มาราธอน 10 กม. (ค่าสมัคร 400 บาท) และฟันรัน 7 กม. (ค่าสมัคร 300 บาท) นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จ่ายค่าสมัครครึ่งราคา และผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ไม่เสียค่าสมัคร สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.burirammarathon.com และ www.facebook.com/bru.marathon
 


เก็บมาเล่า..... วันเสาร์ที่ผ่านมา มีคนบอกว่า โลกหมุนรอบ "ธนาธร-ปิยบุตร" เพราะ ๒ คนนี้คือผู้นำเหล่านักรบต่อสู้กับเผด็จการ เป็นผู้กอบกู้ประชาธิปไตยจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจทหาร

แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!