การเลือกตั้งไทยนิยม


   

    ยิ่งพูด ยิ่งออกความเห็น ก็ยิ่งเข้ารกเข้าพง!
    ปัญหาใหญ่ของการเลือกตั้งประเทศไทยคืออะไร? 
    ที่ผ่านมาต้องล้มลุกคลุกคลานเพราะอะไร?
    ขยายเวลาเลือกตั้งออกไป ๙๐ วัน ๑๒๐ วัน ๑๐ ปี 
    มันคือปัญหาใหญ่หรือเปล่า? 
    เลื่อนแล้วคนดีเดินพาเหรดเข้าสภาฯ เช่นนั้นหรือ?
    แล้วไอ้ที่ว่าโกงเลือกตั้ง ที่บ่นๆ กันมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เงินไม่มากาไม่เป็น มีวิธีแก้กันหรือยัง 
    แน่ใจนะว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขจัดปัญหาทุกอย่างได้แล้ว 
    ที่บอกว่าปฏิรูประบบเลือกตั้งทำได้จริงๆ หรือ?
    เวลานี้เราควรพูดถึงเรื่องอะไรมากกว่ากัน 
    แก้ปัญหาโกงเลือกตั้งยังไม่เห็นว่า จะทำกันอย่างไร
    แต่นักการเมืองบอกรีบๆ เลือกตั้งให้เสร็จๆ ไม่งั้นประเทศจะฉิบหาย 
    แล้วที่เลือกไปแบบโกงๆ มันฉิบหายมาตลอดไม่ใช่หรือ? 
    มันเป็นเหตุให้มานั่งเยาะเย้ยถากถางกันเองว่า ประชาธิปไตยครึ่งใบไม่ใช่หรือ?
    จะเอาไงดี?
    ต่อให้ไม่มีเลือกตั้งอีกสัก ๒๐ ปี เพื่อเอาเวลาที่ว่านี้ไปจัดการกับปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้ราบคาบ ถามว่ามันคุ้มกับเวลาที่เสียไปหรือไม่
    หรือจะเลือกตั้งไปเรื่อยๆ โกงเลือกตั้งกันไปตลอด อีก ๕๐ ปี ๑๐๐ ปีข้างหน้า การเมืองก็ยังเป็นเรื่องของคนเลวเข้าสู่อำนาจ เข้าไปปล้นชาติ 
    เอาแบบนั้นหรือ?
    จะหาว่าเวอร์! 
    ก็ลองมองย้อนกลับไปดู ๘๖ ปี ประชาธิปไตยไทยซิครับ แก้ปัญหาได้หรือเปล่า 
    มันรุนแรงมากขึ้นทุกที 
    เคยแจกปลาเค็ม แจกข้าวสาร แจกน้ำปลา
    แจกรองเท้าข้างหนึ่งก่อนวันเลือกตั้ง ถ้าได้รับเลือกจะแจกอีกข้าง  
    ซื้อยกครัว ยกหมู่บ้าน 
    วันนี้มันพัฒนาไปไกล  
    ใช้นโยบายประชานิยมหลอกล่อ ให้สัญญาเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี สร้างรัฐสวัสดิการ ใช้เงินภาษีประชาชนในการซื้อเสียงจากประชาชน
    ทำกันมาหมดแล้ว 
    วันนี้มีวิธีแก้ที่เป็นรูปธรรมแล้วหรือยัง?
    เท่าที่ฟังการอภิปรายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วานนี้ ไม่ได้เน้นหนักไปที่วิธีป้องกันการโกงเลือกตั้งสักเท่าไหร่   
    สาละวนอยู่กับเรื่องขยายเวลาเลือกตั้งไม่พอ ดูเหมือนจะสร้างปัญหาเพิ่ม
    เรื่องให้พรรคการเมืองสามารถจัดมหรสพระหว่างการหาเสียงได้ อ้างว่าเพื่อเชิญชวนให้ผู้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
    ถามหน่อยใช้อะไรคิด! 
       ประเทศไทยนี่ก็แปลก ถึงเวลาเลือกตั้งกันทีไร ต้องเสียงบประมาณมหาศาลไปกับการรณรงค์ให้คนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
    นี่จะเอากันถึงขั้นว่า ปล่อยให้พรรคการเมืองควักเงินซื้อเสียงแบบถูกกฎหมาย
    อ้างว่าเพื่อชักจูงให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปเข้าคูหา
    ตกลงว่า...จะขายยา หรือจะเลือกตั้ง?  
    การเลือกตั้งเป็นสิทธิ์   
    การไปใช้สิทธิ์เป็นหน้าที่ 
    สังคมไหนที่รัฐต้องจ้างผู้คนให้ไปทำหน้าที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มันก็จบเห่ตั้งแต่แรก จะหาความรับผิดชอบต่อส่วนรวมได้อย่างไร
    เลือกตั้งครั้งแรกในประเทศไทย วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ ประชาชนได้สิทธิ์มาตลอด 
    ไม่มีใครปิดกั้น  
    แต่พอให้ไปทำหน้าที่ตามสิทธิ์ ก็ไม่ค่อยจะไปกัน 
    ต้องเงินมาก่อนถึงจะกาให้
    เริ่มต้นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว   
    พอได้นักการเมืองเลวๆ เข้าสภาฯ ก็ชี้นิ้วโทษกันมั่ว 
    นักการเมืองที่ซื้อเสียงเลวทั้งนั้นแหละครับ 
    หรือมีคนดีไปซื้อเสียงจากประชาชน ใครเคยเห็นช่วยบอกที 
    ครับ...ปัญหาการเลือกตั้ง ต้นสายปลายเหตุมันเกิดทั้งจากนักการเมือง และประชาชน 
    คลำเห็นหัวเห็นหางแบบนี้แล้วควรจะทำอย่างไรต่อ
    กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ฉบับใหม่ สะท้อนไทยนิยมอยู่ไม่น้อย
    เพราะมีทัศนคติที่ว่า ประชาชนไม่มีความพร้อม อยู่พอสมควร 
    เมื่อประชาชนไม่พร้อมก็ต้องบังคับให้พร้อม 
    ใครไม่ไปใช้สิทธิ์ก็ไล่ตัดสิทธิ์กันซิครับ 
    เรื่องความไม่พร้อมของประชาชน คุ้นๆ ว่าไม่พร้อมมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง  
    บ้างก็ว่าเป็นแค่ข้ออ้างของชนชั้นปกครอง 
    แต่เอาเข้าจริง เราพร้อมกันแล้วหรือยัง 
    ถ้าบอกพร้อมแล้ว ทำไม ๘๖ ปีที่ผ่านมา ถึงล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด 
    อย่าไปโทษทหารทำรัฐประหารเพียงฝ่ายเดียวครับ ทุกภาคส่วนต้องรับผิดชอบในการล้มลุกคลุกคลานนี้ด้วยกัน 
    ที่จริงการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ไม่น้อย ครั้งหลังๆ ยืนพื้นที่ ๗๐% กว่า
    มากกว่าประเทศประชาธิปไตยในยุโรปหลายๆ ประเทศด้วยซ้ำ
    แต่ทำไมการเมืองไทยยังมีปัญหา คอร์รัปชันเอาแต่เบ่งบาน 
    ถ้าตั้งโจทย์ว่าคนไปใช้สิทธิ์น้อย ต้องออกมาตรการไล่ตัดสิทธิ์ อาจเป็นการแก้ปัญหาผิดจุด
    เกาไม่ถูกที่คัน 
    ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมต่างหาก คือสิ่งที่ต้องคิดหาวิธีใหม่ เพื่อมาแก้ปัญหา 
    จะเป็นการเลือกตั้งแบบไทยนิยมก็เอา ถ้า...สามารถแก้ปัญหาได้ 
    เรามี กกต. 
    เรามีแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา 
    มีระบบการตรวจสอบที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม แต่...การซื้อสิทธิ์ขายเสียง การโกงเลือกตั้ง ไม่มีแนวโน้มจะหมดไปเลย
    นั่นเพราะผู้ซื้อกับผู้ขายพัฒนารูปแบบการซื้อขายเสียง จนระบบตรวจสอบตามไม่ทัน 
    และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะหามาตรการจัดการกับการซื้อขายเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ได้  
    สิ่งที่ทำได้คือ ประชาชนต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ 
    อาจดูเป็นนามธรรมมากไป 
    หรือเหมือนลม คือจับต้องไม่ได้     
    แต่มันเป็นปัญหาพื้นฐาน ถ้าแก้ไขที่คนไม่ได้ ก็ไม่มีทางที่จะแก้ด้วยกฎหมายได้
    ก็เหมือนวิธีลดความอ้วน 
    ที่จริงง่ายนิดเดียว คือเอาอาหารเข้าปากน้อยลง  
    คิดแบบนี้...เหมือนกำปั้นทุบดิน!  
    แต่มันคือความจริงแบบพื้นๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย 
    แค่กินน้อยลง ความอ้วนก็ลดลงตามไปด้วย
    เป็นสัจธรรมที่ตายตัว!  
    เช่นเดียวกัน จะแก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ ขายเสียงกันอย่างไร ให้ได้ผล
    แค่ลดความเห็นแก่ตัวลง เห็นแก่ส่วนรวมมากขึ้น  
    เท่านั้นเอง ก็แก้ปัญหาได้หมดแล้ว 
    แต่...ความจริงคือ ประชาชนยังไม่พร้อม 
    ไม่ใช่ไม่พร้อมที่จะยอมรับการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือไม่พร้อมรับการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม 
    แต่ไม่พร้อมที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อส่วนรวมต่างหาก 
    ที่ผ่านมายังมีข้ออ้างสารพัด แล้วแต่จะหยิบยกมาว่า จำต้องรับเงิน ขายเสียงให้นักการเมือง เพราะยากจน เพราะไม่มีจะกิน ก็อ้างกันไป
    เงินที่ได้จากการขายเสียงทำให้ชีวิตดีขึ้นทันตาเห็นอย่างนั้นหรือ
    นักการเมืองก็เห็นจุดนี้ ถึงได้มีนักโกงเมืองเต็มสภาฯ ไง
    ฉะนั้น...การเลือกตั้งจะเลื่อนไปกี่เดือนไม่ใช่ปัญหา 
    ปัญหาใหญ่คือคนไทยพร้อมใช้สิทธิ์เพื่อส่วนรวมแล้วหรือยัง. 
                            ผัดกาดหอม    


ดู "แฟมิลีทรี" เหลี่ยม เริ่มจากปี ๔๔ เรื่อยมาถึงปี ๖๑ นี้แล้ว......... ต้องบอกว่า "แตกลูก-แตกหลาน" ได้น่าสนใจ เหลี่ยมเป็นต้นตระกูล "ไพร่แดง" หลังถูก "บิ๊กบัง" ถีบตกเก้าอี้นายกฯ เมื่อ ๑๙ กันยา ๔๙

'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'
ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"
'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?
มาเลย์ที่ 'มีมากกว่าอายุ'
เหตุใด 'ต้องโหน' เสือดำ?
'สิทธิและหน้าที่' คนไทย