ท่วงท่า ‘พลังประชารัฐ’ เงาแฝงใน ‘ครม.สัญจร’


เพิ่มเพื่อน    

                 ถูกเชื่อมโยงทุกครั้ง สำหรับการเลือกสถานที่ลงพื้นที่ และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ “ครม.สัญจร” ว่า เจาะจงเลือกพิกัด

                โดยมักเป็นจังหวัดที่นักการเมือง และอดีต ส.ส.ในพื้นที่ตกเป็นข่าวว่า ถูก “กลุ่มสามมิตร” ใช้พลังดูดกวาดต้อนไปอยู่ “พลังประชารัฐ” เรียบร้อยแล้ว

                วัดจากสถิติที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นไปตามสมมุติฐาน ตั้งแต่ จ.สุโขทัย ถิ่นของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำกลุ่มสามมิตร เรื่อยมาถึงล่าสุดที่ จ.เพชรบูรณ์ และ จ.เลย ในหนนี้

                ซึ่งเป็น 2 พื้นที่ที่มีข่าวว่า “กลุ่มสามมิตร” กระชับอำนาจได้หมดแล้ว โดยเฉพาะ จ.เลย ที่ปรากฏภาพ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ – สมศักดิ์ เทพสุทิน – อนุชา นาคาศัย” แกนนำพลังดูด นั่งขนาบข้าง “ปรีชา – เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข” 2 นักการเมืองดังเจ้าถิ่น

                ก่อนที่คนในพรรคเพื่อไทยจะออกมายอมรับว่า อดีต ส.ส.จังหวัดเลย ภายใต้การนำของ “ปรีชา” ไม่ว่าจะเป็นนางเปล่งมณี ผู้เป็นภรรยา และ นายวันชัย บุษบา ได้ยกขบวนออกจากรั้วเพื่อไทยไปอยู่กับ “พลังประชารัฐ” แล้ว

                เหตุที่ “กลุ่มสามมิตร” เลือกเปิดตัวอดีต ส.ส.จังหวัดเลย เป็นที่แรกๆ ส่วนหนึ่งเพราะ “สมศักดิ์” และ “อนุชา” มีความสนิทสนมกับ “ปรีชา” มาตั้งแต่อยู่พรรคกิจสังคม ก่อนที่จะมาร่วมงานกันอีกครั้งตอนยุค “ไทยรักไทย”

                ขณะเดียวกัน กลุ่มนายปรีชา หรือที่มีบางคนเรียกอีกชื่อว่า “กลุ่มสนสามใบ” ถือเป็นกลุ่มการเมืองที่มีฐานคะแนนเฉพาะตัวค่อนข้างแข็ง ไม่ได้พึ่งยี่ห้อพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ได้เก้าอี้ ส.ส.เหมือนกับบางพื้นที่ จึงตัดสินใจย้ายขั้วไม่ยากเท่าไหร่

                ขณะที่ จ.เพชรบูรณ์ แม้จะเป็นจังหวัดที่ไม่ได้ถูกผูกขาดโดยพรรคการเมืองใด แต่สำหรับโซนนี้ของพรรคเพื่อไทย อยู่ในการดูแลของ “สันติ พร้อมพัฒน์” อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

                โดยข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า “สันติ” หอบเอานักการเมืองในกลุ่มละแวก จ.เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก หลายสิบชีวิต มาเข้ากับ “พลังประชารัฐ”

                อย่างไรก็ตาม แม้ระหว่างการลงพื้นที่ จ.เลย ที่ผ่านมา จะไม่เห็น “ปรีชา” ออกมาต้อนรับ แต่สิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำให้เห็นว่า กลุ่มนายปรีชาจะย้ายไปสังกัด “พลังประชารัฐ” ตามกระแสข่าวคือ “เปล่งมณี” อดีต ส.ส.จังหวัดเลย และภรรยาสุดที่รัก

            “เปล่งมณี” อ้างว่า มาในฐานะกลุ่มพัฒนาสตรี จ.เลย แต่ความเป็นจริงนี่คือ สัญลักษณ์ว่า กลุ่มนายปรีชานั้นคือ “มิตร” ของ “บิ๊กตู่” ผ่านการออกมาต้อนรับขับสู้

                ในส่วนของคนจากรัฐบาลเองก็ดูจะให้ความสำคัญกับ “เปล่งมณี” เฉกเช่นเดียวกัน ระหว่างปราศรัยกับประชาชน “บิ๊กตู่” ใช้ช่วงจังหวะหนึ่งกล่าวทักทายอดีต ส.ส.หญิงจากพรรคเพื่อไทย

                และภายหลังเสร็จงาน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือมีชื่อถูกโยงกับ “พลังประชารัฐ” ไม่ว่าจะเป็น “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี “อุตตม สาวนายน” รมว.อุตสาหกรรม และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พาณิชย์ แคนดิเดตหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ต่างเข้าไปพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับ “เปล่งมณี”

                อันเป็นภาพเดียวกับเวลา “บิ๊กตู่” ยกพลไปประชุม ครม.สัญจร ยังพื้นที่ที่มีนักการเมือง และอดีต ส.ส.อยู่ในข่ายถูกดูด ยืนสนทนากับเสนาบดีเหล่านี้อย่างออกรส แค่เปลี่ยนตัวละครไปตามสถานที่เท่านั้น

                การประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.เลย และเพชรบูรณ์ อาจไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะตัวละครเหล่านี้ตกมาเป็นข่าวมานานพอสมควรแล้ว หากแต่ว่า มันเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่า การเลือกพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร หรือแม้แต่การเลือกลงพื้นที่ของ “บิ๊กตู่” มันมีนัยสำคัญตลอดในช่วงที่ผ่านมาจนถึงเวลานี้

                แน่นอนว่า “บิ๊กตู่” ต้องไปทุกจังหวัดเพื่อให้เห็นว่า ไม่สองมาตรฐาน แต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง มักจะลงพื้นที่ที่ “กลุ่มสามมิตร” ไปเชื้อเชิญให้มาสังกัด “พลังประชารัฐ” ไม่ว่าจะเป็น “ไปดูด” หรือ “ดูดแล้ว” เพื่อมาเปิดตัว “แนวร่วม”

             ผ่านกระบวนการคัดเลือกของ “เฮียกวง” ว่า ครั้งต่อไปจะไปจังหวัดไหน.

 

 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'