ปั้นอุตรดิตถ์เมืองสุขภาพ ต้นแบบชุมชนปลอดNCDs


เพิ่มเพื่อน    

                โรคติดต่อไม่เรื้อรัง หรือ NCDs คือกลุ่มโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตไม่ถูกต้อง ถือเป็นภัยเงียบที่ทำลายชีวิตผู้คนโดยไม่รู้ตัว นำโดยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ และมะเร็ง เป็นต้น ดังนั้นหนทางที่จะหยุดยั้งความสูญเสียเหล่านี้คือ การขับเคลื่อนส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และหยุดปัจจัยเสี่ยงทางด้านสุขภาพลงในทุกระดับ ให้เกิดพลังขับเคลื่อนในเชิงพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ดังเช่นกรณีของหมู่บ้านพงสะตือ และหมู่บ้านต้นขาม จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ต้นแบบในการสร้างกลไกชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อกระจายโอกาสให้แก่บุคคล กลุ่มบุคคล ชุมชน หมู่บ้าน เข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาวะอย่างถูกต้องทุกมิติ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)          

                ทั้งนี้ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข และประธานคณะกรรมการบริหารแผนสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรมสุขภาวะ (คณะ 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ได้ดำเนินงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเชื่อมประสานและบูรณาการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตในประเด็นสุขภาพต่างๆ ของประชาชน ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น และยังคงให้ความสำคัญกับการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ โดยสนับสนุนและผลักดันมาตรการสำคัญด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมพลังภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ จนทำให้พื้นที่หมู่บ้านพงสะตือ และหมู่บ้านต้นขาม จังหวัดอุตรดิตถ์ เกิดชุดโครงการชุมชนน่าอยู่ภาคเหนือ และหน่วยจัดการระดับจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกับจังหวัดอุตรดิตถ์ที่เข้มแข็ง มีแนวทางการดำเนินงาน วิธีการสานพลังเครือข่ายในพื้นที่ จนเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพ เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ จากการขับเคลื่อนโครงการด้านสุขภาพในพื้นที่ขึ้น

                นางเข็มเพ็ชร เลนะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สสส. กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2559-2561 สสส.สนับสนุนโครงการ 146 โครงการใน 65 หมู่บ้าน กลุ่มเยาวชน 77 กลุ่ม เกิดพื้นที่ที่มีผลลัพธ์เชิงประเด็นที่ประสบผลสำเร็จ อาทิ หมู่บ้านพงสะตือ และหมู่บ้านต้นขาม มีกลไกสภาผู้นำเข้มแข็งสู่การเป็นชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการกระจายโอกาสให้แก่บุคคล กลุ่มบุคคล ชุมชน หมู่บ้านในการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพ ผ่านการสนับสนุนโครงการปฏิบัติการด้านการสร้างเสริมสุขภาพรายย่อย 4 รูปแบบ ได้แก่ ข้อ 1 โครงการเปิดรับทั่วไป ข้อ 2 โครงการประเด็นเฉพาะ ข้อ 3 โครงการสร้างเสริมสุขภาพขนาดเล็ก และข้อ 4 กิจกรรมอย่างง่ายสำหรับเด็ก เยาวชน

                โดย สสส.วางกลไกการขับเคลื่อนงานให้มี “หน่วยจัดการ (Node)” เป็นกลไกหลักที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพให้แก่โครงการรายย่อย ให้สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมาย เกิดเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการดำเนินของชุดโครงการชุมชนน่าอยู่ พัฒนาทักษะวิธีคิดและเพิ่มขีดความสามารถแก่ภาคีเครือข่ายในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้เกิดการขยายผลการทำงานสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป                  

                ด้าน รศ.นพ.อำนาจ ศรีรัตนบัลล์ รองประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 6 สสส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาหมู่บ้านพงสะตือมีการใช้สารเคมีในการเกษตร รวมถึง 190 ครัวเรือน จาก 191 ครัวเรือน ประสบปัญหาด้านสุขภาพจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเกิดกระบวนการจัดการชุดโครงการชุมชนน่าอยู่ภาคเหนือเข้าร่วมโครงการชุมชนน่าอยู่ในปี 2560 เกิด “สภาผู้นำชุมชน” กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานประเด็นการส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารเคมีเพื่อบริโภคในครัวเรือนสำเร็จ 58 คน มีมติของชุมชนในการปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือน 110 ครัวเรือน จากทั้งหมด 191 ครัวเรือน และขยายผลสู่กลุ่มผู้ปลูกกระเทียมปลอดสารพิษ ร้อยละ 100 ใน 89 ครัวเรือน เกิดรายได้ถึง 590,150 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ลดรายจ่ายต้นทุนด้านสารเคมีได้ถึง 36,500 บาทต่อครัวเรือนต่อปี

                “ยังมีโครงการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุบ้านต้นขาม เป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จของ สสส. ที่มุ่งเน้นการหนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชมรมผู้สูงอายุ ครอบคลุมจำนวนผู้สูงอายุ จาก 174 คน หรือร้อยละ 20.83 แบ่งเป็นผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้ 161 คน ผู้สูงอายุติดบ้าน 11 คน และผู้สูงอายุติดเตียง จำนวน 2 คน ซึ่งหน่วยจัดการจังหวัดอุตรดิตถ์ได้มีการเข้าไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพร่วมกิจกรรมทางกาย อาทิ การรำไม้พลอง รำวงย้อนยุค และการส่งเสริมสุขภาพจิตด้วยการนั่งสมาธิและสวดมนต์ทุกวันพระ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุติดบ้านและติดเตียง ขยายผลไปสู่การรื้อฟื้นภูมิปัญญาด้านสมุนไพรของท้องถิ่น ผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมโครงการทุกคนจึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเชื่อว่าโมเดลดังกล่าวนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญพัฒนาอีก 8 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศให้ประชาชนมีสุขภาวะดี ห่างไกลโรค NCDs อย่างยั่งยืนต่อไป”.

 

หนุนอาหารสุขภาพขจัดโรค

                ในการประชุมคณะกรรมการองค์การอนามัยโลก ภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก สมัยที่ 71 ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.พูนาม เคตราปาล ซิงห์ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO SEARO) ได้ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อสร้างความเข้มแข็งศักยภาพการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปี 2561-2563 กับ ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีเป้าหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรในภูมิภาคสูงเป็นอันดับ 1 โดยมีอัตราสูงถึง 8.8 ล้านคนต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของอัตราการเสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่ในปี 2556 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรคเอ็นซีดีถึง 349,090 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 75.2 ของการเสียชีวิตของประชากรไทยทั้งหมด

                ดร.พูนามกล่าวว่า ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกและ สสส.ได้ร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพต่างๆ ที่ลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคเอ็นซีดีจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ดี อาทิ มาตรการขึ้นภาษีบุหรี่ การวิจัยเกี่ยวกับโทษจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย เป็นต้น

                ด้าน ทพ.สุปรีดากล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สสส.จะสนับสนุนการพัฒนามาตรการลดการแทรกแซงนโยบายจากธุรกิจการค้าที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และส่งเสริมนโยบายที่มาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ในการจัดการปัญหาการบริโภคอาหารที่ส่งผลเสียต่อประชากรในภูมิภาคทั้ง 11 ประเทศ ซึ่งปัจจุบันพบว่าประชาชนมีพฤติกรรมบริโภคอาหารส่งผลเสียต่อร่างกายมากขึ้น ทั้งอาหารหวาน มัน เค็ม มีโซเดียมสูง และมีไขมันเกินปริมาณที่เหมาะสม

                นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.จะร่วมสนับสนุนงานป้องกันโรคเอ็นซีดีในภูมิภาคนี้ มุ่งจัดการปัญหาปัจจัยการค้ากำหนดสุขภาพ สร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย และส่งเสริมนโยบายอาหารเพื่อสุขภาพ.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.