คุกกี้เสี่ยงทาย 'อภิสิทธิ์-วรงค์'


   

   ประชาธิปัตย์นี่ เขาเก่งนะ!

                รู้ว่า........

                การเดินเรือในทะเล "เป็น-ตาย" ไม่ได้อยู่ที่ "กัปตันเรือ-ลูกเรือ" โดยตรง

                หากแต่อยู่ที่ "ทิศทางลม"

                คือ ระหว่างเผด็จการ คสช.กับประชาธิปไตยประชาธิปัตย์

                กระแสสังคมพัดไปทางไหน?

                กับ "เข็มชี้ทิศ"

                คือ ประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งส่วนใหญ่ตอนนี้ คิดอะไร ต้องการผู้นำและนโยบายแบบไหน

                จากการเลือกตั้งครั้งหน้า?

                ดูเหมือนประชาธิปัตย์ไม่ค่อยมั่นใจตัวเองในประเด็นเหล่านี้นัก ซึ่งก็เป็น "ความไม่มั่นใจ" ที่มีเหตุผล

                เพราะ ๔+๑ ปี ในการเป็น "รัฐบาลทหาร" ของพลเอกประยุทธ์

                มัน "แหกตำรา" รัฐบาลทหารเก่าๆ ทั้งหมด ชนิดนักการเมืองอาชีพ

                ต้องประเมินใหม่!

                เพราะโดยปกติ "รัฐบาลเผด็จการ" จะเป็นรัฐบาล "ยกเดียวจอด"

                เป็นพระเอกในหัวใจประชาชนแค่ตอนลากรถถังออกมาไล่รัฐบาลกินบ้าน-กินเมืองเท่านั้น

                คือนับ ๑ ได้.........

                แต่จะไปต่อ ๒-๓-๔-๕ หมายถึงแช่ตูดอยู่นานไม่ได้ ขืนแช่ชาวบ้านก็จะออกมาไล่เตะตูด

                เพราะทหาร ใช้อำนาจกับใช้เงินเป็น ส่วนงานบริหารที่ต้องใช้วิสัยทัศน์สรรค์สร้างราชการงานประเทศ ไม่ค่อยเป็น

                มีรัศมีคิดแค่หมวกครอบ!

                แต่มาเจอผู้นำเผด็จการอย่างพลเอกประยุทธ์ แต่งเพลงก็เป็น ด่านักข่าวก็ไฟแลบ งานบริหารก็ถึงลูก-ถึงคน

                ตัวเอง "ไม่โกง-ไม่กิน" ชาวบ้านสรรเสริญ แต่บริวารและแวดวงน้องพี่ น่าจะมีกินบ้าง ไม่กินบ้าง

                เพราะในเสียงสรรเสริญ ได้ยินเสียงสวดแทรกอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับรัฐบาลเลือกตั้งผ่านๆ มา

                ชาวบ้านบอก "พอทนได้".......

                เพราะหัว คือตัวนายกฯ "ไม่ส่าย" ภาพรวมจึงใช้ได้อยู่

                แค่ใช้ได้ ความจริงไม่น่าอยู่ได้ครบเทอม แต่ที่อยู่ได้ เพราะ

                "วิสัยทัศน์แหกกรอบ" ของพลเอกประยุทธ์นี่แหละ

                แสบจริงๆ!

                อะไรที่รัฐบาลเลือกตั้งทำไม่ได้ รัฐบาลผด็จการทำได้

                อะไรที่รัฐบาลเลือกตั้ง กินแล้วทิ้งชามไว้ รัฐบาลเผด็จการเก็บล้างให้เกลี้ยง

                ข้าว "โกงทุกเม็ด" คาเมืองจากนางปลาเห็ดนั่นไง ๕-๖ แสนล้าน

                ใครล่ะ...ถ้าไม่ใช่รัฐบาลทหาร สะสางให้จนเบ็ดเสร็จวันนี้

                เศรษฐกิจสังคมที่อยู่กันแบบ "กินบุญเก่า"

                ก็กินกันเกือบเกลี้ยงแล้ว ประเทศใกล้เดี้ยงด้วยสิ้นอนาคต

                ก็ด้วยรัฐบาลเผด็จการ ชั่วบ้าง-ดีบ้างนี่แหละ

                ระดมคิด-ระดมคน เช่นสมคิด วางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมเป็นอนาคต "สู่ศตวรรษใหม่" ของสังคมประเทศ

                เป็นที่น่า ตื่นตา-ตื่นใจ กับสิ่งใหม่เป็นจุดหมายให้หวังสู่เส้นทางอนาคต กระทั่งสังคมโลกยอมรับ

                เช่นโครงการอีอีซี เป็นต้น

                เหล่านี้ รัฐบาลทหารที่แอบปรามาสกันมาตลอดว่า "เดี๋ยวมันก็พัง"

                เขากลับทำได้ ในสิ่งที่รัฐบาลเลือกตั้งทำไม่ได้!

                กลายเป็นรัฐบาลเผด็จการแรก ที่อยู่ยาวต่อเนื่องถึง ๔ ปี เป็นประเด็นที่ "ประชาชนผู้มีความคิด" เขาคิดและใคร่คำนึง

                ในแง่ว่า.......

                ทำไมรัฐบาลเผด็จการที่ตั้งรังเกียจกลับอยู่ได้ ในขณะที่รัฐบาลเลือกตั้งที่ยกหางกันเอง กลับอยู่ยาว ชนิด "ม้วนเดียวจบ" แบบเขาไม่ได้?

                แถมเขาล้นเข้าปีที่ ๕ ด้วยซ้ำ!

                คำที่คาดกันว่า จะเห็นประชาชนออกมาประสานเสียง ประยุทธ์ออกไป..เผด็จการ คสช.ออกไป

                เข้าปีที่ ๕ กลับเป็นเสียงประชาชนประสาน ลุงตู่ สู้ๆ..ลุงตู่ อยู่ต่อ..หนูรักลุงตู่!?

                นี่...ทิศทางลม มันเป็นอย่างนี้

                ฉะนั้น เมื่อการเลือกตั้งจะมีขึ้นจริงๆ ประชาธิปัตย์ที่ดูบุ่มบ่าม แท้จริงละเมียดคิด และคลึงปัญหามากทีเดียว

                กลวิธี "เลือกตั้งหัวหน้าพรรค" ที่ประชาธิปัตย์อ้างเป็นประชาธิปไตยแตกยอดเสรี นับว่าแยบคายในกลเกมที่เก๋า

                เพราะมีแต่การใช้แผน "จักจั่นทองลอกคราบ" นี้เท่านั้น แปลงปมด้อยให้ดูเป็นปมเด่น เป็นทั้งรุก-ทั้งรับ ของพรรค

                และทั้งเป็นการหยั่งทาง "ถอย-บุก" ของนายอภิสิทธิ์ ในตำแหน่งประมุขพรรคที่โอ่อ่า!

                สำคัญสูงสุด.........

                การเลือกกันเองก่อนที่จะให้ประชาชนเลือกในสนามเลือกตั้ง เท่ากับประชาธิปัตย์ต้องการหยั่งใจประชาชนให้แน่ใจก่อนว่า

                เลือกตั้งที่จะถึงนี้

                แฟนๆ ยังมีประชาธิปัตย์อยู่ในหัวใจหรือไม่ ขนาดไหน?

                เกม "เรือล่มในหนอง" ให้สมาชิกพรรคเลือกหัวหน้าพรรคกันเองในสัปดาห์หน้า ระหว่างนายอภิสิทธิ์กับหมอวรงค์

                ผลที่ออกมานั่นแหละ.........

                เป็นเข็มทิศ "บอกทาง" ให้ประชาธิปัตย์ "มุ่งหัวเรือ" ไปทางทิศนั้น ถ้าไม่อยากให้เรือคว่ำกลางทะเล!

                คือ ประชาธิปัตย์ ใต้การนำของนายอภิสิทธิ์วันนี้ แม้ในเสียงคนกันเอง ยังมี "เอา-ไม่เอา"

                สถานการณ์ศึก เมื่อเกิดลังเลสงสัย ควรหรือที่จะทุ่มพลรบไป "ตาย" แบบไม่น่า "เสี่ยง"

                แต่ถ้าเปลี่ยนขุนพลนำทัพดื้อๆ ภาพมันก็แพ้ตั้งแต่ต้นแล้ว!

                มีแต่ชูเสรีประชาธิปไตยสไตล์ประชาธิปัตย์ เลือกตั้งหัวหน้าพรรคกันเอง ตีปี๊บให้เอิกเกริก "ชิงพื้นที่ข่าว" ไว้ก่อนอย่างนี้แหละ

                ไม่ว่าใครแพ้-ชนะ ในนามพรรคประชาธิปัตย์ "รวยยกพรรค"

                อภิสิทธิ์-หมอวรงค์ "ได้-เสีย" กินด้วยกัน!

                ก็อย่างที่บอก ผลที่ออกมา สะท้อนถึง "ทิศทาง" จากประชาชนส่วนหนึ่ง ว่าต้องการให้ประชาธิปัตย์ไปทางทิศไหน?

                เลือกหมอวรงค์เป็นหัวหน้าพรรคแทนอภิสิทธิ์....

                แสดงว่า ประชาคมประชาธิปัตย์ ต้องการให้ไปร่วมกับพรรคที่สนับสนุน "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาล

                ถ้ายังเลือกนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคต่อ....

                ก็แสดงว่า ไม่ต้องการให้ไปร่วมพรรคสนับสนุนพลเอกประยุทธ์

                ไม่ต้องการยุทธศาสตร์ ๔.๐ ไม่ต้องการอีอีซี ไม่ต้องการประชารัฐ

                ต้องการให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ประชาธิปัตย์เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล

                จะเห็นว่า ในเรื่องที่ว่ายาก มันยาก "ทำใจ" มากกว่า ความจริง มันง่ายนิดเดียว ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย

                แต่ต้องเข้าใจไว้อย่าง นายอภิสิทธิ์กับหมอวรงค์ จะเทียบว่า ใครดีกว่าใคร ในการเลือกเป็นหัวหน้าพรรค

                คิดแบบนั้นไม่ได้ ไม่ถูกต้อง

                เพราะไม่เกี่ยวกับ "ดี-ไม่ดี" มันขึ้นอยู่กับการเลือกใช้คนในแต่ละเงื่อนไขแต่ละ "สถานการณ์" มากกว่า

                ว่าสถานการณ์แบบไหน ควรใช้คนแบบไหน เพื่อยังประโยชน์ให้สำเร็จ?

                ในการทำ "ยุทธหัตถี" ของ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช"

                บนหลังช้าง จะมีตำแหน่งของผู้นั่งอยู่ ๓ คน คือ

                ตำแหน่งบนคอช้าง เป็นผู้ต่อสู้

                ตำแหน่งกลางช้าง คอยให้สัญญาณและส่งอาวุธที่อยู่บนสัปคับให้แก่คอช้าง

                ตำแหน่งหลังสุด เป็นควาญช้าง คอยบังคับช้าง

                อาวุธบนสัปคับนั้น มีหลายชนิด ทั้งดาบ ง้าว หอก ทวนโตมร หอกซัด เครื่องป้องกันต่างๆ เช่น โล่ เป็นต้น

                การมีอาวุธหลากหลาย หมายความว่า..........

                การชนช้าง จะแพ้-ชนะ อยู่ที่ใครจะเลือกใช้อาวุธชนิดใด ได้สอดคล้องแต่ละเงื่อนไขและสถานการณ์เป็นสำคัญ

                ต่อสู้ระยะใกล้ ระยะไกล การเลือกส่งอาวุธ เพื่อให้คนบนคอช้างใช้ได้สอดคล้องจังหวะและสถานการณ์

                เป็น "ตัวชี้ขาด" ชัดเจน

                หมอวรงค์กับอภิสิทธิ์ เปรียบเหมือนอาวุธเหล็กเนื้อดีบนสัปคับ 

                แต่จะใช้ฟันคู่ต่อสู้ได้ขาดสะพายแล่งหรือไม่?

                ขึ้นอยู่กับบรรดาสมาชิกผู้เลือกนั่นแหละ ว่าบ้านเมืองสถานการณ์นี้

                ควรส่งอาวุธแบบอภิสิทธิ์หรือหมอวรงค์ให้คนบนคอช้าง คือแต่ละผู้สมัครในนามพรรค ใช้เป็นอาวุธฟันคอคู่ต่อสู้?

                ต้องแยกให้ออก.....

                มันไม่เกี่ยวกับรักอภิสิทธิ์หรือรักหมอวรงค์

                มันเกี่ยวกับ "เลือกคนให้เหมาะกับสถานการณ์" หรือไม่?

                แผน "จักจั่นทองลอกคราบ" ฟังดูโบราณ

                ความจริงก็ใช่ ผมจำมาจากนิยายกำลังภายในที่ "ว. ณ เมืองลุง" เพื่อนผมแปล

                แต่ถ้าจะให้ทันสมัย ก็ต้องบอก "ประชาธิปัตย์" กำลังเล่นเกม "คุกกี้เสี่ยงทาย"

                เผอิญ "เพื่อไทย" เขาไม่ชอบ BNK48 ซะด้วย!

 


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง