ตุลานี้‘บิ๊กตู่’เดินสาย ‘เอเชีย-ยุโรป’รุมจีบ


เพิ่มเพื่อน    

  เปิดไทม์ไลน์เดือนตุลาคม "บิ๊กตู่" ไม่อยู่ประเทศไทย คิวเดินทางเยือนต่างประเทศแน่นเอี้ยด ทั้งเอเชีย อาเซียน ยุโรป รองโฆษกรัฐบาลเผยนอกจากประชุมแล้ว ยังชี้แจงความก้าวหน้าการเตรียมการสู่การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ส่วน ครม.ยกเลิกสัญจรทั้งเดือน

    พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตี มีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศตลอดเดือนตุลาคม เริ่มจากการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่น การประชุมระดับผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญด้านการเงิน การธนาคาร และเศรษฐกิจ ที่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย การประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ที่ราชอาณาจักรเบลเยียม และการเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหารือทวิภาคี ตามคำเชิญของผู้นำเยอรมนี โดยมุ่งหวังขยายความร่วมมือ กระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีโลก และในระหว่างนั้น มีสื่อมวลชนต่างชาติชื่อดังหลายสำนักให้ความสนใจขอสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมกับช่วงเวลา
     รองโฆษกประจำสำนักนายฯ กล่าวด้วยว่า ทุกครั้งที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ นอกจากภารกิจตามวัตถุประสงค์ในการเดินทางเยือนหรือประชุมแล้ว จะชี้แจงความก้าวหน้าการเตรียมการสู่การเลือกตั้ง ซึ่งเบื้องต้นกำหนดไว้ว่าจะเป็นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562
          มีรายงานข่าวด้วยว่า ในเดือนตุลาคมนี้ จะไม่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจรในต่างจังหวัด เพราะนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะลงพื้นที่พบประชาชนในโอกาสที่เหมาะสมแทน
    ทั้งนี้ เพจไทยคู่ฟ้าระบุว่า เดือนตุลาคมนี้ นายกฯ เตรียมเข้าร่วมการประชุมและเยือนต่างประเทศหลายภารกิจ ตอกย้ำว่านานาชาติให้การยอมรับไทย และเราเองก็จะไปยืนยันบทบาทของไทยในเวทีโลกด้วย ไปติดตามกันว่ามีอะไรบ้าง
    1.การประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น (Mekong - Japan Summit Meeting) ครั้งที่ 10 (8-9 ต.ค.61) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประเทศลุ่มน้ำโขง และลดช่องว่างการพัฒนาอาเซียน
    2.การประชุมระดับผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ (ASEAN Leaders' Gathering : ALG) (11 ต.ค.61) ณ เมืองบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประกอบด้วย ผู้นำอาเซียน IMF ธนาคารโลก และ UN เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และรับมือกับความท้าทายจากการพัฒนาด้านต่างๆ
    3.การประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (ASEM Summit) ครั้งที่ 12 (18-20 ต.ค.61) ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ความเชื่อมโยง การพัฒนาอย่างยั่งยืน สภาพภูมิอากาศ และภัยคุกคามด้านความมั่นคง
    4.การเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (30-31 ต.ค.61) เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย-เยอรมนี โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเยอรมนีถือเป็นคู่ค้าและนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทยในกลุ่มอียู
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า ส่วนตัวเห็นความพยายามของรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย แต่สิ่งที่กังวลคือวิธีการ เพราะท่านทำตามหลักความยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่กว่าการลงทุนของท่านจะผลิดอกออกผล ต้องใช้เวลา 3-4 ปี ประชาชนรอไม่ได้ และถ้าประชาชนไม่มีเงิน การจับจ่ายใช้สอยหยุดชะงัก การไหลเวียนของระบบเศรษฐกิจไทยต้องมีปัญหาตามมา คราวนี้ มันจะกระทบไปทั้งระบบ 
    ส่วนตัวอยากให้เรากลับไปยอมรับก่อนว่าเกษตรกรคือคนจำนวนมากของประเทศ การช่วยเหลือเกษตรกรไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้มาโดยตลอด ทั้งนโยบายเงินผัน เงินช่วยเหลือเกษตรกร กองทุนต่างๆ การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นเรื่องที่สมควรทำ และต้องรีบทำ เพราะเกษตรกรเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ถ้าคนกลุ่มนี้แข็งแรง ประเทศก็แข็งแรง แต่การช่วยเหลือ ต้องตั้งอยู่บนความจริงจังและจริงใจ เม็ดเงินไหลตรงถึงมือเกษตรกร อย่าอ้างความทุกข์ของเกษตรกรมาหาผลประโยชน์
    นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนตัวอยากให้คนไทย เห็นความสำคัญของการใช้สินค้าและบริการจากคนในชาติเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า “เมดอินไทยแลนด์” อาทิ ถ้ารัฐบาลมีงบ 1 ล้านล้านบาท ในการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ก็ควรใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทไปเพื่อการสร้างสิ่งที่คนไทยต้องการจริงๆ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทย อาทิ การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ลานกีฬา สวนสาธารณะ ถนน โดยการซื้อสินค้าไทย ใช้บริการคนไทย ให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบ ชาติได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง เงินไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในประเทศ ผ่านมือประชาชนทุกคน ให้ระบบเศรษฐกิจเข้มแข็ง และได้สิ่งก่อสร้างพื้นฐานในการพัฒนาประเทศตามมา.


 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.