เพื่อนไทยซัดดูถูกปชช.


   

    "เพื่อนไทย" อัดกลับเพื่อไทย ดูถูก ปชช. ย้อนเจ็บโลโก้ พ.พาน มีหัวชัดเจน แต่เพื่อไทย พ.พาน ไม่มีหัว ไม่รู้เพื่ออะไร ตอกสมุนยังค้าความขัดแย้ง ปิดทางนายใหญ่กลับประเทศ เพื่อแม้วท้าทุกฝ่ายแข่งนโยบาย   ปชป.แฉกลุ่มสามมิตรแอบดูดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง เย้ย ปชช.ไม่เอาด้วย "สุภรณ์" แย้มจูบปาก "อนุทิน" ไกล่เกลี่ยกับ ภท. แต่ยังดำเนินคดีกับบุคคลในพื้นที่ จ่อซบพลังประชารัฐ "หม่อมเต่า" ลั่น รปช.ร่วมรัฐบาลแน่
    เมื่อวันอาทิตย์ นายสิระ พิมพ์กลาง ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย และนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามาตรวจสอบ พรรคเพื่อนไทย เนื่องจากทั้งชื่อพรรค สัญลักษณ์พรรค คล้ายกัน อาจทำให้ประชาชนสับสนตอนลงคะแนนเสียง  ว่าไม่เข้าใจว่านายภูมิธรรม นายวัฒนา คิดแบบนั้นได้อย่างไร พรรคเพื่อนไทยตัวย่อมี พ.พาน มีหัวตัวเดียว สะท้อนว่าพรรคนี้มีหัวชัดเจน ส่วนเพื่อไทย เป็น พ.พานกับ ท.ทหาร แต่ พ. ไม่มีหัว ไม่รู้ว่าเปรียบเหมือนการขาดหัวหรือไม่ สีสัญลักษณ์ของเราประกอบด้วยธาตุทุกสี สื่อถึงพร้อมหลอมรวมคนในชาติไม่ว่าสีใดให้เกิดความสามัคคี ปรองดอง อีกทั้งคำว่า เพื่อ กับ เพื่อน ต่างกัน เพื่อนหมายถึงพร้อมเป็นเพื่อนทุกพรรคทุกสี แต่คำว่า เพื่อนั้น ไม่รู้หมายถึงเพื่ออะไร 
     "ลองตรองดูจะรู้ว่าทั้ง 2 พรรคมีความต่างกัน การพูดลักษณะกลัวประชาชนจะสับสนเป็นการดูถูก ประชาชนว่าอ่านหนังสือไม่ออก เลยอาจทำให้เลือกพรรคผิดใช่หรือไม่ ประชาชนเขาฉลาด หากจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ก็เลือกอยู่ดี การจะให้ฝ่ายกฎหมายไปร้องเรียน กกต. เหมือนเป็นการดูถูกภูมิปัญญาคณะทำงานกกต. เพราะตั้งแต่ไปยื่นขอจดจอง จดแจ้งพรรค กกต.ย่อมต้องตรวจสอบพรรคที่มานั้น ทั้งสี สัญลักษณ์ ชื่อ ความหมาย ไปซ้ำซ้อนพรรคอื่นหรือเปล่า หากเห็นว่าใช่  คงไม่อนุมัติและอนุญาตให้ทำกิจกรรมได้" นายสิระ กล่าว
    นายสิระกล่าวอีกว่า ประเทศตอนนี้ต้องการความสามัคคีปรองดอง นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เน้นย้ำถึงเรื่องปรองดอง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยลูกสาวของท่าน โพสต์ภาพขณะดูดน้ำด้วยหลอดสีเหลือง แดง สะท้อนถึงความพร้อมปรองดอง แต่คนในพรรคบางส่วนกลับยังให้สัมภาษณ์ แสดงความเห็นเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง เรียกว่าไม่ต้องการให้เกิดความปรองดอง ความสามัคคีของคนในชาติ ยังมัวแต่ค้าความขัดแย้งแล้วอย่างนี้นายทักษิณจะมีโอกาสกลับประเทศได้หรือไม่ ยืนยันว่าพรรคเพื่อนไทยตั้งพรรคมาไม่ได้หวังเก็บตกคะแนนเสียงจากคนที่เข้าใจผิด ไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางปรองดอง ดังนั้นนายภูมิธรรม นายวัฒนา อย่ามาชวนทะเลาะ ตนไม่เอาด้วย
    นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนก้าวข้ามการตอบโต้ทางการเมือง ไปสู่ประเด็นว่าแต่ละพรรคการเมืองมีจุดยืนทางการเมืองในเรื่องสำคัญๆ อย่างไร เช่น การสืบทอดอำนาจ จุดยืนเรื่องประชาธิปไตย แต่ละพรรคการเมืองมีแนวทางและนโยบายในการแก้ปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ และจะนำพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองได้อย่างไร ดังนั้นจึงเชิญชวนให้แต่ละฝ่ายแข่งขันกันเสนอนโยบายตอบโจทย์ประเทศ เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชนว่าจะเลือกพรรคใด ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งมีคุณค่า แต่ที่ยังไม่เข้าใจและเสียดาย คือยังมีข้อห้ามมิให้ประชาชนชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และยังไม่สามารถไปพบปะประชาชนเพื่อมีกระบวนการจัดทำนโยบายอย่างมีส่วนร่วมของประชาชนได้ 
    "แม้แต่พรรคจะสื่อสารจุดยืนและนโยบายในบางเรื่องผ่านออนไลน์ ก็อาจถือว่าเป็นการหาเสียงตามคำสั่งที่ 13/61 ซึ่งความไม่ชัดเจนนี้ไม่เอื้อต่อการทำหน้าที่ของพรรคการเมืองอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ หวังว่าผู้มีอำนาจจะตระหนักในประเด็นนี้ และเปิดให้พรรคการเมืองได้ทำหน้าที่ นึกไม่ออกว่าการทำและสื่อสารประเด็นนโยบายออนไลน์จะนำไปสู่ความวุ่นวายได้อย่างไร" นายนพดลกล่าว 
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยกเลิกการจัด ครม.สัญจรตลอดเดือนตุลาคม เพราะมีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไปบอกกับประเทศต่างๆ ว่าจะจัดการเลือกตั้ง แต่กลับมาก็ไม่จัดและเลื่อนเลือกตั้งออกไป ต่างกรรมต่างวาระ อย่างน้อย 4 ครั้ง ท่าทีลักษณะนี้ต้องระมัดระวัง อะไรคือแก่น อะไร คือกระพี้ของการทำงาน ท่านต้องเลือกให้ชัด เพราะหากในประเทศไม่เชื่อมั่น ไปต่างประเทศเขาก็ไม่เชื่อมั่นหรือไม่ ประกอบกับพฤติกรรมที่ผ่านมาอาจทำให้การฟื้นความเชื่อมั่น
แฉสามมิตรแอบดูด ปชป.
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง กกต.เชิญพรรคการเมืองเข้าประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทางการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองวันที่ 28 ก.ย.นี้ ว่า ปชป.พร้อมเข้าร่วมประชุมโดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นำคณะเข้าร่วมประชุม โดยหวังว่าจะทำให้เกิดความชัดเจนถึงแนวทางที่พรรคการเมืองต่างๆ จะปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2561 เรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องไม่มีลักษณะเป็นการหาเสียงนั้น จะมีขอบเขตครอบคลุมแค่ไหนอย่างไร อะไรที่เป็นการหาเสียง ก็ควรมีความชัดเจนเช่นเดียวกัน และขอฝากไปยัง กกต.ชุดใหม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการซื้อเสียง ทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งไม่ปล่อยให้มีการใช้อำนาจรัฐเข้ามาร่วมด้วยช่วยเหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งให้ได้เปรียบในการเลือกตั้ง  
    นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคปชป. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่เข้าพูดคุยกับนักการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือว่า สำหรับ จ.สุโขทัย อดีต ส.ส.ปชป.ไม่มีใครย้ายพรรค เพราะทุกคนรู้ว่าต้นทุนของพรรคมีสูง หากอยู่กับ ปชป.ต่อไปจะมีโอกาสได้รับเลือกตั้งสูง เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ไม่เอาทหาร เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ถูกกำหนดไว้หมด แม้แต่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เพิ่งจัดงานวันเกิดให้ภรรยา มีการเชิญประชาชนและผู้นำไปร่วมงาน ก็เป็นการสร้างภาพ เพราะชาวสุโขทัยไม่ชอบ เว้นแต่จะโกงเลือกตั้งถึงจะชนะ
    "ล่าสุดกลุ่มสามมิตรมีตารางจะไปในจังหวัด เช่น น่าน พะเยา สุโขทัย พิจิตร เป็นต้น โดยเฉพาะพิจิตร ที่มีการชักชวนมือขวาของนายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าปชป. ที่ดูแลภาคเหนือ ซึ่งเป็นบุคคลที่พรรควางตัวให้ลงสมัครรับเลือกตั้งใน จ.พิจิตร แต่เมื่อนายสมศักดิ์ทราบเรื่อง ก็ได้โทรศัพท์ไปขอโทษนายอัศวิน ที่เข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาต และได้เลิกชักชวนคนสนิทของนายอัศวินแล้ว" นายสัมพันธ์กล่าว
    นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ส.ส.พิจิตร และรองเลขาธิการ ปชป. กล่าวว่า ช่วงที่กลุ่มสามมิตรลงพื้นที่ จ.พิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก และสุโขทัยนั้น เขาพยายามหาสมาชิกพร้อมกับเจรจาดึงตัวคนที่เราวางตัวไว้ให้ลงสมัคร ส.ส.ในเขตต่างๆ แต่ยังเงียบอยู่ ไม่มีอะไร ส่วนใน จ.พิจิตร เคยมาชักชวนอดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นคนที่ ปชป.วางตัวไว้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 และเขายืนยันจะลงสมัคร ส.ส.ในนาม ปชป.ตามเดิม ยอมรับว่าความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยน่าหนักใจกว่า เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี และเขาไม่ค่อยรู้สึกคล้อยตามสิ่งที่กลุ่มสามมิตรพยายามนำเสนอเท่าไหร
    ที่ จ.นครราชสีมา นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำ นปช.และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ หลังวันที่ 29 ก.ย.นี้ ก็คงจะมีความชัดเจน ส่วนตำแหน่งภายในพรรคตนก็ไม่ได้เรียกร้องแล้ว แต่ผู้ใหญ่ของพรรคจะพิจารณา ทั้งนี้ ตนจะลงสมัคร ส.ส.ระบบเขต พื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง แน่นอน ส่วนคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง ตนไม่ได้มีความหวั่นไหวหรือวิตกกังวลใดๆ เพราะเชื่อมั่นในพลังศรัทธาของประชาชน ส่วนกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กกรณีความขัดแย้งถึงขั้นฟ้องร้องกันนั้น เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้พบกับนายอนุทินในงานศพมารดาของนายธีระชัย แสนแก้ว ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว นายอนุทินเป็นผู้ใหญ่ที่เอ็นดูและเมตตาตนเองมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  
รปช.ลั่นร่วมรัฐบาลแน่
    "ผมไม่ได้ติดใจอะไรกับพรรคภูมิใจไทย และให้ความเคารพผู้ใหญ่ของภูมิใจไทยทุกคน สุดท้ายก็คงต้องมีการไกล่เกลี่ยกัน ไม่ก้าวล่วงถึงพรรคภูมิใจไทยและผู้บริหารพรรค ส่วนตัวบุคคลในพื้นที่ที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและผิดคำสั่ง คสช. ก็ต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ใครทำผิดก็ต้องยอมรับ ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งตัวบุคคลผมยังคงจะเดินหน้าร้องเรียนและดำเนินคดีต่อไป" นายสุภรณ์กล่าว
      นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า หรือสามมิตรจะซ้ำรอยมัชฌิมา หลังการรัฐประหารปี 49 ของ คมช. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้รวบรวมอดีต ส.ส.ได้มากกว่า 70 คน (มากกว่ายุคสามมิตร)  ได้พูดคุยกับผู้นำเผด็จการในยุคนั้น จนมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ สุดท้ายประสบความล้มเหลว ในการเลือกตั้งปี 2550 ได้ ส.ส.ต่ำสิบ หลังการรัฐประหารปี 57 ของ คสช. นายสมศักดิ์อาจถูกหว่านล้อมจากผู้นำเผด็จการยุคปัจจุบันให้รวบรวมอดีต ส.ส.เหมือนสมัยทำมัชฌิมาอีกครั้ง แต่เชื่อว่าบทสรุปสุดท้ายก็เหมือนเดิม
     ที่อาคารทู แปซิฟิค เพลส สุขุมวิท ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ว่าที่หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันแถลงนโยบายพรรคว่า พรรคจะแถลงข่าวทุกวันอาทิตย์บ่ายโมง เพื่อให้ได้รับความคืบหน้าของพรรค รปช. เพราะขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองได้แล้ว สำหรับ รปช. ต่อให้ไม่ได้เป็นรัฐบาล เราก็จะเป็นตัวแทนประชาชนในสภา และพร้อมที่จะคุยหรือทำงานร่วมกับรัฐบาล แต่อย่างไรก็ดี เราจะพยายามเป็นรัฐบาล ถึงไม่ได้เป็นเราก็จะพยายามช่วยทุกฝ่าย ในการเลือกตั้งครั้งใหม่เราจะนำเสนอนโยบายพรรคให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ 
    ด้านนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค กล่าวว่า เราจะต้องเอาปัญหาของประชาชนมากลั่นกรองเป็นนโยบายของพรรค ในทางปฏิบัติอาจจะมีปัญหาระหว่างการรับฟังปัญหาประชาชนกับการหาเสียง เราพยายามระมัดระวังพฤติกรรมของเราที่ออกไปรับฟังปัญหาประชาชน ถ้าใครจะตีความว่าเราหาเสียงก็อาจกล่าวหากันได้ แต่ด้วยข้อเท็จจริง เราเคารพกฎหมาย เราไม่ได้ไปหาเสียง เพียงแต่ต้องการรับฟังปัญหาของประชาชน รวมถึงเรื่องการทำไพรมารีโหวต เรายืนยันว่า เราจะทำไพรมารีโหวต ทำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ.  


เงินนี่...ชักน่ากลัวขึ้นทุกวัน!นับวันจะใช้ซื้อได้ทุกอย่าง จนมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรไปหยุดมันได้ถึงจุดหนึ่ง โลกไม่แตก แต่มนุษย์จะตกต่ำ เมื่อสังคมให้ค่าเงินเหนือความเป็นมนุษย์

นี่ไง....'ใบเสร็จปล่อยกู้พรรค'
เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'