มิติ 'ประชารัฐ-อนาคตใหม่'


   

      ใน "ความสงบ" ที่ "ไม่เหงา" ของบ้านเมืองวันนี้

      "นิด้าโพล" เมื่อวาน (๒๓ ก.ย.๖๑)

      แต่งแต้มสีสัน "ประชาธิปไตยเลือกตั้ง" ให้แต่ละพรรคดูหน้าเด้งชวนพิศ-ชวนมอง

      ย้ำ เพียงสีสัน ให้กระสันต่อ......

      ไม่ใช่เพื่อให้ทึกทักเป็นจริง-เป็นจังกันตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่!

      นิด้าสำรวจมาแล้ว ๓ ครั้ง เมื่อวาน เป็นครั้งที่ ๔ คงเห็นกันแล้ว จากข่าวทั่วไป

      ผมจะยกแค่อันดับ ๑-๔ ในแต่ละหัวข้อมาเพื่อ "เมาธ์ต่อ" ตามมุมมองเท่านั้น นอกสูตร นอกวิชาการ บอกก่อน

      นิด้าโพล ครั้งที่ ๔ ระหว่าง ๑๗-๑๘ ก.ย. ผลมี ดังนี้

        -พรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

      ร้อยละ ๖๑.๖๓ ระบุ "พรรคการเมืองพรรคใหม่ๆ"

      เพราะอยากเห็นคนใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ เข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น

      บางส่วนระบุ เบื่อการบริหารงานของพรรคการเมืองพรรคเก่า

      ร้อยละ ๓๗.๔๙ ระบุ "พรรคการเมืองพรรคเก่า"

      เพราะมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ชอบการบริหารงานแบบเก่าๆ บริหารงานดีอยู่แล้ว

      การทำงานมีระบบ เคยเห็นผลงานมาแล้ว มั่นใจในผลงาน รู้จัก คุ้นเคยกับประชาชนเป็นอย่างดี

      มีความเข้าใจ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่

      ครับ...หัวข้อนี้ ผลสำรวจสะท้อนชัด

      คนเบื่อพรรคเก่า อยากได้พรรคใหม่ ความคิดใหม่ นโยบายใหม่ โดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก

      พลเอกประยุทธ์ เป็นภาพจำลอง "คิดใหม่-นโยบายใหม่" ของ "พรรคการเมืองใหม่"

      รูปธรรมที่ปรากฏให้จับต้องได้.......

      สร้าง "เศรษฐกิจและสังคมใหม่" ให้เป็นอนาคตที่หวังได้และกำลังไปสู่ด้วยกัน เห็นผลกันขณะตัวเป็นๆ นี่แหละ

      ประชาชนสัมผัส "รับรู้-ยอมรับ" ได้ตรงนี้

      จึงสะท้อนเป็นความต้องการ "พรรคใหม่" มากกว่า "พรรคเก่า" ออกมาชัด

      -บุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี

      อันดับ ๑ ร้อยละ ๒๙.๖๖ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

      อันดับ ๒ ร้อยละ ๑๗.๕๑ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

      อันดับ ๓ ร้อยละ ๑๓.๘๓ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

      อันดับ ๔ ร้อยละ ๑๐.๗๑ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

      หัวข้อนี้ นับว่าเป็น "สะดือ" ประเทศ

      จากผลสำรวจทั้ง ๔ ครั้ง เดือนมีนา พฤษภา กรกฎา และกันยานี้ ทั้ง ๔ ครั้ง

      ผลสำรวจ "พลเอกประยุทธ์" เป็นบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ มากที่สุด

      เป็นอันดับ ๑ ทั้ง ๔ ครั้ง!

      แต่เป็น "มากที่สุด" ด้วยเปอร์เซ็นต์ลดลงเรื่อยๆ

      จากครั้งแรก มี.ค.ได้ ๓๘.๖๔%

      ครั้งที่ ๒ เดือน พ.ค.ลดลงเหลือ ๓๒.๒๔%

      ครั้งที่ ๓ ลดลงอีกเหลือ ๓๑.๒๖%

      และครั้งที่ ๔ ผลสำรวจระหว่าง ๑๗-๑๘ ก.ย.นี้ เหลือ ๒๙.๖๖%

      ขณะเดียวกัน นางสุดารัตน์ อันดับ ๒ ด้วยเปอร์เซ็นต์ห่างจากอันดับ ๑ กว่าเท่าตัว

      เปอร์เซ็นต์กลับไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ จาก ครั้งแรก เดือน มี.ค. ๑๓.๐๔% ครั้งที่สอง ๑๗.๔๔% ครั้งที่สาม  ลดลงเหลือ ๑๔.๙๖%

      แต่ครั้งที่ ๔ เดือนกันยานี้ ไม้ประดับ พุ่งสูงเป็นอันดับ ๒ ด้วย ๑๗.๕๑%

      ที่น่าสนใจ คือ "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" จากเปอร์เซ็นต์ไล่ตามหลัง "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" มาตลอด

      ผลสำรวจเดือนกันยานี้..........

      "นายธนาธร" ไล่แซง "นายอภิสิทธิ์" จากอันดับ ๔ ขึ้นมาเป็นอันดับ ๓ แทน!     

      ด้วยเปอร์เซ็นต์นิยม ร้อยละ ๑๓.๘๓!    

      เบียดนายอภิสิทธิ์ตกไปอยู่อันดับ ๔ ด้วยคะแนนนิยมแค่ ๑๐.๗๑%

      ในขณะที่เคยสูงสุด เมื่อเดือน พ.ค. ๑๔.๒๔%!

      ส่วนนายธนาธร คะแนนนิยมจากสตาร์ทต่ำสุด เดือน มี.ค. ๖.๘๘%

      แต่พุ่งสูงต่อเนื่อง ถึงเดือน ก.ย.นี้ สูงสุดที่ ๑๓.๘๓%

      จากสถิติ เท่ากับนายธนาธร แซงทิ้งนายอภิสิทธิ์ ขึ้นไปไล่จี้ตูดนางสุดารัตน์แล้ว!

      มีความเป็นไปได้ที่ นายธนาธรจะประกบหรือแซงนางสุดารัตน์เป็นอันดับ ๒ แทน

      แต่ทั้งอันดับ ๒-๔ "ไม่มีความน่าจะเป็น" ที่จะประกบหรือแซงอันดับ ๑ ได้!

      เหตุผลนั้น ยืนได้.......

      จาก "ผลสำรวจ" หัวข้อต่อๆ ไป ว่าด้วยพรรคที่ประชาชนอยากให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

      และปัจจัยที่ประชาชนใช้ตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ส.

      การที่นายธนาธร พุ่งขึ้นติดอันดับ ๑-๓ ที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ

      ตอกย้ำผลสำรวจข้อแรกชัด ว่า.........

      ประชาชนเบื่อพรรคเก่า อยากได้ "พรรคการเมืองใหม่"

      "คนใหม่-คิดใหม่-บริหารแนวใหม่" เข้ามาบริหารประเทศ

      นโยบายพรรคนายธนาธร.......

      ปฏิเสธชาติ, ศาสนา, สถาบันพระมหากษัตริย์ และทหาร

      ขวางโลก ขวางสังคมเป็นจริง

      แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า โลกใบนี้ "สังคมนิยมขวาง" ก็มีอยู่ และพร้อมจะไปลงคะแนนในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึง!

      ไม่ต่างครั้ง "ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์" ตั้งพรรคและลงสมัคร ส.ส.การหาเสียงด้วยทัศนคติปฏิปักษ์ต่อระบบใด-ระบบหนึ่ง  

      ก็จะมีมนุษย์วัตถุกลุ่มหนึ่ง สะใจ ซูฮก ยกเป็นฮีโร่

      ซึ่งเป็นธรรมชาติมนุษย์.........

      ที่ต้องชอนไชในเก่า-ในใหม่ไปด้วยรสนิยมใคร-รสนิยมมัน

      เหมือนกุหลาบ ก็ ดอกไม้ อุตพิด ก็ ดอกไม้ มีทั้งคนหอม มีทั้งคนเหม็น

      แต่จะใช้เปอร์เซ็นต์นิยมที่ต่างกัน ไปคัดอย่างไหนออกไปจากความเป็นสกุลวงศ์แห่งพืชพันธุ์ "ดอกไม้" นั้น ไม่ได้!

      -พรรคที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุดและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

        อันดับ ๑ ร้อยละ ๒๘.๗๘ พรรคเพื่อไทย

      อันดับ ๒ ร้อยละ ๒๐.๖๒ พรรคพลังประชารัฐ

      อันดับ ๓ ร้อยละ ๑๙.๕๘ พรรคประชาธิปัตย์

      อันดับ ๔ ร้อยละ ๑๕.๕๑ พรรคอนาคตใหม่

      ก็จะเห็นว่า พรรคที่คนอยากให้ได้คะแนนมากเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล คือพรรคเพื่อไทย

      ดูแล้ว เหมือนขัดแย้งกับผลสำรวจในข้อว่า "อยากให้ใครเป็นนายกฯ"

      แทนที่จะเป็นคนพรรคเพื่อไทย กลายเป็น "คนยังไม่มี-ยังไม่สังกัดพรรคไหน" ที่ชื่อ "พลเอกประยุทธ์"

      คำถามข้อนี้ พูดกันตรงๆ องค์ประกอบเพื่อถามและเพื่อตอบเป็นตรรกะ "ต่างฐาน" กันมาก

      ถึงกระนั้น คำตอบที่ได้ เพื่อไทยก็อย่าดีใจว่าคนอยากให้เป็นแกนจัดตั้ง

      คือ จากคำถาม มันเป็นคำถามที่มีตัวแปร

      นอกจาก เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ หมายถึงใคร อนาคตใหม่ หมายถึงใคร เป็นที่เข้าใจได้แล้ว

      แต่ถึงบัดนี้ ยังไม่รู้เลยว่า พลเอกประยุทธ์จะสังกัดพรรคไหน

      และเอาเข้าจริง จะลงการเมืองหรือไม่ลง ก็ยังไม่แน่ ยังสะดิ้งไม่สุดน้ำอยู่?

      แต่ในคำถาม เขาให้ตอบถึงพรรคที่อยากให้ได้คะแนนมากเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล

      เท่ากับ ไม่มีพรรคของนายกฯ ประยุทธ์ ให้เป็นตัวเลือก

      ถึงกระนั้น คนยังกระเดียดเอาจากทิศทางข่าวที่พูดๆ กันเป็นฐานสรุปตอบผลสำรวจข้อนี้

      ว่า "พลังประชารัฐ" เป็นพรรครัฐบาล.......

      จะมีชื่อนายกฯ ประยุทธ์ เป็น ๑ ใน ๓ รายชื่อ ที่พรรคพลังประชารัฐ จะเสนอให้เป็นนายกฯ ยื่นต่อ กกต.!

      ขนาด "พลังประชารัฐ" ยังมะลำมะเลือง ไม่เห็นหัว-เห็นหาง เหมือนเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์

      คนยังแห่จองกฐินให้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล เป็นอันดับ ๒ ถึงร้อยละ ๒๐.๖๒

      ในขณะที่พรรคในตารางเลือกถาวร เพื่อไทย ได้อันดับ ๑ ด้วยคะแนน ร้อยละ ๒๘.๗๘

      ประชาธิปัตย์ หล่นไป อันดับ ๓ ร้อยละ ๑๙.๕๘

      คิดดูละกัน แค่ "เงาพรรค" แท้ๆ ยังไม่รู้หัว-รู้หาง

      แต่ชาวบ้านปักใจ "นายกฯ" ต้องคลอดจากท้องพรรคนี้แน่ และต้องชื่อ "ประยุทธ์" แน่

      ยังมาที่ ๒!?

      โพลครั้งต่อไปของนิด้า ถ้าประยุทธ์ประกาศรับเป็น ๑ ใน ๓ รายชื่อ "นายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ" แน่นอนแล้ว

      หัวข้อสำรวจ พรรคที่คนอยากให้ได้คะแนนมากเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล

      จากอันดับ ๒ จะแซงขึ้นเป็นอันดับ ๑ แหงแซะ!

      แต่ทำเป็นเล่นไป เมื่อจับคู่ตามสายพันธุ์ จะเห็นว่า ในหัวข้อนี้ เพื่อไทย อันดับ ๑ กับ อนาคตใหม่ อันดับ ๔

      เพื่อไทย ๒๘.๗๘% อนาคตใหม่ ๑๕.๕๑% รวมเปอร์เซ็นต์สูงถึง ๔๔.๒๙%

      คะแนนรวมทั้งประเทศของสองพรรค บ่งบอกเก้าอี้ ส.ส.และปาร์ตี้ลิสต์ได้น่าสะพรึง

      เพราะพลังประชารัฐ ๒๐.๖๒% ถ้าบวกกับพรรคประชาธิปัตย์ ๑๙.๕๘% จะรวมได้แค่ ๔๐.๒% เท่านั้น

      แต่มองอีกมุม จากหัวข้อนี้........

      ทั้งพลังประชารัฐและอนาคตใหม่ เป็น "พรรคการเมืองใหม่" ทั้งคู่

      แต่พรวดเดียว ทัศนคติสังคมดันขึ้นไปทาบพรรคการเมืองเก่าอย่างเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์อย่างมีนัยสำคัญ

      ย้ำหนักถึงว่า เลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคใหม่ๆ มีโอกาสดีกว่า พรรคเก่าๆ!

      และทั้งหมด "ตอกฝาโลง" ด้วยคำตอบผลสำรวจในหัวข้อ

      -ปัจจัยสำคัญที่ใช้ตัดสินใจลงคะแนนให้ผู้สมัคร ส.ส.

      ร้อยละ ๔๙.๘๐ ระบุ มีผลงานประจักษ์ ทำประโยชน์ในพื้นที่ หรือต่อประเทศไทย

      ร้อยละ ๒๒.๕๔ ชอบพรรค/นโยบายพรรค ที่ผู้สมัครสังกัด

      ร้อยละ ๑๒.๐๗ ชื่นชอบส่วนตัว (เช่น บุคลิก หน้าตา ท่าทาง มีแนวคิดคล้ายตน เป็นคนบ้านเดียวกัน เป็นต้น)

      ร้อยละ ๑๐.๑๕ ต้องการได้ ส.ส.หน้าใหม่

      สรุปได้เลย...........

      พรรคการเมืองใหม่ อย่าง "พลังประชารัฐ" หรือพรรคการเมืองเก่าอย่าง "เพื่อไทย" ใครจะได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล?

      และนายกฯ จะจากพรรคพลังประชารัฐหรือจากพรรคเพื่อไทย?

      ทั้งหมด อยู่ที่ "พลเอกประยุทธ์"

      รับเป็น "นายกฯ" อยู่ในบัญชีพรรคไหนหรือไม่เท่านั้น?


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง