ขายกาแฟ..ตามกระแส


เพิ่มเพื่อน    

 

      เกิดมาเป็นคนดัง เป็นบุคคลสาธารณะ ห้าม (ข่าว) ไม่อยู่เมื่อชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง

      ข่าว "สมรักษ์ คำสิงห์" ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายและพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงกลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่หน้าหนังสือพิมพ์และในเว็บไซต์โซเชียลออนไลน์ต่างๆ ทั้งๆ ที่ในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือนนั้น มีคนมากมายที่มีชะตากรรมเดียวกับเขา

      แต่เพราะ "สมรักษ์ คำสิงห์" เคยเป็นฮีโร่เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นในกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 2539 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา มันก็ต้องดังเปรี้ยงปร้างเป็นธรรมดา

      อย่างไรก็ตาม ดูหน้าตาของฮีโร่คนนี้ในโลกโซเชียลหลังข่าวล้มละลายแล้ว ยังยิ้มได้สดใสเหมือนเตรียมตัวเตรียมใจไว้เรียบร้อยในระดับหนึ่งแล้ว ก็พอจะเบาอกเบาใจได้ว่า ล้มแล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ได้ยังแน่นอน

      ความบกพร่อง ผิดพลาดจากธุรกิจที่ตัวเองทำ คงจะเป็นบทเรียนให้สามารถดำเนินชีวิตได้ต่อไป    อย่างน้อยที่สุด สมควรต้องคิดกันแล้วว่า ความล้มเหลวนั้นเกิดจากการที่หลายคนเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้และไม่ถนัด...ใช่หรือไม่

      โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำมาค้าขายตามกระแส เห่อและแห่ไปตามแฟชั่น คิดเองเออเองว่าร้านหมูกระทะมีคนใช้บริการมากมาย เราเปิดบ้างก็คงต้องรวยไม่รู้เรื่องเหมือนเจ้าอื่นที่เขาทำมาแล้ว

      อาการมโนแบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะ "สมรักษ์ คำสิงห์" แน่นอนเพราะทุกวันนี้เดินไปตรงไหนในพื้นที่ของประเทศไทย เราจะเห็นร้านขายกาแฟสดเยอะแยะแทบทุกมุมถนนกันเลยทีเดียว

      มันคือกลยุทธ์ทางการตลาดของคนขายเมล็ดหรือผงกาแฟ หรืออาจจะเป็นช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์ของแฟรนไชส์ร้านกาแฟสดกระมัง จึงทำให้เกิดอาการอุปาทานหมู่ในสังคมไทย ประมาณว่าคิดอะไรไม่ออก เปิดร้านกาแฟสดขายหน้าบ้านดีกว่า

      แม้แต่เด็กนักศึกษาที่จบปริญญาตรีกันใหม่ๆ ก็ฝันเฟื่องกันว่าอยากมีร้านกาแฟสด แต่งร้านแบบแบบชิกๆ กับเขาบ้าง เพราะแฟชั่นการเช็กอินแล้วโพสต์ตามร้านกาแฟน่ารักๆ นั้น มันแสนจะอินเทรนด์ในโลกโซเชียล

      แต่เมื่อความเห่อของใหม่ ที่ใหม่ จางหายไป ทรัพย์ก็จะจางไปโดยอัตโนมัติเป็นเรื่องปกติ เพราะความสวย ความสด ความงดงามไม่ยั่งยืนมั่นคง เท่ากับรสชาติ ราคา และการให้บริการของเจ้าของร้านค้า ..จริงไหม

      ตั้งร้านแบบหวังให้โดนใจ แต่รสชาติในติดปาก ..ลูกค้ามาถ่ายรูปครั้งเดียวก็ไม่กลับมาอีก แล้วชีวิตจะสดใสได้อย่างไร ...คิดกันสักนิดนะลูกหลานยุคดิจิตอลรักงานอิสระทั้งหลาย.

                                                                    "ป้าเอง"


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.