ลุยประมูลเอราวัณ-บงกช สร้างเสถียรภาพพลังงาน


   

    "ศิริ" เมินเสียงต้าน เดินหน้าประมูลเอราวัณ-บงกช 25 ก.ย. ชี้เครือข่ายไหนข้องใจยื่นข้อเสนอมา พร้อมแจงทุกกลุ่ม "ส.อ.ท.-ปตท.-กฟผ." ตบเท้าหนุน หวั่นล่าช้ากระทบเศรษฐกิจชาติ สภาพลังงานเพื่อประชาชนฮือค้านทั่วประเทศ บุกศาลากลางฯ บี้ "บิ๊กตู่" สั่งชะลอ
    เมื่อวันที่ 24 กันยายน นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการหารือผู้บริหารกระทรวงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า กระทรวงพลังงานเล็งเห็นความจำเป็นในการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงด้านพลังงาน จึงพร้อมเดินหน้าขั้นตอนการประมูลหาผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ในแปลงสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเลอ่าวที่จะหมดอายุ ทั้งเอราวัณและบงกชต่อไป โดยจะเปิดรับข้อเสนอทางเทคนิคและราคาในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ตั้งแต่ 08.30-16.30 น. 
    "เบื้องต้นแหล่งเอราวัณมีเอกชน 4 ราย และแหล่งบงกช 3 ราย ซึ่งคาดว่าปลายเดือน พ.ย.นี้จะวิเคราะห์เงื่อนไขด้านเทคนิคและราคาแล้วเสร็จว่าข้อเสนอใดมีจุดเด่น และจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาเห็นชอบผลการวิเคราะห์ที่สามารถนำไปสู่การสรุปเรื่องได้ว่าใครจะเป็นผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต 2 แหล่ง หลังจากนั้นจะประกาศชื่อผู้ได้รับสัมปทานดำเนินงานต่อและลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตช่วงเดือน ก.พ.62" นายศิริระบุ
    ส่วนที่สภาพลังงานเสนอขอจัดเวทีดีเบตกับ รมว.พลังงานต่อหน้าสาธารณชนนั้น เห็นว่าอยู่นอกขอบเขตหน้าที่ของหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสม หากกลุ่มไหนที่มีข้อสงสัยในการเปิดประมูลครั้งนี้ สามารถสอบถามหรือยื่นข้อเสนอมายังกระทรวงพลังงานได้ โดยจะมีข้าราชการชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกกลุ่มอยู่แล้ว
    สำหรับวันที่ 25 ก.ย.นี้ ที่กำหนดให้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประมูลที่ผ่านหลักเกณฑ์ตามขั้นตอนต่างๆ  เข้ายื่นแผนการดำเนินงาน งบประมาณการลงทุน ข้อเสนอทางด้านเทคนิค และผลประโยชน์ตอบแทนรัฐตามเงื่อนไขหลักสำคัญที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) เพื่อการได้รับคัดเลือกเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ พัฒนาและผลิตก๊าซธรรมชาติ ร่วมกับภาครัฐให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องยื่นเอกสารจำนวน 4 ซอง ประกอบด้วย ซองที่ 1 เป็นซองด้านคุณสมบัติของผู้ประกอบการปิโตรตามกฎหมาย ซองที่ 2 การยอมรับเงื่อนไขให้ภาครัฐเข้าร่วมในสัดส่วน 25% ซองที่ 3 ข้อเสนอทางเทคนิค ซึ่งประกอบด้วยแผนการลงทุน แผนการพัฒนาแหล่ง แผนช่วงรอยต่อ และแผนบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และซองที่ 4 ซองด้านผลประโยชน์ตอบแทนรัฐ
    ทั้งนี้ การประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกชในครั้งนี้ จะสามารถสร้างผลประโยชน์ให้รัฐในรูปค่าภาคหลวง  ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และส่วนแบ่งกำไรประมาณ 800,000 ล้านบาท ตลอดจนก่อให้เกิดการจ้างงานพนักงานคนไทยในสัดส่วน 80% ในปีแรก และอย่างน้อย 90% ในปีที่ 5 ตามเงื่อนไขหลักสำคัญที่ระบุไว้ในทีโออาร์ นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าก๊าซแอลพีจีได้ประมาณ 22 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 460,000 ล้านบาท และยังก่อให้เกิดการลงทุนหมุนเวียนในประเทศอีกประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท
    "เรื่องนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ตามแผนงานเดิมต้องดำเนินงานให้ได้ผู้ประกอบการรายใหม่ให้แล้วเสร็จก่อน 5 ปีสุดท้ายที่จะสิ้นอายุสัมปทาน แต่ขณะนี้เหลือเวลาเพียงแค่  3 ปี และในปี 2563 จะต้องเลือกแท่นที่มีศักยภาพในการดำเนินงาน และทำการส่งมอบให้ผู้ประกอบการใหม่ให้ดำเนินการต่อเนื่องทันที ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 278 แท่น จึงถือว่าเป็นเรื่องที่จะต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นอายุสัมปทาน หากล่าช้าไปกว่านี้จะทำให้ไม่สามารถส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้ประกอบการที่มาดำเนินการต่อได้ทันเวลา" รมว.พลังงานกล่าว
    ด้านนายบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังเข้าพบ รมว.พลังงาน เพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนให้เปิดประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกชให้สำเร็จว่า  ส.อ.ท.มีความเป็นห่วงหากการประมูลล่าช้าไปมากกว่านี้ จะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมเพราะค่าไฟจะสูงขึ้น และอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะไม่เกิดขึ้น ถึงแม้จะนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศได้ แต่เราไม่มีที่รับและเก็บก๊าซ เพราะต้องใช้เวลาก่อสร้างอย่างน้อย 3-4  ปี ซึ่งหมายความว่าปริมาณก๊าซจะหายไป เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าขนาด 1,200 เมกะวัตต์ต่อโรงหายไป  10 โรง ซึ่งไม่ใช่กระทบเพียงความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ แต่รวมถึงรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย
    นางสาวอัปสร กฤษณะสมิต ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  หรือ สร.ปตท.กล่าวว่า สร.ปตท.ขอแสดงจุดยืนความต้องการให้รัฐบาลเร่งตัดสินใจในสิ่งที่จะทำให้ประเทศและประชาชนไม่เสี่ยงกับการขาดแคลนพลังงาน หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องใช้พลังงานในราคาที่สูงเกินความจำเป็น จึงต้องการให้รัฐบาลดำเนินการตามแผนที่กำหนด เนื่องจากมีความล่าช้ามาก ทำให้เสียโอกาสในการนำทรัพยากรของประเทศมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมกับความจำเป็น
    นายพนมทวน ทองน้อย รองประธานบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ (สร.กฟผ.) ในฐานะตัวแทน กล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.ใช้ก๊าซธรรมชาติ 70% ดังนั้นเป็นห่วงการรักษาความมั่นคงต่อเนื่อง ซึ่ง สร.กฟผ.หวังให้การประมูลครั้งนี้มีความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนส่วนรวม เรื่องนี้ถือว่าข้อมูลทั้งสองด้านอาจไม่ตรงกัน ทำให้มีมุมมองและความคิดไม่เข้าใจกัน 
    ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. สภาพลังงานเพื่อประชาชน พร้อมด้วยสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย (สรส.) นัดรวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งชะลอการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกชและเอราวัณออกไปก่อน และตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายขึ้นมาพิจารณา  เพราะกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีข้อบกพร่องอย่างร้ายแรง โดยแก้ไขข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การประมูล (ทีโออาร์) ให้ใช้ระบบสัญญาจ้างผลิตและตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ทั้งนี้มีตัวแทนจากสำนักรับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาลออกมารับหนังสือ
      นายนพพร วิสุทธิศักดิ์ชัย ผู้ประสานงานสภาพลังงานฯ กล่าวว่า เนื่องจากกระทรวงพลังงานจะเปิดซองประมูลแหล่งบงกชและเอราวัณในวันที่ 25 ก.ย.ด้วยสัญญาทีโออาร์ที่ประเทศไม่ได้ผลประโยชน์สูงสุด  ทำให้เราต้องลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยในเวลาเดียวกันนี้ได้มีการยื่นหนังสือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศด้วย ทั้งนี้ กลุ่มสภาพลังงานฯ จะปักหลักชุมนุมไปจนถึงวันที่  25 ก.ย.นี้ก่อนที่จะมีการเปิดซองประมูลแหล่งบงกช-เอราวัณ ว่ารัฐบาลจะสั่งชะลอเรื่องนี้หรือไม่    
    ทั้งนี้ มีผู้ชุมนุมมารวมตัวประมาณ 80-100 คน โดยคืนนี้ผู้ชุมนุมจะพักอยู่ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนสภาพลังงานเพื่อประชาชนทั่วประเทศต่างรวมตัวกันไปที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกฯ ชะลอการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมบงกชและเอราวัณ.


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย