คุก9ปีลวงขายไม้ล้างป่าช้า!


   

    คุกอีก 9 ปี! ผู้บริหารเอวิเอ ลวงขายไม้ล้างป่าช้าให้กรมราชองครักษ์ พร้อมปรับบริษัท 1.8 หมื่นบาท ทนายจำเลยอ้างแค่ตัวแทนธุรการ ไม่ได้ทดสอบและเห็นตัวสินค้า ผบ.ทบ.จ่อหารือฟ้องซ้ำ
    ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ  เมื่อวันที่ 26 กันยายน ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัท เอวิเอฯ, นายเดชพิภัทร์ วัฒนกิจ, นางศศกร ปลื้มใจ ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานบริษัท เอวีเอฯ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในคดีฉ้อโกงการจัดซื้อเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิดและยาเสพติดรุ่นจีที 200 จำนวน 2 ชุด ชุดละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 1.8 ล้านบาท เครื่องตรวจสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ Global Technical รุ่นจีที 200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท เครื่องตรวจหาสสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ โกลบอล รุ่นจีที 200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 9 ล้านบาท ที่มีปัญหาที่กรมราชองครักษ์ผู้เสียหายได้ทำสัญญาซื้อขายไป เเต่เครื่องไม่สามารถใช้การได้ โดยจำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี เหตุเกิดระหว่างปี 2551-2552
    ทั้งนี้ จำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ 
    ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1-2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 6,000 บาท รวมปรับ 18,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 9 ปี นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2012/2560 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1711-1713/2561 ของศาลนี้ ยกฟ้องจำเลยที่ 3-4 ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
     ภายหลังมีคำพิพากษา นายวรอรรถ สุนทรอภิชาติ ทนายความของบริษัท เอวิเอฯ และผู้บริหาร จำเลยที่ 2 เปิดเผยว่า ศาลได้วินิจฉัยว่าบริษัท เอวิเอฯ ในฐานะผู้ขายควรจะทราบว่าสินค้าใช้การไม่ได้ เมื่อเราเอามาขาย ศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง แต่ในความเป็นจริง จีที 200 มีการโฆษณาในสื่ออื่นๆ แล้วมีประเทศอื่นๆ สั่งซื้อมาก่อนหน้าเรา ซึ่งเอามาขายโดยที่ไม่ทราบ เหมือนเป็นผู้จัดการทางธุรการเท่านั้น ไม่เคยเห็นสินค้ามาก่อน จีที 200 ถือเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหาร บริษัทเอกชนย่อมไม่มีสิทธิที่จะครอบครองและนำมาใช้ จึงไม่มีโอกาสรู้ว่าเครื่องใช้การได้หรือไม่ พอเครื่องมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ทหารก็เอารถมารับ การตรวจสอบว่าเครื่องจะใช้การได้หรือไม่ได้ ต้องตรวจสอบโดยทางเทคนิค ต้องใช้ห้องทดลอง และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเราเป็นตัวแทนขายเท่านั้นเอง ข้อเท็จจริงส่วนนี้จะนำไปสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
     สำหรับคดีจีที 200 สำนวนนี้ ถือเป็นสำนวนที่สองที่ศาลมีคำพิพากษา โดยสัปดาห์ที่แล้วศาลได้มีคำพิพากษาในคดีที่กรมสรรพาวุธ สังกัดกองทัพบกเป็นผู้เสียหาย ให้ลงโทษจำคุกนายสุทธิวัฒน์ 10 ปี จากการซื้อขาย 12 สัญญา รวมมูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าในคดีดังกล่าวนั้นมีการฟ้องถึง 12 กรรม แต่ศาลลงโทษเพียง 10 ปี ต่างกับคดีนี้ที่มีการฟ้องเพียง 3 กรรม แต่ลงโทษถึง 9 ปี
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลในคำพิพากษาของศาล ได้อ้างอิงผลการทดสอบจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งสรุปว่า เครื่องจีที 200 ไม่สามารถใช้งานได้จริงตามคู่มือและคำโฆษณา ประกอบกับผลการทดสอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อปี 2553 ที่พบว่าผลการทดสอบหาสารตัวอย่าง 20 ครั้ง แต่เครื่องจีที 200 สามารถหาตำแหน่งสารตัวอย่างได้ถูกต้องเพียง 4 ครั้ง นอกจากนี้ ศาลยังเชื่อถือคำให้การของตำรวจจังหวัดปัตตานี ที่ระบุว่าทหารเคยใช้เครื่องจีที 200 ตรวจรถต้องสงสัย และแจ้งว่าไม่พบระเบิด แต่เมื่อตำรวจเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่ามีระเบิดทำงานอยู่และเกิดระเบิดขึ้น 
     ส่วนกรณีจำเลยที่ 2 อ้างไม่ทราบคุณสมบัติและประสิทธิภาพของเครื่องจีที 200 ว่าใช้การได้จริงหรือไม่ เพราะเป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โกลบอล เทคนิคอล สหราชอาณาจักร นั้น ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ใส่ใจในการซื้อขายสินค้า เพราะเครื่องจีที 200 มีราคาสูงมาก ในฐานะผู้ขายจำเป็นต้องศึกษาคุณสมบัติและประสิทธิภาพของสินค้าก่อนส่งมอบเสมอ หรืออาจรู้ก่อนแล้วว่าเครื่องจีที 200 ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ยังขายให้หน่วยงานของรัฐ ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีเป้าหมายแสวงหาผลประโยชน์ มีความผิดฐานฉ้อโกง
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ จะเป็นวันนัดฟังคำพิพากษาอีกสำนวนที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เป็นผู้เสียหาย สำหรับการยื่นประกันตัวของจำเลยที่ 2 วันนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกันเป็นเงินสด 900,000 บาท
    ทางด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่า ในส่วนของกองทัพบกคงต้องศึกษารายละเอียดก่อน ซึ่งทราบเพียงคร่าวๆ ว่าที่ผ่านมากองทัพบกยังไม่ได้ดำเนินการยื่นฟ้อง โดยส่วนที่เกี่ยวข้องคงต้องมาหารือว่าจะดำเนินการเช่นเดียวกันหรือไม่.


​​​​​​​ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอยเสมอ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สืบสวนที่จะค้นหาร่องรอยหลักฐานนั้นพบหรือไม่

ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"
ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?