เป็นคนดีกว่าอย่าเป็นหมาเลย!


เพิ่มเพื่อน    

      เฒ่าเพราะอยู่นาน!

      ถ้ามีรางวัลนักการเมืองจอมเลอะแห่งปี คงต้องมอบให้ "เสนาะ เทียนทอง"

      มีเรื่องอยากจะคุยฝ่ายประชาธิปไตยจริงๆ

      อยากรู้ว่า ประชาธิปไตย ที่ผายลมออกมานั้น มันมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่

      คงต้องซ้ำกันอีกรอบสำหรับเฒ่าจอมเลอะ!

      วานนี้ (๒๖ กันยายน) หลายพรรคการเมืองเขาประชุมกัน

      เป็นการประชุมครั้งแรกในรอบ อย่างน้อยก็ ๔ ปีหลังการรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โน้น...และหนึ่งในนั้นคือ พรรคเพื่อไทย

      ในที่ประชุม "เฒ่าเหนาะ" พูดกับสมาชิกพรรคว่า

        "เป็นวันที่เราได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง จากที่ห่างกันไปตั้ง ๔ ปีกว่า ในฐานะที่เรายืนอยู่กับประชาชน  ในฐานะอดีต ส.ส.เราคือผู้อาสามาดูแลบริหารประเทศชาติบ้านเมือง

        ที่ผ่านมาเราเป็นไทยรักไทยตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ มีโอกาสได้จับมือกับน้องที่รักคือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดตัวครั้งแรกในนามพรรคไทยรักไทย มีสมาชิกร้อยกว่าชีวิต ช่วงเริ่มหาเสียงเลือกตั้ง ผมมีโอกาสร่วมต่อสู้กับท่านทักษิณ ได้ ส.ส. ๒๐๗  คน จากจำนวนผู้แทน ๔๐๐ คนในสภา และได้บัญชีรายชื่ออีก ทำให้เราได้สมาชิกเกินกว่าครึ่ง

        เริ่มต้นตั้งรัฐบาลก็โดนคดีซุกหุ้นแต่ก็สู้จนชนะ ได้ตั้งรัฐบาลสำเร็จ ได้บริหารประเทศ จะเห็นว่าท่านทักษิณบริหารประเทศจนมีชื่อเสียงโด่งดัง มีนโยบายที่ต่อเนื่อง

        คนชื่อทักษิณออกนโยบายแล้วทำสำเร็จทุกเรื่อง มาวันนี้พรรคเพื่อไทยยังคงอนุรักษ์ของเก่าอยู่ เช่น  นโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เรียกได้ว่าเกือบ ๒๐ ปี นโยบายนี้ก็ยังขลังใช้ได้อยู่....     

        ...เราอยู่ด้วยกันต้องจริงใจ รักผูกพันกับพรรค กับพวกอย่างแน่นแฟ้น อย่าไปมองว่าเขากำลังคึกคัก  ยืนยันได้ว่า แพ้เราขาด ไม่มีทางเทียบกันได้

        ส่วนพรรคเก่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ไม่รู้ว่ากำลังเล่นอะไรกันเรื่องหัวหน้าพรรค ยื้อกันไปมา แต่ถ้าผมมองด้วยสายตาคิดว่าต่ำกว่า ๑๐๐ แต่ของเรา ๒๐๐ คนขึ้นไป

        คนที่ถูกบีบ อย่าไปหวั่นไหว เลือกตั้งเสร็จ พวกนี้ก็หมดอำนาจ อย่าไปหวั่นไหวว่าเขาจะตั้งรัฐบาลได้ เรื่องที่เขาเอามาบีบเรา ถ้าเราผิดจริง เผาไฟไม่ได้เขาก็ขุดขึ้นมาได้ เขาช่วยเราไม่ได้หรอก แค่เอามาบีบตอนนี้เท่านั้น แต่ถ้าใครแยกออกไปจะมองหน้ากันไม่ติด

        ส่วน ส.ว. ๒๕๐ คน ไม่ได้ทำให้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หรือต่อให้เป็นนายกฯ ได้ก็บริหารประเทศไม่ได้ ท้ายที่สุดก็มีอันเป็นไป ผมแม้ปีนี้จะอายุ ๘๕ ปีแล้ว แต่ขอยืนยันว่าจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชน และพวกเราตลอดไป”

      ถ้า "สมองมด" ฟังแล้วคงจะรู้สึกคึกคัก อยากจะกลับเข้าสู่อำนาจเต็มแก่

      แต่...สมองคนคงจะคิดสักหน่อยว่าที่ "เฒ่าเหนาะ" พูดนั้น ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "กะล่อน" หรือเปล่า?

      เพราะ "เฒ่าเหนาะ" เคยสร้างวีรกรรมด่า ทักษิณ แบบสาดเสียเทเสีย และคนในเพื่อไทยเองก็เคยออกมาด่ากลับเพื่อป้องนายใหญ่ไม่ใช่หรือ

      แม้จะเขียนถึงไปหลายรอบ แต่ขอนำมารีรันอีกทีเถอะ กับหนังสือ "รู้ทันทักษิณ ๔" ของ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่วางแผงเมื่อปี ๒๕๔๘

      กับหัวข้อ "จะเอาทักษิณ หรือประเทศไทย" ที่ออกมาจากสมองของ "เสนาะ เทียนทอง"

      .........ก่อนเงินบาทลอยตัว ผมไม่รู้เรื่องด้วย เพราะอยู่นอกวงของพวกเขา คนที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าเงินบาทในขณะนั้นมี ๔ คน คือ พล.อ.ชวลิต, ทักษิณ, นายทนง และนายโภคิน ส่วนจะรู้เห็นกันขนาดไหนผมไม่รู้

        เขาบอกว่าเขาไม่รู้อันนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ถ้าถามผมว่าผลที่เกิดหลังค่าเงินบาทลอยตัวออกมาอย่างไร  มันส่อชัดว่าทักษิณและบริษัทรอดวิกฤติคนเดียว คือผลลัพธ์มันสะท้อนชัดอยู่แล้ว

        หากต้องการจะรู้ทันทักษิณ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าทักษิณเป็นคนอย่างไร เพราะลักษณะเฉพาะและตัวตนของทักษิณ เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้อำนาจและบริหารราชการแผ่นดินของทักษิณทั้งหมดนั้น ประกอบขึ้นมา...

        "เป็นระบอบทักษิณ"

        ซึ่งมีทั้งระบบการใช้อำนาจและการแสวงหาผลประโยชน์อยู่ร่วมกัน 

        ทักษิณเป็นคนมีวุฒิการศึกษา แต่ขาดวุฒิภาวะการเป็นผู้นำ ไม่มีสภาวะผู้นำโดยเฉพาะในระดับประเทศ เป็นคนไม่มีประสบการณ์ในการบริหารราชการ แม้เคยรับราชการตำรวจ ก็อยู่ไม่นาน และใช้เวลาว่างไปกับการประกอบธุรกิจ

        ทักษิณเป็นนักเสี่ยงโชค ขาดความรอบคอบ เคยประสบปัญหาทางธุรกิจ แลกเช็คและถูกฟ้องเช็คเด้ง นิยมบริหารธุรกิจแบบคิดไวทำไว โดยใช้การตลาดเป็นเครื่องมือ

       การจดทะเบียนคนจนนั้น ผมเคยแนะนำว่ามันทำไม่ได้ ไปประกาศเฉยๆ ไม่ได้ เอามาขึ้นทะเบียนเฉยๆ คนที่เป็นหนี้สินอยู่ที่ไม่ใช่คนจนก็ไปจดทะเบียนด้วย มันจะบานปลายไปใหญ่ พี่ไม่เห็นด้วย

        มองด้วยจิตสำนึกมันปฏิบัติไม่ได้ มันได้แค่โชว์ตัวเลขตอนเลือกตั้งจากนั้นไม่มีผลจริง

        แต่ทักษิณตอบว่า "โธ่...พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ ถ้าเราไม่พูดแบบนี้เราจะได้เสียงเหรอ  เขาพูดอย่างนี้ แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย"

        มีการใช้ระบบธุรกิจครอบครัวมาจัดการผลประโยชน์ในรัฐบาลแบบเบ็ดเสร็จ

        ตั้งแต่ขนคนที่เคยทำงานกับตัวเองในบริษัทแบบยกชุด วางคนของตัวเองไปในทุกกระทรวง โดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งที่มีอำนาจอย่างเป็นทางการ

        แต่ทุกคนในกระทรวงจะรู้ดีว่า คนคนนี้คือคนของเขา จะทำอะไรก็ต้องผ่านคนคนนี้ เรียกว่ามีสองสามคนไปดูแลผลประโยชน์ทุกกระทรวง

        เป็นเสมือนหลงจู๊ แล้วยังส่งคนไปยึดตำแหน่งใน กมธ.ชุดต่างๆ ของสภาผู้แทนฯ ใน ครม.ก็ไม่ต่างกัน ทุกโครงการที่จะมีการอนุมัติ

        ถ้ารัฐมนตรีคนไหนเสนอเรื่องขอใช้งบกลางที่จัดสรรไว้มหาศาล ก็ต้องไปเคลียร์กับคนของเขาให้เรียบร้อยก่อน

        รัฐมนตรีหลายคนจะมีคนของเขาเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวทำงบฯ จะเอากี่พันล้าน แต่ต้องเอาเข้าพรรค  ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าจะไปทำอะไรขึ้นมาก็ได้ ไปเขียนโครงการมา

       นโยบาย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีต้องทำโครงการ โดยตบแต่งงบประมาณขึ้นมาก่อนว่ามูลค่าของโครงการจะครอบคลุม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ต้องหักเข้าพรรค จากนั้นไปตกลงกับคนของเขาผ่านคุณหญิง

        เมื่อเรียบร้อยเมื่อใดก็ส่งมาให้ตัวตายตัวแทนทางการเมืองที่เขาไว้ใจ พอเข้า ครม. นายกฯ จะเสนอโครงการและอนุมัติให้เองเสร็จสรรพ รัฐมนตรีไม่ต้องคิดไม่ต้องสงสัย

        "ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ใครเข้าใจว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์มีอยู่เท่าไร คงต้องไปถามคุณหญิง"

        สิ่งที่สุดทนจริงๆ คือ กรณีผู้ว่าฯ สตง.ที่ถูกแทรกแซงการทำงาน แทรกแซงองค์กรอิสระ และละเมิดพระราชอำนาจ

        "มันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่สำคัญ" ที่ทำให้ผมลุกขึ้นอภิปรายเมื่อ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๘ การประกาศตัดขาดแตกหักกลางสภาฯ พูดได้ว่า ถ้ามันเอาชีวิตได้มันเอาไปแล้ว มันแค้น แต่ก็ไม่กล้า

        ตอนหลังคนของทักษิณก็ติดต่อมาหลายครั้ง ผมพูดตรงๆ ไปว่าเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เมื่อไม่ยอมลดละเอง จนเราต้องแตกหักไปสู่สาธารณชนแล้ว

        สิ่งสำคัญทักษิณก็ต้องแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ได้ และผมยังพูดอีกว่า ถ้าบอกจะกินข้าวกันตอนนี้ มันยังไงล่ะ

        "ให้พี่เป็นผู้เป็นคนดีกว่า อย่าให้พี่เป็นหมาเลย"

        ก่อนที่จะเกิดปัญหาทั้งหมด ผมก็พยายามไปเตือน แต่เรื่องที่เตือน ก็เป็นการขัดผลประโยชน์เขาทุกเรื่อง

        เช่นคิดว่า รัฐมนตรีคอร์รัปชัน ผมก็ไปเตือน เพราะคิดว่าไม่รู้ ที่ไหนได้...".มันสั่งเอง" ขนาดกลายเป็นว่า รัฐมนตรีคนไหนไม่ทำตามสั่ง ภายหลังก็อยู่ไม่ได้

        ความขัดแย้งในปัจจุบัน สาเหตุมาจากตัวปัญหาคนเดียวคือ ทักษิณ คนคนนี้ โกงเพื่อเข้ามาสู่อำนาจ เมื่อมีอำนาจก็โกงอีก อันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ 

        ทักษิณน่ากลัว เพราะเป็นคนมีวุฒิการศึกษา จ้องวางแผนเอาเปรียบคนอื่น ถือว่าต่ำต้อยเหลือเกินในการเป็นผู้นำประเทศ

        ผมจำคำพูดของทักษิณที่เคยบอกว่า พี่เหนาะผมพร้อมแล้ว สมบัติส่วนหนึ่งผมให้ลูก อีกส่วนเก็บไว้สำหรับตายาย กินจนตายก็ไม่หมด สมบัติอีกส่วน จะทำเพื่อบ้านเมือง จะใช้หนี้แผ่นดิน

        คำพูดนั้นๆ ผมเคยหลงคิดว่าคนคนหนึ่ง รวยแล้วกลับใจ คิดใช้หนี้แผ่นดิน ตอนนี้ผมรู้ความจริงแล้วว่า รวยจากโกงชาติ กล้าทำแม้เผาบ้านเมืองเพื่อเอาประกัน

        คนรวยคนนี้ รวยแล้วไม่รู้จักพอ ไม่ใช้หนี้แผ่นดินยังไม่พอ มันยังโกงกิน ทรยศต่อแผ่นดิน

        ผมเคยพูดและเตือนกับคุณหญิงอ้อว่า “น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้าน เอาไปทำไม” เขาพากันตอบว่า

        “ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมืองมันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ”

        เคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า  “ในอนาคต ถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ” เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ว่า

        “ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลง ต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจอย่างน้อยสองสมัยถึงจะปลอดภัย”.............

      เป็นไง....อ่านกี่ครั้ง ก็สะท้อนถึงบุคลิกของระบอบทักษิณ เอาแต่ได้ ไม่มีสัจจะในหมู่โจร

      แก้ผ้าทักษิณล่อนจ้อน ฟางเส้นสุดท้ายขาดพร้อมกับการยืนยันว่า ทักษิณโกง เข้าสู่อำนาจก็โกงอีก  เป็นอันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ 

      แต่...วันนี้พรรคเพื่อไทยยังเชิดชู "เฒ่าเหนาะ" เป็นปูชนียบุคคล

      ได้รับการยกย่องให้พูดกับลูกพรรคในฐานะคนเก่าคนแก่

      ไม่รู้สึกอะไรกันเลยหรือ?

      หรือนี่คือวิถีของพรรคเพื่อไทย ที่ชอบอ้างตัวเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ราวกับมีปมด้อย เพราะแท้จริงแล้วหาความเป็นประชาธิปไตยในพรรคไม่ได้

      เมื่อการเมืองคือธุรกิจที่ต้องลงทุน

      ทุนที่ว่านอกจากเงินแล้ว

      ยังรวมถึงความเป็นคนด้วย

      รู้ตัวนะวันนี้ เป็นหมา ไปแล้ว.

                                    ผักกาดหอม


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"