อธิบดีกรมศิลป์ ทำพิธีสักการะพระเจ้าตาก ก่อนนำทีมบูรณะหอระฆังโบราณ 


เพิ่มเพื่อน    


อธิบดีกรมศิลป์นำทีมบูรณะหอระฆังโบราณขอขมา พร้อมสักการะพระเจ้าตากฯ ขอให้งานสำเร็จ เริ่มติดตั้งคาน-เหล็กค้ำยันวันแรก  ก่อนส่งนักโบราณคดีสำรวจความเสียหายของรูปปั้น ลวดลายตกแต่ง          

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโครงสร้าง กรมศิลปากร นายสตวัน ฮ่มซ้าย   ผอ.สำนักสถาปัตยกรรม  นายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี  ตลอดจนทีมวิศวกร คณะเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงาน กรมศิลปากร    เดินทางตรวจความคืบหน้า การบูรณะหอระฆัง วัดพระยาทำวรวิหาร  ทันทีที่เดินทางถึง ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ เข้ามารายงานว่า สำนักงานเขตบางกอกน้อย ได้นำประกาศคำสั่ง สำนักงานเขตบางกอกน้อย 389/2561 เรื่องห้ามเข้าในเขตอาคาร มีสภาพ หรือ มีการใช้ ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือ ทรัพย์สิน หรือเกิดเหตุรำคาญ หรือ กระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาปิดทับ ที่ สังกะสีกั้นเขตหอระฆัง  โดยประกาศดังกล่าวได้แจ้งว่า เมื่อเข้าไปตรวจสอบ แล้วพบว่า อาคารดังกล่าวที่สภาพที่ไม่ปลอดภัย อาจเป็นภยันตราย ต่อชีวิต จึงสั่งห้ามมิให้เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองอาคารใช้ หรือ ยินยอมให้ผู้อื่นใช้อาคารนั้นทั้งหมด จนกว่า กรมศิลปากรแก้ไข เพื่อบรรเทาเหตุ ที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายนั้นแล้ว พร้อมนำ เชือกแถบ สีแดงข้อความ เขตห้ามเข้ามา พันรอบแผนสังกะสีกั้นเขต 

 

จากนั้น นายอนันต์  นำคณะเจ้าหน้าทำพิธีบวงสรวง ขอขมา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสิ่งที่ทำไปแล้วไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยมีเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วยธูปเทียนพวงมาลัยดอกไม้ 9 พวง  บายศรี1 คู่ ไข่ต้ม 19 ฟอง สำรับหมากพลู   น้ำดื่ม กล้วยและอ้อย โดยเริ่มจากสักการะพระประธานภายในอุโบสถ  ก่อนออกมาสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งประดิษฐานด้านนอกอุโบสถ  เพื่อขอขมา และบอกกล่าวขอพรให้การดำเนินงานบูรณะเป็นไปด้วยความสำเร็จและราบรื่น จากนั้นอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมคณะ ตลอดจนผู้ผฏิบัติงานบูรณะซ่อมแซมนำน้ำมารดที่ฐานอาคารหอระฆัง เป็นอันเสร็จพิธีขอขมา  

นายอนันต์ กล่าวว่า การเข้ามาติดตามตรวจสอบความเสียหายหอระฆังครั้งนี้ ได้สั่งการเร่งรัดเข้าเฝือกค้ำยันไม่ให้โบราณสถานเสียหายเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด  ซึ่งขณะนี้แปลนติดตั้งโครงเหล็กค้ำยัน และแปลกติดตั้งคานเหล็กค้ำยันเสร็จเรียบร้อยแล้ว   แต่ยังดำเนินงานไม่ได้ เนื่องจากได้รับรายงานสำนักงานเขตบางกอกน้อยมีประกาศห้ามเข้าอาคาร  อย่างไรก็ตาม ได้ประสานและแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้วพร้อมเริ่มงานค้ำยันได้ทันที เนื่องจากหอระฆังเป็นโบราณสถาน อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจเข้าไปดำเนินการบูรณะ ขุดแต่ง  ที่นี่ไม่ใช่อาคารสาธารณะ อีกทั้งกรมศิลปากรตรวจพบความเสี่ยง ความล่อแหลม ต้องเร่งค้ำยันในมาตรการระยะเร่งด่วน   โดยทำงานร่วมกับบริษัทผู้รับจ้างเดิม สำหรับวิศวกรในส่วนของกรมศิลปากร คือ นายนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผอ.กลุ่มวิศวกรรม สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร และนายโชติชีวิน มิพล วิศวกรโยธาปฏิบัติการ กังวลหอระฆังเอียงต้องเร่งค้ำยันส่วนที่เอียง เมื่อค้ำยันดูความมั่นคงโบราณสถานจนกระทั่งวิศวกรมทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า เรียบร้อยแล้ว หอระฆังที่เหลือไม่ถล่มลงมา ก็จะลงสำรวจสภาพพื้นที่ทั้งหมดโดยละเอียด เพื่อจัดทำแผนการบูรณะปฏิสังขรณ์ต่อไป  โดยนักโบราณคดีจะตรวจสอบลวดลายต่างๆ และรูปปั้นที่แตกหักว่าเดิมตกแต่งจุดใด มีการทำงานร่วมกับนายช่างศิลปกรรมเพื่อการบูรณะกลับมาใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด  เพราะมีภาพถ่ายเก่าและข้อมูลทางโบราณคดีอยู่แล้ว " นายอนันต์ กล่าว

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลักเกณฑ์การว่าจ้างบริษัทเอกชนดำเนินโครงการบูรณะเป็นอย่างไร มีการผูกขาดผู้รับเหมาหรือไม่  อธิบดี ศก. กล่าวว่า ต้องเป็นบริษัทที่มีผลงานและประสบการณ์บูรณะโบราณสถาน     กรณีบริษัทเอกชนที่รับงานบูรณะหอระฆังโบราณนี้ หากดูรายชื่อวิศวกรโครงการก็มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง แต่ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น จะเกิดจากสิ่งไม่คาดคิดอย่างไร ต้องหาสาเหตุต่อไป ขอยืนยันไม่มีผูกขาดแน่นอน ในกรุงเทพฯ มีโครงการบูรณะ 10 แห่ง ซึ่งกระจายไปตามบริษัทต่างๆ

 นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า  สำหรับการทำพิธีขอขมาครั้งนี้ ตนได้พูดกับข้าราชการกรมศิลปากรและเจ้าหน้าที่ของบริษัท เกิดเมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ในฐานะคนไทยต้องขอขมาลาโทษและขอพรสิ่งศักดิสิทธิ์  เพราะเป็นวัดเก่าแก่ย่านกรุงธนบุรี  ตนพร้อมคณะมาขอขมาลาโทษที่ได้ทำลงไปและขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้เราแก้ปัญหานี้สำเร็จลุล่วงได้ดีเพื่อรักษามรดกแผ่นดินให้คงอยู่ต่อไป

 

 

 


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'