โค้งสุดท้ายพาเหรดเปิดตัว


   

    แม้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชื่อมั่น และเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มากยิ่งขึ้น แต่ทิศทางการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเป็นไปอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การขยายตัวของจำนวนที่อยู่อาศัยคงค้างยังเป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการตั้งเป้าหมายการเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อย่างระมัดระวัง
    สำหรับกลยุทธ์ของผู้ประกอบการในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2561 น่าจะยังเป็นการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตามพื้นที่เส้นทางขนส่งมวลชน โดยความคืบหน้าของการขยายเส้นทางโครงการขนส่งมวลชน อย่างส่วนต่อขยายสถานีรถไฟฟ้า เป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ นอกจากนี้ยังจะเห็นผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์การลงทุนพัฒนาและการขายที่อยู่อาศัยแตกต่างกันตามเซ็กเมนต์
    โดยผู้ประกอบการที่มีที่ดินในทำเลศักยภาพ อย่างใจกลางเมือง และศูนย์กลางธุรกิจ สามารถเลือกลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับบนในรูปแบบ Mixed-use Project เพื่อสร้างรายได้ในรูปแบบค่าเช่าพื้นที่เพิ่มเติม แม้ตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนจะเป็นตลาดที่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยมีกำลังซื้อ แต่ขนาดตลาดยังจำกัด ประกอบกับความต้องการคอนโดมิเนียมระดับบนได้ถูกดูดซับไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่งผลให้การลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับบนในปี 2561 ควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง
    สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับกลางในปี 2561 จะเป็นการสรรหาทำเลที่เหมาะสม แม้ไม่ได้อยู่ติดกับพื้นที่เส้นทางขนส่งมวลชน แต่ก็เดินทางได้หลายวิธี หรือเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนได้ไม่ยากนัก รวมถึงมีการออกแบบฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่ครบถ้วน เพื่อตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่า โดยกลยุทธ์การขายโครงการคอนโดมิเนียม อาจเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน ที่ยังไม่มีภาระในการผ่อนชำระหนี้สิน และมองหาที่อยู่อาศัยหลังแรกเป็นของตนเอง
    ในขณะที่กลยุทธ์การขายโครงการแนวราบ อาจเจาะกลุ่มเป้าหมายที่วางแผนขยายครอบครัว รวมถึงกลุ่มวัยทำงานที่มีรายได้มากขึ้น และอยากขยับจากการอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม มาเป็นทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยว รวมถึงอาจนำเสนอจุดขายด้านพื้นที่ใช้สอยที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียม เช่น การวางแปลนที่อยู่อาศัยที่สามารถดัดแปลงหรือต่อเติมได้ เป็นต้น
    อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงการแนวราบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความต้องการในที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบมากขึ้นนั่นเอง สำหรับในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ต่างพาเหรดกันพัฒนาโครงการแนวราบกันอย่างต่อเนื่อง เช่น บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนเปิดตัวโครงการแนวราบภายใต้แบรนด์บริทาเนีย จำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการบริทาเนีย เมกะทาวน์ มูลค่า 2,000 ล้านบาท และโครงการบริทาเนีย บางนา มูลค่า 1,000 ล้านบาท

    ขณะที่ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) มีแผนพัฒนาโครงการในทำเลใหม่ๆ โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 14,316 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 7 โครงการ มูลค่า 7,386 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 6,930 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนในการพัฒนาโครงการแนวราบภายใต้แบรนด์ใหม่ในชื่อเพอร์เฟค เรสซิเดนท์ ระดับราคาประมาณ 10-15 ล้านบาท
    ล่าสุดเปิดตัวโครงใหม่ภายใต้แบรนด์เพอร์เฟค เรสซิเดนท์ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเพอร์เฟค เรสซิเดนท์ สุขุมวิท 77 บนพื้นที่ 33 ไร่ จำนวน 108 ยูนิต มูลค่า 1,050 ล้านบาท และโครงการเพอร์เฟค เรสซิเดนท์ พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา บนพื้นที่ 16 ไร่ จำนวน 39 ยูนิต มูลค่า 430 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านหรูในทำเลตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทได้มีการพัฒนาโครงการบนทำเลกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ รวม 6 โครงการ เป็นพื้นที่รวม 312 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 10,050 ล้านบาท
    อย่างไรก็ตาม ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เราจะยังคงได้เห็นผู้ประกอบการต่างๆ พาเหรดกันเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่องแน่นอน โดยจะเห็นการพัฒนาในแบบระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังคงติดตามสถานการณ์กันต่อไปว่าในปี 2561 จนถึงต้นปี 2562 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีรูปแบบการพัฒนาโครงการในทิศทางใดบ้าง. 

ศรยุทธ เทียนสี


ครับ... มันคือนิติกรรมอำพราง เอกสารแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วานนี้ (๑๑ ธันวาคม) เขียนข้อความเอาไว้สั้นๆ ว่า........

'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่