คืนพระราชอำนาจ! ‘จิ๋ว’จุดพลุ‘จตุพร’ลูกคู่ตบขู่ใช้แค่20คนบึ้มป่วนเมือง


   

  "พ่อใหญ่จิ๋ว" ควง "จตุพร" แถลงทางออกประเทศ ชี้ "ประยุทธ์" คือตัวปัญหาต้องลาออก ถวายฎีกาใช้พระราชอำนาจยกเลิก รธน.60-เลิก คสช. ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลเซตซีโร 1-2 ปีค่อยมีรัฐบาลจริง เชื่อเลือกตั้งไปชาติหน้าก็แก้ปัญหาไม่ได้ "ปู่พิชัย" หนุน พท.-ปชป.จับมือกัน ตัด "ทักษิณ" ออกไป ถึงจะสู้อีกฝ่ายที่มี ส.ว. 250 คนได้ โพล มสธ.เชียร์ “บิ๊กตู่” สังกัดพรรคการเมือง จ่อเปิดตัว 4 รมต.ผนึก พปชร. 3 อดีตปชป.พ่วงกลุ่มชลบุรี "เสนาะ" ไร้น้ำยา "เทียนทอง" บ้านแตก สองหลานชาย-สาวเข้าซบ พปชร. 

    เมื่อวันศุกร์ ที่ซอยกาญจนาภิเษก 10/4 ย่านรามอินทรา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายเผด็จ ภูรีปฏิภาณ คอลัมนิสต์อาวุโส ร่วมแถลงทางออกประเทศ โดยเป็นการพูดคุยสลับการถามตอบจากสื่อมวลชน บางช่วงเวลานายเผด็จได้ร่วมตั้งคำถามด้วย 
    โดย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ด้วยความที่มีเลือดความเป็นไทย ต้องรับผิดชอบแผ่นดินบ้านเกิดหรือตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน มีความจำเป็นอย่างที่สุด ถ้าจำคำกล่าวนายพลแมคอาเธอร์ของสหรัฐที่ไปปราบญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านพูดชัดเจน The old soilder never die หรือทหารแก่ไม่มีวันตาย หวังว่าเมื่อพูดไป คงไม่มีคนออกมาบอกว่า แก่แล้วทำไมไม่ไปเลี้ยงหลาน ปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เพราะไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่พระมหากษัตริย์มีพระราชกระแสสั่งการไว้ เป็นปัจจัยทำให้ประเทศถดถอยไปสู่ความยากจน ไม่ศิวิไลซ์ คนจนก็จนเหลือเกิน มีแต่คนรวยไม่กี่วงศ์ตระกูล ที่พูดไม่ได้ต้องการให้ทะเลาะกัน ขับไล่คนใดคนหนึ่งหรือประณามใคร แต่อยากให้คนไทยร่วมมือร่วมใจกัน แก้ไขปัญหาบ้านเมือง เหมือนสมัยพรรคคอมมิวนิสต์กำลังจะครองประเทศไทยเมื่อ 30-40 ปี
    พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า สิ่งที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้มีอยู่อย่างเดียว ปฏิบัติตามพระราชประสงค์ คือมอบสิทธิ เสรีภาพให้พี่น้องประชาชน เราก็จะมอบสิ่งอื่นตามมา คืออธิปไตย อำนาจสูงสุดในการปกครองบ้านเมือง ผ่านตุลาการ ศาล นิติบัญญัติ สภาฯ ฝ่ายบริหาร การเปลี่ยนแปลงต้องเกิด ไม่ใช่อยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีความสุข เราได้เตรียมการไว้ เรามีแผนงานเสนอให้พระองค์ท่านทรงรับทราบ เรียกโครงการนี้ว่า โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หรือรัชกาลที่ 10 เป็นโครงการตอบแทนคุณแผ่นดิน 780 ปี มีการวางแผนอย่างดี เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ 
    นายเผด็จถามว่า ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่การเลือกตั้งด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 จะนำไปสู่ในสิ่งที่ได้กล่าวไว้ได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า อาจมีคนถามจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ไป จะได้มีการเลือกตั้ง ถามว่าเลือกตั้งแล้วเกิดการจัดตั้งรัฐบาล จะนำไปสู่การทะเลาะไม่สิ้นสุด แทนที่จะปล่อยให้มีการเลือกตั้งเช่นนี้ อย่าให้มีเลย หรือถ้าพูดให้ง่าย เปลี่ยนรูปแบบจากปัจจุบันนิดหน่อย ภายใต้กรอบอำนาจอธิปไตยสูงสุด ซึ่งผู้ถืออำนาจอธิปไตยสูงสุดคือ องค์รัฏฐาธิปัตย์สูงสุด ประเทศไทยใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขแห่งรัฐ พระประมุขแห่งรัฐคือผู้ถืออำนาจสูงสุด ต้องใช้อำนาจสูงสุด 
    "จะทำอย่างไรก็ได้พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณที่จะใช้อำนาจสูงสุดแก้ไข ท่านก็แก้ไขเปลี่ยนซะ แทนที่จะให้เลือกตั้ง ก็สร้างระบอบการปกครองที่เราเรียกว่า มีพรรค หรือ national government  ก็เป็น Provisional Government หรือ รัฐบาลเฉพาะกาล กาลเวลาแห่งความยุ่งยากสับสน ต้องใช้อำนาจพิเศษ แต่เป็นอำนาจพิเศษที่อยู่ใต้กรอบพระประมุข แน่นอนที่สุด ท่านต้องทรงใช้อำนาจนี้ เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทำอย่างไรจะสร้างรัฐบาลเฉพาะกาล คิดว่าพระองค์ท่านต้องทำอันหนึ่ง ที่ผมคาดหวัง ถ้าใช้รัฐธรรมนูญปัจจุบันไปไม่รอด ยกเลิก 60 ใช้ 2540 แก้ไขบางมาตรา เพื่อทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ยกเลิก คสช. ให้กลับมาช่วยกันทำงาน สร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาทีหลัง สร้างรัฐบาลใหม่มาเพื่อดำเนินการต่อไป เป็นการแก้ไข rule of law แก้ไขหลักเกณฑ์กฎหมายให้ชัดเจน ทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินการไปได้ ถ้าใช้ระบบปัจจุบันจะแก้ไขลำบาก ถ้าใช้หลักเกณฑ์นี้ แผนนี้ ปีเดียว สองปี เห็นผล ยุติได้ ให้เป็นรัฐบาลเฉพาะกาลไป จากนั้นให้รัฐบาลจริงมาทำงาน" 
ประยุทธ์คือตัวปัญหา
    นายเผด็จถามว่า หนทางที่ไปถึงตรงนั้น จะมีความขัดแย้ง การต่อต้าน หรือทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า เมื่อประชาชนรับทราบ เรามีแผนงานพร้อมพอ พระองค์ท่านทรงประกาศ แผนงานออก ทำงานเลย ทุกอย่างพร้อมหมด ส่วนการเลื่อนเลือกตั้งก็ยกเลิก คสช.ไปแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร มีการจัดตั้ง ครม.ใหม่ นายกฯ ใหม่ ที่พระองค์ท่านทรงเลือกเองทุกอย่าง แม้แต่ สนช. พระองค์ทรงเป็นผู้ตัดสินพระทัย
    ด้านนายจตุพรกล่าวว่า ถ้าเดินตาม รธน.ปี 2560 วิกฤติจะรออยู่ วันนี้อำนาจหัวหน้า คสช.ใหญ่กว่า กกต. ที่เรียกร้องกันมา ที่เดินปัจจุบัน เดินไปไม่ได้ การขับเคลื่อนการเมืองโดยการใช้ ม.44 น่าจะนำพาปัญหาสู่อนาคต เราจะเป็นรัฐบาลผสมมากที่สุด ไม่มีพรรคใด ได้เสียงถึงครึ่ง วันนี้เมื่อกรรมการประสงค์จะเป็นผู้เล่น ประเทศเดินต่อไปไม่ได้ หาก พล.อ.ประยุทธ์สนใจการเมือง ต้องลาออกหัวหน้า คสช.และนายกฯ ให้คนกลางมาทำหน้าที่ แล้วท่านมาเป็นผู้แข่งขันกับคนอื่น ด้วยความเสมอภาค ถ้าเล่นบอลทีมตัวเองมี 14 คน อีกทีมมี 11 คน เป็นกีฬาที่ไม่น่าดู หนทางข้างหน้า ถ้าเดินอยู่ มีบทเรียนพฤษภา 2535 หรือบทเรียนอื่นอีก ที่ไม่ต้องการให้เกิดอีก
    นายเผด็จถามว่า หนทางให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาใหม่ อาจไม่เกิดได้ง่าย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ศูนย์รวมปัญหาวันนี้ อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ การจะนำประเทศไปสู่จุดหมาย เราทราบดี ข้างล่างทำอย่างเต็มกำลัง แต่ที่ทำโอกาสจะนำไปสู่ความขัดแย้งสูง ท่านเป็นลูกผู้ชาย ทหารกล้า ท่านเป็นตัวปัญหาหลัก ท่านต้องทำ 
    ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวความคิดพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์จับมือกัน โดยให้นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ใครเป็นก็ไม่สำเร็จ รวมกัน 500 พรรคก็ไม่สำเร็จ คอยดูกันนะ มีบุคคลคนหนึ่งที่มีทุกอย่าง มีพระราชอำนาจทุกอย่าง สำเร็จไหมล่ะลูก 
    เมื่อนายเผด็จถามว่า มีทางออกทางเดียวหรือ ทางอื่นไม่มีหรือ พล.อ.ชวลิตบอกว่า "ทางอื่นมีเหมือนกัน แต่มันจะยุ่งเหยิง เป็นต้นว่าผมใช้คนแค่ 20 คน อาจจะออกได้เหมือนกัน พรุ่งนี้โน่น หน้าทำเนียบฯ ลูกนึง หน้าตลาดนัดสามเสนลูกนึง หน้า อ.ต.ก. 2 ลูก หน้าเสาไฟโน่น 5 ลูก หน้าเชียงใหม่ 3 ลูก ภูเก็ต 2 ลูก ระเบิดทั้งเมือง ทั้งประเทศ นี่ไงทางออก" จากนั้นนายเผด็จพูดขึ้นมาว่า ผิดกฎหมาย พล.อ.ชวลิตกล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า ก็ผิดไง เป็นแนวทางที่ไม่ถูก เป็นแนวทางที่ผิด แต่ถามว่าทำได้ไหม ทำได้ แต่เราไม่ทำ นายเผด็จถามต่อว่า หากให้มีการเลือกตั้งแล้วค่อยปรับมาทำตามแนวทางนี้ได้หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบเน้นหลายรอบว่า "ชาติหน้าๆ เพราะการเลือกตั้งคือเจตนารมณ์ การปฏิบัติหลังเลือกตั้ง"
    "เวลานี้ที่ทำกันอยู่ เริ่มมา 2-3 วัน ถวายฎีกา พระองค์ท่านทรงทราบดี เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่มีใครรู้ดีเท่าพระองค์ท่าน ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ใครแก้ได้ เพราะอะไร อยู่ตรงไหน อย่างไร ที่เราเรียกว่า provisional คือเฉพาะกาลเวลา" พล.อ.ชวลิตกล่าวถึงวิธีการไปสู่พระราชอำนาจ 
    ถามว่าแนวทางนี้จะเกิดได้อย่างไร พล.อ.ชวลิต บอกว่า เกิดโดยพระองค์ท่านเอง พวกเราเองก็ขอร้อง ข้างล่างถวายฎีกาไป มีอยู่ 2 อย่าง พระองค์ท่านจะทรงทำหรือไม่ แน่นอน ยากกว่านี้ท่านก็ทำ 
    "รัฐบาลเฉพาะกาลนั้น ไม่เกี่ยวกับการปกครอง ตั้งมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ เหมือนเซตซีโร สิ่งที่ถูกต้องแล้วประชาชนจัดการกันเอง" พล.อ.ชวลิตกล่าว    
ปู่พิชัยหนุน พท.จับมือ ปชป.
     ทางด้านความเห็นนักการเมือง นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ว่า แนวคิดดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดี ฝ่ายการเมืองควรหันหน้าเข้าหากันเพื่อเดินหน้าประเทศไปตามแนวทางประชาธิปไตย และสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง สนับสนุนให้ทุกพรรคหันหน้ามาจับมือกันเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ส่วนใครจะเป็นนายกฯ ต้องเป็นคนที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ
    เมื่อถามว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ถือเป็นชื่อที่ยอมรับได้หรือไม่ นายอำนวยกล่าวว่า เบื้องต้นคงต้องให้พรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งเสนอชื่อนายกฯ ก่อน แต่นายชวนถือเป็นคนที่คนในแวดวงการเมืองให้การยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง 
    นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และรองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ กล่าวว่า ได้เรียกร้องมานานแล้วให้สองพรรคการเมืองขนาดใหญ่ คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ควรจับมือกันทางการเมืองหลังเลือกตั้ง เพราะเมื่อทั้งเพื่อไทยที่ประกาศสนับสนุนประชาธิปไตยและประชาธิปัตย์ที่มีจุดยืนคือเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา หากมาจับมือกันหลังการเลือกตั้งได้จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะหากสองพรรคไม่จับมือกัน โอกาสที่จะสู้อีกฝ่ายทำได้ยาก เพราะฝ่ายนั้นเขามีส.ว.ในมือ 250 คน ที่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้ โดยการจับมือกันต้องตัดเรื่องของนายทักษิณ ชินวัตร ออกไป แล้วเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์จับมือกัน ก็จะสามารถรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ได้
    “ ถ้าไม่ใช้แนวทางนี้ โอกาสจะสู้กับฝ่ายเขาทำได้ยากมาก ไม่มีทางเลย แต่จะทำได้หรือไม่ หากดูตอนนี้ ก็เห็นสองพรรคดังกล่าวยังมีแนวทางที่ไม่ตรงกันอยู่”นายพิชัยกล่าว 
    ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสื่อสารการเมืองและสังคม (STOU POLL) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2561 กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 16,992 คน เป็นชาย 8,560 คน (50.38%) หญิง 8,432 คน (49.62%) หัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไรกับเส้นทางและความเหมาะสมในทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”  พบว่า ร้อยละ 48.30 เห็นว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์ควรเข้าสังกัดพรรคการเมือง,   ร้อยละ 34.50 เห็นว่าไม่ต้องเข้าสังกัดพรรคการเมือง และ ร้อยละ 17.10 ไม่แน่ใจ
    ส่วนความเหมาะสมที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พบว่า ร้อยละ 24.50 เห็นว่าเหมาะสมมากที่สุด, ร้อยละ 9.30 เห็นว่าเหมาะสมมาก,  ร้อยละ 14.40 เห็นว่าเหมาะสมปานกลาง,  ร้อยละ 37.60 เห็นว่าเหมาะสมน้อย,  ร้อยละ 14.20 เห็นว่าเหมาะสมน้อยที่สุด    
     ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างคึกคัก สำหรับการประชุมใหญ่เพื่อจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 29 ก.ย. เพื่อคัดเลือกผู้บริหารพรรค โดยมีชื่อรัฐมนตรีที่จะมาดำรงตำแหน่งต่างๆ และจะมีการเปิดตัวในวันดังกล่าว ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม จะมาเป็นหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณชิย์ จะมาเป็นเลขาธิการพรรค, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นรองหัวหน้าพรรค ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกพรรค นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มชลบุรี นายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะมาเป็นผู้อำนวยการพรรค นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มชลบุรี จะมีนางสุกุมล คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม มาร่วมงาน โดยจะลงสมัคร ส.ส.ในนาม พปชร. 
"เทียนทอง"บ้านแตก
    นอกจากนี้ จะเปิดตัว 3 อดีต ส.ส.กทม.พรรค ปชป.ทั้งหมดที่มาร่วมงาน พปชร. คือ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ล่าสุดได้รับการแต่งตั้งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ส่วน จ.เชียงราย ได้นางรัตนา จงสุทธานามณี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียราย อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย มาดูแลพื้นที่เลือกตั้งเชียงราย โดยนางรัตนาจะส่งบุตรชาย ร.ต.ต.ธนรัช จงสุทธานามณี ลงสมัคร ส.ส.
    ขณะที่นายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทยและอดีต ส.ส.สระแก้ว หลานชายนายเสนาะ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจทางการเมืองที่จะไม่อยู่กับพรรคเพื่อไทยแล้ว โดยได้ตัดสินใจเข้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับน้องสาวคือ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว แต่ในส่วนของนายเสนาะกับนายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต ส.ส.สระแก้ว ลูกชายนายเสนาะ ก็ยังอยู่กับพรรรคเพื่อไทยต่อไป โดยในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ตนจะไม่ลงสมัคร ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขต แต่จะรับผิดชอบเป็นหัวหน้าทีมให้กับพรรคพลังประชารัฐ ในการส่งคนลงเลือกตั้งทั้งจังหวัด
    “ผมไปพลังประชารัฐล้านเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ไม่ได้อยู่พรรคเพื่อไทยแล้ว” หลานชายนายเสนาะระบุ  
    รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มเทียนทองที่เคยอยู่ด้วยกันมาอย่างเหนียวแน่นตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรรคชาติไทย โดยสองพี่น้องคือนายเสนาะกับนายวิทยา ขณะนี้ได้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นกันเองภายในตระกูล จนทำให้มีการแยกตัวออกไปจากพรรคเพื่อไทย จากปัญหาทางการเมืองภายในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องของยุทธศาสตร์การแยกกันเดิน แต่เกิดปัญหาความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะช่วงหลัง คนในครอบครัวเริ่มเห็นว่าแนวทางการเมืองของนายเสนาะไม่เหมาะสมกับการเมืองยุคปัจจุบัน และเคยนำเรื่องนี้ไปคุยกับนายเสนาะแล้ว แต่ก็ไม่เปิดรับ ทำให้คนในตระกูลเทียนทองแยกกันเดินเป็นครั้งแรกนับแต่เข้าสู่ถนนการเมือง
    มีรายงานว่า พรรค พปชร.ได้เข้าทาบทามนายฐานิสร์ หลังทราบข่าวว่าไม่ยอมไปแสดงตนเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และมีการตกลงกันเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยให้นายฐานิสร์รับผิดชอบพื้นที่สระแก้ว ปราจีนบุรี โดยนายฐานิสร์ได้แจ้งกับแกนนำพรรค พปชร.ในซีกรัฐบาลว่า จะขอเว้นวรรคการเมือง ไม่ลงเลือกตั้งและไม่ขอมีตำแหน่งภายในพรรคพปชร.
    ส่วนที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้มีผู้สนใจเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคเดินทางเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก อาทิ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา และอดีต รมช.คมนาคม,   นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และนายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคชาติไทยพัฒนา โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคให้การต้อนรับ
    ขณะเดียวกัน ได้มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกับพรรคใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคจำนวนหลายคน สำหรับนายสมควร โอบอ้อม อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรค ปชป. จะนำกลุ่มนักการเมืองปากน้ำโพมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ภท. ไม่เกินวันที่ 2 ต.ค.
หมอวรงค์เดินสายสู้มาร์ค
     นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย  กล่าวถึงความชัดเจนของตระกูลสะสมทรัพย์ จะมาร่วมงานกับพรรคว่า ให้รอดูวันประชุมใหญ่พรรควันที่  2 ตุลาคมนี้
    ส่วนกระแสวิจารณ์ว่าภูมิใจไทยรับนักการเมืองภาพสีเทาเข้าสังกัดและยังฮั้วกับพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า นายศุภชัยกล่าวว่า  คำว่า "สีเทา" หมายความว่าอย่างไรไม่อาจทราบได้ แต่ถ้าหมายถึงคนไม่ดี ยืนยันว่าภูมิใจไทยมีผู้เสนอตัวที่เป็นคนดีทุกคนความเป็นสีขาวสีดำของใครไม่ใช่สื่อคนใดคนหนึ่งหรือสื่อใดสื่อหนึ่งเป็นคนตัดสิน ความเป็นคนดี-ไม่ดีประชาชนจะเห็นได้เอง ยืนยันว่าไม่มีการฮั้วกับพรรคการเมืองใดในแต่ละเขตจะแข่งขันกันอย่างเต็มที่ 
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ท้าให้มาพูดเรื่องอนาคตว่า ส่วนตัวให้กำลังใจนายธนาธร เพราะชอบการเมืองแบบใหม่ การเมืองของคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่ดี แต่รู้สึกเสียดายและแปลกใจ เพราะคนรุ่นคงไม่เอาการเมืองในประเทศไปพูดให้เกิดความเสียหายในเวทีต่างประเทศ
    "นายธนาธรพูดอยู่ตลอดเวลาว่าหมดเวลาที่จะสร้างความขัดแย้ง เราต้องช่วยกันคิดแก้ไขปัญหาประเทศแบบคนรุ่นใหม่ แต่ไม่คิดว่าคนรุ่นใหม่อย่างนายธนาธรจะเอาประเทศซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิด ไปด่าทอ หรือทำลายประเทศกับชาวต่างชาติ ประเทศไทยคือประเทศไทย และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ก็รักประเทศไทย" นายพุทธิพงษ์กล่าว
    วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรค ปชป.และผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. พร้อมสมาชิกกลุ่ม "เพื่อนหมอวรงค์" ประกอบด้วย นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค, นายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน, นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง และนายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลฯ เดินทางจาก จ.พิษณุโลก มายัง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ นพ.วรงค์ เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงสักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยมีนายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีตส.ส.สุโขทัย พรรค ปชป. และประชาชนผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับ 
     ทั้งนี้ นพ.วรงค์กล่าวเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นสมาชิกพรรค ปชป. ให้ร่วมกันสนับสนุนตนได้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อเปลี่ยนแปลงและพัฒนาพรรค ปชป.ให้ดีขึ้น และเตรียมเดินทางไปพบสมาชิกพรรคที่ จ.สงขลา และนครศรีธรรมราช ต่อด้วยภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคกลาง ตามลำดับ แล้วมาบรรจบที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งถึงวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรค จากนั้น นพ.วรงค์และคณะเดินทางต่อไปยังวัดปากแคว เพื่อบวงสรวงสักการะศาลแม่ย่า ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสุโขทัยอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าหากไหว้สักการะขอพรใดๆ ที่ศาลแม่ย่า ก็จะสมปรารถนาในทุกเรื่อง 
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีมีการพูดคุยกันในกลุ่มไลน์พรรค ปชป. ว่าหากเลือก นพ.วรงค์ จะได้นายถาวรมาเป็นทีมงานด้วย แต่หากเลือกนายอภิสิทธิ์ จะได้นายศิริโชคและนายเทพไท มาเป็นทีมงานด้วยว่า การพูดคุยในกลุ่มไลน์ของพรรค ไม่มีใครเห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ ทุกคนเห็นตรงกันว่าควรจะแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาทะเลาะและทำลายกันเอง ตนไม่มีความจำเป็นจะไปตอบโต้คน เพราะทรัพยากรในพรรคทุกคนมีคุณค่าต้องให้เกียรติในความคิดเห็นที่แตกต่าง.     
    
 


ยุคนี้ นักวิจารณ์เยอะ ซึ่งเป็นเรื่องดี.... แต่ประเภท "ไม่อ่านเนื้อ" อ่านแค่พาดหัว ๒-๓ คำ แล้วหยิบไปวิจารณ์เป็นคุ้ง-เป็นแควนี่ซี

เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'