เอกชนหวั่นพรบ.สตาร์ทอัพล่มหลังตัดหน่วยทำงานออกเพียบ


เพิ่มเพื่อน    

 

เอกชนหวั่น ร่างพ.ร.บ.สตาร์ทอัพ ส่อวุ่นตั้งแต่เริ่ม หลังตัดหน่วยงานเกี่ยวข้องออกในการจัดทำเพียบ เหลือก.วิทฯ – คลัง ด้ายก.อุตฯ หวั่นส่งผลประสานงานอนาคต ชี้คณะกรรมการเดิมเหมาะสมอยู่แล้ว     

รายงานข่าวจากภาคเอกชน เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ถึงความเป็นห่วงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น พ.ศ.... หรือพ.ร.บ.สตาร์ทอัพ จัดทำโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เนื่องจากการประชุมความคืบหน้าล่าสุด ได้เปลี่ยนแปลงกรรมการโดยตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในพ.ร.บ.ฯออก เหลือเพียง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และปลัดกระทรวงการคลังเท่านั้น นอกนั้นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมติที่ประชุมครม.แต่งตั้งจำนวน 6 ราย หรือไม่เกิน 8 รายเท่านั้น จากเดิมที่มีกระทรวงที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่า หากการตั้งกรรมการที่เกี่ยวข้องไม่คลอบคลุม ระยะต่อไปอาจจะส่งผลต่อการประสานงานได้

ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.สตาร์อัพ ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนรายชื่อกรรมการ มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.อุตสาหกรรม ก.พาณิชย์ ก.เกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) สำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลท. ซึ่งมีความคลอบคลุมการส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพอย่างเต็มรูปแบบ เพราะการส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ แต่ละรายจะเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน เช่น การตั้งโรงงาน ต้องขอใบอนุญาตประกอบการกิจการโรงงาน(ร.ง.4) การขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เกี่ยวข้องกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรม การส่งเสริมการทำตลาด เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์  การขอสิทธิประโยชน์ต่างๆ เกี่ยวข้องกับบีโอไอ การหาผู้ร่วมลงทุนในกองทุน เกี่ยวข้องกับตลท.

“สาเหตุที่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการลดลง เนื่องจากผู้ร่างพ.ร.บ. คือ กระทรวงวิทย์ฯ มองว่า คณะกรรมการชุดเดิมที่กำหนดก่อนหน้านี้ใหญ่เกินไป ควรลดขนาดลง ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรม เห็นว่า การลดขนาดลงลักษณะดังกล่าว อาจกระทบกับกับการดำเนินงานในอนาคต จึงได้เสนอความเห็นไป”แหล่งข่าวระบุ

อย่างไรก็ตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องนำกลับไปให้แต่ละหน่วยงานไปพิจาณา ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมครม. เช่น การตรวจสอบร่างดังกล่าวขัดกับกฎหมาย หรือพ.ร.บ.ฉบับอื่นหรือไม่, เรื่องสถานการณ์ตั้งศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้น ที่กำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ในรูปแบบนิติบุคคล แต่อยู่ภายใต้เอ็นไอเอ ที่มีรูปแบบองค์การมหาชน จะเป็นอย่างไร ระหว่างบทบาทเดิม และบทบาทการพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ทอัพ เพราะความเป็นนิติบุคคลของศูนย์ จะมีความยุ่งยาก จึงต้องไปหารือการจัดตั้งร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)ต่อไป , การลงทุนร่วม การระดมทุน การถือหุ้นของกองทุน ที่ยังติดขัดปัญหาการใช้เงินงบประมาณของภาครัฐแล้วห้ามขาดทุน ซึ่งในความเป็นจริงของการลงทุนสตาร์ทอัพ มีความเสี่ยงจะขาดทุน       


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"