อยู่ให้เป็น..เมื่อเกษียณ


เพิ่มเพื่อน    

    ไม่ต้องรีบเร่งตื่นเช้า เพื่อแข่งขันกับเวลาช่วงรัชอาวน์หรือเวลาเร่งด่วนอีกต่อไป สำหรับคนที่เริ่มนับสองวันเกษียณอย่างเต็มตัวในวันนี้
    อาจจะรู้สึกโล่งอกโล่งใจ สดชื่น หรือไม่ก็โหวงเหวง ขึ้นอยู่กับกำลังใจและการเตรียมตัวเองเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ...จริงไหมคะ??
    จำได้ว่า มีข้าราชการระดับอธิบดีกรมท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า สัปดาห์แรกของการเกษียณ ท่านหยิบทุกอย่างที่อยู่ในบ้านออกมาซ่อม จนแม่บ้านต้องร้องห้าม เพราะบางชิ้นแกะออกมาแล้วประกอบเข้าไปให้เหมือนเดิมไม่ได้ บางชิ้นที่แค่จะเสีย..ก็กลายเป็นพิกลพิการทุพพลภาพไปเลย
    แปลว่า ...ว่างจนไม่อยากอยู่เฉย กลัวว่าสมองตัวเองจะฝ่อ
    ใครไม่ได้อยู่ตรงจุดของคนเกษียณ ที่ตลอดครึ่งค่อนของชีวิตมีตารางคือการทำงาน ก็คงไม่รู้สึก และอาจจะคิดแบบโลกสวยว่า เที่ยวสิ ออกไปพบปะเพื่อนฝูงสิ เลี้ยงหลานสิ เลี้ยงหมาก็ได้ และ ฯลฯ
    หากมนุษย์เป็นเหมือนหุ่นยนต์ก็คงไม่มีปัญหานะคะ เพราะแค่เปลี่ยนชุดคำสั่งใหม่ จากหน้าที่อธิบดีเป็นพ่อบ้าน มันก็สามารถทำงานได้ตามปกติ 
    แต่มนุษย์มีสมอง มีความรู้สึกค่ะ และมนุษย์ต้องอยู่ในสังคม 
    คนที่จะได้รับผลกระทบจากวัยเกษียณโดยตรง นอกจากความคิดความรู้สึกของตัวผู้เกษียณแล้ว คงไม่พ้นคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่บ้านนี่แหละ  
    ก็ลองคิดดูสิคะ เคยอยู่บ้านเงียบๆ ทำงานบ้านของตัวเอง แล้วรอเวลาที่สามีกลับบ้านมารับประทานอาหาร วันที่เกษียณ แม่บ้านจะเดินไปตรงไหน สามีบางคนอาจจะกุลีกุจออยากจะช่วยทำนั่นทำนี่ ก็ต้องปรับตัวนั่งสอนกันว่า ล้างจานทำอย่างไร หั่นผักต้องทำแบบไหน ส่วนสามีที่ไม่คิดทำอะไร ก็อาจจะนอนแช่อยู่บนโซฟาจนแม่บ้านรำคาญ เพราะจะทำความสะอาดบ้านก็เกรงว่าจะรบกวนคุณพ่อบ้านที่กำลังอยู่ระหว่างปรับตัวหลังเกษียณ
    เคยมีข่าวว่า คู่แต่งงานที่สามีเกษียณจากการงาน มีปัญหาปากเสียงกันบ่อยจนถึงขั้นต้องไปพบหมอจิตเวชกันเลยทีเดียว 
    นี่แหละคือชีวิตจริง ที่มนุษย์ลุงมนุษย์ป้าทั้งหลายต้องเลือกอยู่ให้เป็น ว่าจะใช้ชีวิตหลังอายุ 60 อย่างไร จะเข้าคอร์สออกกำลังกาย เล่นโยคะ ซื้อตั๋วออกท่องโลก ไปเป็นจิตอาสา มัคนายกตามวัด ดูแลเลี้ยงหลาน หางานอดิเรกทำ หรือลงมือซ่อมแซมบ้าน 
    เลือกแบบไหน ก็เอาที่สบายใจนะคะ ข้อสำคัญต้องระลึกไว้เสมอว่า อายุพอสมควรแก่การละวางบ้างแล้วค่ะ.
                                        "ป้าเอง" 
                        
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.