เครือข่ายยาสูบ ผิดหวังประยุทธ์ รีดภาษีซ้ำเติม!


เพิ่มเพื่อน    

    คลังแจง สธ.จำเป็นรีดเงินบุหรี่เพิ่มซองละ 2 บาทโปะบัตรทอง ชี้ทำได้ไม่ขัดวินัยการเงินการคลัง เครือข่ายยาสูบเหนือ-อีสานบุกทำเนียบฯ ผิดหวังบิ๊กตู่ซ้ำเติมเกษตรกรหลังเพิ่งขึ้นภาษี ผู้ค้าบุหรี่นอกจ่อพบอธิบดีสรรพสามิตหาทางออก
    เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยให้มีการเก็บเงินจากการขายบุหรี่อีก 2 บาทเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่า เป็นกฎหมายที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ ส่วนของกระทรวงการคลังจะพิจารณาดูว่าการออกกฎหมายดังกล่าวขัดต่อ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังหรือไม่ หากไม่ขัดคงสามารถทำได้
    ทั้งนี้ พ.ร.บ.วินัยการเงินคลังมีเรื่องต้องพิจารณาคือ มาตรา 25 และ 26 ถ้าเป็นเรื่องการเก็บภาษี  สธ.จะต้องเสนอมาให้กระทรวงการคลังพิจารณา แต่ถ้าไม่ใช่เป็นการเก็บภาษี สธ.ไม่จำเป็นต้องส่งกฎหมายมาหารือ ในส่วนที่เก็บจากบุหรี่อย่างเดียวโดยไม่เก็บจากสินค้าบาปอย่างอื่น ยังไม่เห็นรายละเอียดว่า สธ.มีวัตถุประสงค์ใดจึงเก็บเฉพาะบุหรี่
    "หากมีการเก็บเงินเพิ่มอีก 2 บาทจริง ยอมรับว่าจะกระทบกับอุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งระบบ ไม่ได้กระทบกับการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) แห่งเดียวเท่านั้น แต่จะกระทบกับผู้ประกอบการบุหรี่นำเข้าด้วย และคาดว่า สธ.มีความจำเป็น เพราะเงินจากกองทุนส่งเสริมประกันสุขภาพหรือบัตรทองมีเงินไม่พอใช้ ก็มีความจำเป็นต้องหาแหล่งเงินที่มีความมั่นคง และการเก็บเงินจากบุหรี่ก็เป็นเรื่องของสุขภาพ ก็น่าจะทำได้" นายอภิศักดิ์ระบุ
    สำหรับการขยายเวลาปรับอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ต.ค.62 จะเก็บในอัตรา 40% ของราคาขายเท่ากันหมด จากปัจจุบันที่เก็บ 20% ของราคาขายสำหรับบุหรี่ที่ราคาไม่เกิน 60  บาทนั้น มองว่าเรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพิจารณา ไม่เคยบอกกับ ยสท.ว่าจะเลื่อนขยายเวลาออกไป 2 ปี  หรือไปเริ่มใช้ 1 ต.ค.64 ซึ่งการขยายเวลาภาษีสรรพสามิตบุหรี่เป็นคนละเรื่องกับที่ ยสท.รับซื้อใบยาจากชาวไร่ เพราะเป็นหน้าที่ของ ยสท.จะต้องช่วยชาวไร่ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ผูกขาด ได้สิทธิพิเศษ 
    ด้านนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการขอความเห็นมายังกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ในหลักการการเก็บเงินจากสินค้าบาปเพื่อไปใช้ประโยชน์ในด้านสาธารณสุขถือเป็นเรื่องที่ดี ไม่มีข้อโต้แย้ง ซึ่งกรมสรรพสามิตพร้อมที่จะดำเนินการตาม และยินดีเก็บเงินให้กองทุนฯ ทั้งนี้ไม่เข้าใจตัวเลขการจัดเก็บเงินเพิ่มจากบุหรี่ของ สธ. 2 บาทต่อซองว่าคิดบนสมมติฐานอะไร ทำไมไม่จัดเก็บมากกว่านั้น เพราะราคาก็เกินฐานภาษีขั้นต่ำ 20% ไปแล้ว และไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจัดเก็บเงินเพิ่มจากบุหรี่เพียงอย่างเดียว ไม่รวมสินค้าบาปอื่นด้วย เช่น สุรา, เบียร์
    ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ จ.เชียงใหม่ และตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบฯ โดยชี้แจงว่าการเก็บเงินสมทบเป็นการซ้ำเติมปัญหาของชาวไร่ยาสูบเพิ่มขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีบุหรี่มาแล้ว 
       "การขึ้นภาษีสรรพสามิตล่าสุดเมื่อปีที่แล้วส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้ชาวไร่โดนตัดโควตาไปแล้วถึง 50% จากเมื่อปีที่แล้วที่ ยสท.เคยรับซื้อใบยา 3 สายพันธุ์รวมทั้งสิ้น 24.7 ล้านกิโลกรัม (กก.) แต่ปีนี้ ยสท.กลับรับซื้อเพียง 12.9 ล้าน กก.เท่านั้น หากเก็บภาษีบัตรทองอีกราคาบุหรี่ก็จะพุ่งไปเกือบ 100 บาท อาจทำให้ ยสท.ไม่สามารถซื้อใบยาเพิ่มได้อีกเลย ชาวไร่ยาสูบ 5 หมื่นรายทั่วประเทศกำลังได้รับความเดือดร้อนมาก และยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้รู้สึกผิดหวังกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อย่างมาก" นายกฤษณ์ระบุ
    นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวเสริมว่า อาชีพทำไร่ยาสูบช่วยให้สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ไม่เคยต้องเป็นภาระของรัฐบาล ไม่เหมือนกับพืชอื่นๆ แต่รัฐบาลนี้กลับจ้องทำลายอาชีพยาสูบ การเก็บภาษีนี้สวนทางกับนโยบาย คสช.ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมอย่างสิ้นเชิง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปชาวไร่ยาสูบคงต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ดังนั้นจึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ร่างกฎหมายอยุติธรรมนี้ด้วยตัวเอง
    ทั้งนี้ เว็บไซต์ www.lawamendment.go.th เปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว  ปรากฏว่าไม่ได้มีการปรับแก้มาตราใดๆ ตามที่ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น กรมสรรพสามิต, ชาวไร่ยาสูบ,  เครือข่ายประชาชน และองค์กรด้านสุขภาพหลายหน่วยงานเสนอความคิดเห็นคัดค้านไว้ ทั้งความไม่เป็นธรรมจากการเก็บเงินสมทบจากสินค้าบุหรี่เพียงอย่างเดียว หรือความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบที่ต้องโดนงดรับซื้อใบยา เป็นต้น 
    รายงานข่าวจากผู้ค้าบุหรี่ต่างประเทศระบุว่า เตรียมเข้าหารือกับอธิบดีกรมสรรพสามิตคนใหม่ ถึงทางออกในการเรียกเก็บเงินเพิ่ม 2 บาท โดยจะเสนอให้ทบทวนขยายเวลาการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่เป็น 40% ทั้งหมดออกไปอีก 2 ปี รวมทั้งขยับเกณฑ์ราคาขายขั้นต่ำที่ปัจจุบัน 60 บาท เสียภาษี 20% เพิ่มเป็น 70-75 บาท เพื่อให้ผู้ประกอบการพอมีกำไรจากการขาย ไม่กระทบเกษตรกรผู้ปลูกใบยา และไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาบุหรี่จากเดิม 60 บาท เพิ่มไปถึง 90 บาท.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"