เสียงระฆังกับสังคมรุ่นใหม่


   

        คนเดือดร้อนเสียงพระตีระฆัง มี ๒ จำพวก

        ๑.ผีห่าซาตาน

        พวกนี้ เป็นวิญญาณ "สัตว์นรก" ชั่วร้าย มืดบอดในผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี สิ่งเดียวที่ชื่นชอบและเสาะแสวงคือ สิ่งปฏิกูลและมูตรคูถ

        ฉะนั้น จึงไม่แปลก........

        ที่สัตว์นรกเมื่อได้ยินเสียงกลอง เสียงระฆังจากวัด จะมีปฏิกิริยาตอบสนองเชิงเจ็บปวด ดุร้าย อาละวาด ต่อต้าน ขัดขืน

        เพราะเสียงระฆังวัด เป็นพลังศานติทางจิตวิญญาณถึงขั้น super subconscious คือ "จิตใต้สำนึก"

        คนพุทธได้ยิน ส่วนมากจะยกมือพนม เปล่งวาจา สาธุ

        เพราะรู้ว่า นั่นคือสัญญาณ "พระสงฆ์ลงอุโบสถ" เพื่อเจริญพุทธมนต์คุ้มครองผองมนุษย์

        คนทุกศาสนา-ทุกลัทธิ-ทุกนิกาย นอกเหนือจากพุทธ ด้วยธาตุรู้ในความเป็น "คนมีศาสนา" ประจำจิต

        ด้วย super subconscious ในแต่ละคน วิญญาณฝ่ายดี จะแปลงค่าเสียงระฆังบอกตัวเองว่า

        นั่นเป็นเสียง "พลังเย็น"

        ไม่ต่างเสียงระฆังบิ๊กเบน ไม่ต่างเสียงออร์แกนตามโบสถ์คริสต์

        และไม่ต่างเสียงอาซานตามมัสยิด ที่ตั้งลำโพงขยายเสียงดังไปหลายกิโลเมตร

        ขึ้นชื่อว่าเสียงสวด........

        ไม่ว่าศาสนาไหน เป็นไปในทางให้คุณทางจิตวิญญาณมนุษยชาติทั้งสิ้น

        ก็มาถึงจำพวกที่ ๒ ที่ระคายหู-เคืองใจ ในเสียงระฆัง เย็นกลับเป็นเข็มแทงจิต จนต้องแสดงสัญชาตญาณต้านทุกครั้งที่ได้ยิน

        นั่นคือ "หมา"!

        หมาทนเสียงระฆังไม่ได้ จะหอนสลับเห่าทุกครั้งที่ได้ยินเสียงระฆัง

        ผมตีกรอบอย่างนี้ เพื่อพิเคราะห์เรื่องร้อนโซเชียลแตกตอนนี้

        คือเรื่อง "คอนโดมิเนียมสตาร์วิว" ย่านถนนพระราม ๓ เขตบางคอแหลม ที่สร้างใกล้วัดไทร อันมีอยู่ก่อนแล้วเป็นร้อยปี

        หญิงพิลึกนางหนึ่ง ที่อยู่คอนโดฯ นี้.......

        เกิดเคืองหูต่อเสียงระฆังตอนตี ๔ และตอน ๖ โมงเย็น ที่พระตี เรียกพระในวัดลงอุโบสถทำวัตรเช้า-วัตรเย็น ช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน จนทนไม่ได้

        โทรไปราวีพระถึงวัด บอกให้เลิกตีระฆัง

        แล้วร้องเรียนผ่านศูนย์ กทม. ๑๕๕๕ ว่าเดือดร้อน ที่วัดตีระฆังส่งเสียงดังรบกวน!

        ปรากฏว่า "น.ส.วันทนีย์ สว่างตระกูล" ผู้ช่วย ผอ.เขตบางคอแหลม รักษาราชการแทน ผอ.เขต

        ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ทำหนังสือไปถึงเจ้าอาวาสวัดไทร บอก คนร้องเรียน.....

        "พระตีระฆัง" สร้างความเดือดร้อนให้ "คนคอนโดฯ"

        "จึงขอความร่วมมือทางวัดไทร พิจารณาปรับลดระดับเสียง และช่วงระยะเวลาในการตีระฆังให้เหมาะสม

       เพื่อป้องกันการสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง"

       คนด่ากันตรึม ชนิดว่า รู้ถึงไหน ด่าลากไส้กันไปถึงนั่น!

        แต่ถ้าถามว่า ในกรณีนี้ ควรด่าใคร และใคร "สมควรถูกด่า" มากที่สุด?

        วัด, คอนโดฯ, ฝ่ายอนุญาตให้สร้างคอนโดฯ ประชิดวัด, หญิงผู้ทนไม่ได้กับเสียงระฆัง

        และ กทม.โดยเฉพาะ "น.ส.วันทนีย์ สว่างตระกูล" ผู้ช่วย ผอ.เขตบางคอแหลม ที่ทำหนังสือให้พระปรับระดับเสียง?

        ครับ ก็ลองพิจารณากันดู.........

        เพื่อจะได้ด่ากันชนิด "ถูกเนื้อ-ถูกตัว" ดีกว่า "ด่าครอบจักรวาล" แล้วก็ไม่รู้ปัญหาอยู่ตรงไหน และผิดนี้ อยู่ที่ใคร?

        แม้ผู้ว่าฯ กทม. "พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง" และ ผอ.เขตที่เพิ่งมารับตำแหน่ง "นายอนันต์ กายพรรณ" จะไปกราบขอโทษพระ

        ก็แค่ "ขี้เถ้ากลบขี้แมว" ยังไม่ตอบโจทย์ได้หมดจด

        ฉะนั้น เพื่อความหมดจด เรามาใคร่ครวญไปแต่ละขั้นตามเรื่องที่ปรากฏก่อนดีกว่า

        ประเด็นแรก รู้หรือยัง หญิงผู้ทนไม่ได้กับเสียงระฆังนั้น คือใคร-คนไหน?

        ประเด็นที่สอง ระเบียบปฏิบัติ กทม.มีว่าอย่างไร ทำไม แค่คนร้องเรียนผ่านศูนย์ ทางเขตก็เชื่อความทันที?

        ประเด็นที่สาม ทางเขตสืบสาวไปถึงตัวผู้ร้องก่อนหรือยัง ว่าเป็นใคร มีตัวตนจริงไหม ได้สอบปากคำชัดเจนแล้ว หรือไม่เลย?

        ประเด็นที่สี่ เขตสอบเรื่องกับทางวัด, ทางคอนโดฯ ให้ได้ความจริงสอดคล้อง ก่อน "สั่งการไปเลยครับ" หรือเปล่า?

        ประเด็นที่ห้า ผู้ช่วย ผอ.เขต ผู้ทำหนังสือถึงวัดให้เบาเสียงระฆังนั้น เป็นประเด็นคำถามว่า.........

        "ผู้บริหาร กทม." มีมาตรฐานในการคัดคนสู่ระดับบริหารเขต ได้คนขนาดนี้น่ะหรือ?

        ประเด็นที่หก จากหนังสือเขตที่แจ้งให้พระลดเสียง ปรับเวลาตีระฆังนั้น

        บ่งบอกคุณสมบัติของคนกับตำแหน่ง ไม่สอดคล้องกัน

        จากข้อความในหนังสือสั่งการของผู้ช่วย ผอ.เขต จะเห็นระดับวิสัยทัศน์บริหารชัด

       "........จึงขอความร่วมมือทางวัดไทร พิจารณาปรับลดระดับเสียง และช่วงระยะเวลาในการตีระฆังให้เหมาะสม"

       "อะไร-ตรงไหน-แค่ไหน-แบบไหน" คือ "ความเหมาะสม" ตามนัยหนังสือราชการ กทม.?

        ตัวเองก็ไม่รู้ สักแต่ว่ามีอำนาจ ก็ใช้คำครอบจักรวาล "สั่งการเวิ้งว้าง" ไปงั้น

        "ปรับลดระดับเสียง" ในการตีระฆัง กับ "ปรับลดช่วงระยะเวลา" ตีระฆังตามวัด

        ไหน...ปรับยังไง มันพูดได้ แต่ทำจริงๆ ผู้ช่วย ผอ.เขต ทำให้ดูเป็นแนวทางหน่อยซิ?

        เสียงกลอง-เสียงระฆัง ตามวัด มันดังธรรมชาติ ไม่ได้ใช้เครื่องขยายเสียง เร่งความดัง เหมือนบางศาสนา-ลัทธิใช้

        แบบนั้น เบาได้.....

        แต่กับเสียงพระตีระฆังดังธรรมชาติ เขตจะให้ปรับลดระดับเสียงนั้น

        ก็บอกให้พระใช้ไม้สำลีปั่นหู ตีแทนมะเหงกไม้ไปเลย จะได้สิ้นเรื่อง!

        ระดับบริหาร ควรรู้-ควรเข้าใจ วัฒนธรรมประเพณีและลักษณะสังคม

        ตั้งแต่สมัยพุทธกาล ถึงยุคสุโขทัย ยันอยุธยา มาถึงรัตนโกสินทร์

        ยาม ๑ และยาม ๔ เป็นเวลาประชุมสงฆ์ทำวัตรเช้า-วัตรเย็น

        พระท่านไม่ได้สังสรรค์เฮฮาอยู่ที่เดียวกันจะได้ตะโกนเรียกให้ลงโบสถ์ ก็ต้องตีระฆังเป็นสัญญาณ

        อีกอย่าง ตั้งแต่โบราณกาล ชาวบ้านก็อาศัยเสียงระฆังตอนตี ๔ และ ๖ โมงเย็นนี่แหละแทน "นาฬิกาชีวิต" สังคม

         เขตจะให้พระ "ปรับลดช่วงระยะเวลาตีระฆัง" จะให้เลื่อนไปตีเวลาไหน ผู้ว่าฯ อัศวิน ช่วยกระซิบบอกลูกน้องท่านทีซิ?

        ให้พระไปด้อมๆ ที่คอนโดฯ ดูว่าหญิงนางนั้น "อยู่-ไม่อยู่" ตอนไหน แล้วค่อยตีระฆังตามเวลานั้น

        แบบนี้ใช่มั้ย คือ "ความเหมาะสม" ตามภาษาที่เขตใช้สั่งการ?

        นี่ผมยังกริ่งเกรงใจ ว่าแนวทางแก้ปัญหาของ ผอ.เขตคนใหม่ มันช่างสะแมนแตนซะเหลือเกิน

        "ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับนิติบุคคลของคอนโดฯ อาจต้องวางแนวทางแก้ไขป้องกันเสียงในรูปแบบอื่น

       อาจปิดหน้าต่างหรือติดตั้งสิ่งป้องกันเสียงแทน ซึ่งเป็นหน้าที่นิติบุคคลต้องเป็นผู้ดำเนินการ"

       คอนโดฯ เขาติดแอร์ต้องปิดหน้าต่างกันทุกห้องอยู่แล้ว ท่าน ผอ.

        และคำว่า "ติดตั้งสิ่งป้องกันเสียง" ฟังดูง่ายเนอะ แต่ทำไงล่ะท่าน กับคอนโดฯ สูงหลายสิบชั้น และมีเป็นพันห้อง?

        ผมว่า เอางี้ก่อนดีกว่า.......

        ท่าน ผอ.เขต เชิญนิติบุคคลของคอนโดฯ มาคุยกันซิว่า ไหน..คนไหน..ชื่ออะไร..อยู่ห้องไหน ที่ร้องเรียน?

        และให้นิติฯ ประชุมลูกบ้าน ออกเสียงซิ ใครเดือดร้อน-ไม่เดือดร้อน กับเสียงพระตีระฆัง มาก-น้อย ขนาดไหน?

        แล้วเชิญตัวหญิงผู้ทนไม่ได้กับเสียงระฆังนั้น มาให้เห็นหน้า-เห็นตัวหน่อย

        ซักไซ้ให้ครบถ้วนทุกประเด็นความ ถึงสาเหตุจริงๆ มันคืออะไรแน่?

        และท่านผู้ว่าฯ อัศวิน ควรให้สอบ "น.ส.วันทนีย์" ผู้ช่วย ผอ.เขตว่า ก่อนทำหนังสือไปถึงวัด........

        แจ้งเรื่องและสอบถามกับพระก่อนหรือไม่?

        เรียกนิติฯ มาสอบถามเรื่องเสียงระฆังแล้วหรือไม่?

        ประสานนิติฯ นำตัวโจทก์มาสอบถาม ได้ความครบแล้ว จึงทำหนังสือถึงวัด อย่างนั้นใช่หรือไม่?

        หรือแค่คำร้องเลื่อนลอยถึงศูนย์ ก็ไม่สอบสวนทวนความ ทำหนังสือสั่งการไปเลยอย่างนั้น?

        ผมว่า กทม.ต้องทำตรงนี้ให้กระจ่างก่อน ไม่ใช่แค่ไปขอโทษพระ บอกให้พระตีระฆังได้ ก็จบ

        "พระอธิการปรีชา ปุณณสีโล" เจ้าอาวาสวัดไทร ฟังที่พระคุณเจ้าพูด

        ท่านสมเป็นเนื้อนาบุญจริงๆ มีแต่เมตตาและเอื้อเฟื้อสรรพสัตว์

        เขตบอกให้ลดระดับเสียง ท่านก็สั่งพระลูกวัด ลดขนาดไม้ตีระฆังให้เล็กลง!

        เอาละ ตอนนี้อยากจะรอ คือรอว่า....

       เมื่อไหร่จะได้เห็นหน้า "นางคอนโดฯ" ผู้เกลียดเสียงระฆัง?.


พรุ่งนี้ (๑๙ ตุลา ๖๑)ใครเบื่อ "นั่งกิน" ข้าวเที่ยงจำเจ ก็แวะมา "ยืนกิน" ที่ไทยโพสต์นี่นะ จะเป็นมงคลมาช่วยเลือกชิมกันหน่อย เพราะปีนี้ "พระโคเสี่ยงทาย" กินน้ำ-หญ้า-สุรา ขึ้นรอบปีที่ ๒๓ ไทยโพสต์ ข้าวปลาอาหาร จึงกระเดียดไปทาง มากันมากเป็นพิเศษ

ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้
"พ่อ-แม่" รังแก "โอ๊ค"?
'บวกทั้งประเทศ' ที่จะเป็นจริง