'คีรี'แย้มไฮสปีดเขื่อมสามสนามบินไม่หมู แต่บีทีเอส ก็สนใจ แต่รอเคลียร์2 ประเด็น


   


"คีรี" เผยไฮสปีดอีอีซีไม่หมู ติดใจคำถาม 2 ข้อ ยันพร้อมอุ้มแอร์พอร์ตลิงก์ซื้อรถใหม่หากชนะประมูล ด้านบีทีเอสพร้อมชิงเค้กแทรมภูมิภาคแสนล้าน ตั้งเป้ารายได้โต25% ติดต่อกัน 5 ปี
 
6 ต.ค.61-นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่าสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี วงเงิน 2.15 แสนล้านบาทนั้นถือว่าเป็นโครงการที่ไม่หมูเมื่อดูจากตัวเลขในเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) ซึ่งตนมีคำถามหลักอยู่สองเรื่อง ได้แก่ 1.แนวทางการต่อรองเงื่อนไขในทีโออาร์หากไม่สามารถทำตามได้ทั้งหมด 2.การชำระเงินค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณมักกะสันและศรีราชานั้นสามารถจ่ายเป็นเงินก้อนเดียวได้หรือไม่จากเดิมที่กำหนดให้ทยอยจ่ายตามระยะเวลาอายุสัมปทาน 50 ปีเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อแผนลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ซึ่งบริเวณมักกะสันมีความเหมาะสมจะพัฒนาเป็นคอนโดที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use) 

อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าประสบการณ์ด้านงานเดินรถไฟฟ้าจะทำให้มีความได้เปรียบในการประมูลและยื่นข้อเสนอเชิงเทคนิค ส่วนด้านการบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์นั้นยืนยันว่าหากบีทีเอสมีความพร้อมเข้าบริหารได้ทันทีหากเป็นผู้ชนะโครงการ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาผู้โดยสารทั้งการเพิ่มคุณภาพบริการและจัดซื้อรถเพิ่ม
 
นายคีรีกล่าวต่อว่าส่วนเรื่องความสนใจลงทุนในโครงการรถไฟไฮสปีดสายใหม่อย่างกรุงเทพ-หัวหินนั้นขณะนี้ต้องดูไปทีละตัวเพราะแต่ละโครงการใช้เม็ดเงินลงทุนมาก เฉพาะแค่การเตรียมตัวประมูลนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายถึง 135 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม)ภูมิภาค วงเงินลงทุนนับแสนล้านบาทในหัวเมืองหลักอาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่นนั้นยืนยันว่าสนใจเข้าไปศึกษาความเหมาะสมและแนวทางการลงทุนในทุกโครงการเพราะเป็นหน้าที่ของนักพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องจับตามองโอกาสทางธุรกิจ โครงการที่คิดว่าทำยากที่สุดคือแทรมเชียงใหม่เนื่องจากบางเส้นทางยังมีความหนาแน่นของประชากรอยู่น้อยมาก
 
นายคีรีกล่าวต่อว่าสำหรับเป้าหมายของบีทีเอสนั้นตั้งไว้ว่ารายได้และกำไรต้องเติบโตเฉลี่ย 25% ตลอด 5 ปีนับจากนี้ หลังจากที่ปริมาณผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันรายได้จากรถฟ้ามีสัดส่วนราว 65% ของทั้งหมด แต่ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มรายได้ในบริษัทลูกอย่าง บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ให้มีสัดส่วนรายได้เป็น 50% ของทั้งหมด ปัจจุบันดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสื่อโฆษณา ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์(E-Payment)และบิ๊กดาต้า


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'