'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน


   

    เป็นคนไทยต้องทราบนะครับ!
    นับจาก ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ ไปจนถึง ๑๓ ตุลาคม ๒๕๘๐ รวม ๒๐ ปี
    ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล....... 
    การจัดทำนโยบายและงบประมาณแผ่นดินบริหารประเทศ 
    "จะคิด-จะทำ" อย่างไรก็ได้ 
    แต่ที่คิดและทำนั้น ต้องอยู่ในกรอบ ๖ ด้าน 
    นำประเทศสู่ความ "มั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน" ตามแผน "ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี"
    ปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นแกน
    มี "พระราชโองการ" โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ "ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี" ฉบับที่ว่านี้แล้ว 
    เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อ ๑๓ ตุลา ๖๑
    นี่ก็เป็นเหตุหนึ่ง..........
    ที่บางพรรคการเมือง ประกาศจะฉีกรัฐธรรมนูญกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ 
    การที่รัฐธรรมนูญระบุเช่นนี้ พวกเขามองว่า เป็นการปิดทาง "ฉ้อฉลเชิงนโยบาย" ที่พวกเขาถนัดโดยตรง 
    เพราะจะชงเอง-กินเอง ผ่านนโยบาย ไปสู่ "แบ่งกันกิน" เหมือนแต่ก่อน 
    ยากแล้ว!
    ฝ่าฝืน มีสิทธิ์ "ติดคุก" ทั้งรัฐบาล ทั้งหน่วยราชการ!    
    จะว่า "จำเป็น" ก็จำเป็น.......
    ที่คนไทยควรมีความรู้-ความเข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์ชาติกันไว้ 
    ไม่อย่างนั้น จะถูกพรรค "นักเลือกตั้ง" ประเภทกังฉินอาศัย "ความไม่รู้" ในหมู่ประชาชน ตะแบงเท็จให้หลงเชื่อ 
    คุณ Pat Hemasuk โพสต์เป็นวัคซีน ป้องกัน "ไวรัสปอบ" กินตับประเทศไว้ 
    ตรงประเด็น ที่เป็นปัญหาจากพวกหน่วงชาติ ผมไม่มีปัญญาสรุปได้ขนาดนี้ จึงขออนุญาตกระจายต่อ
    Pat Hemasuk 
    วันนี้ ผมคิดว่าจะไม่เขียนเรื่องอื่นแล้ว แต่ก็อดเขียนไม่ได้ 
    เพราะวันนี้............
    พวกที่พยายามจะโยงเรื่อง "ราชกิจจานุเบกษา" ได้ประกาศใช้ "ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580" ไปยังเรื่องอื่นๆ 
    แม้กระทั่ง เรื่องที่จะมีการร่างกฎหมายสัตว์เลี้ยง ก็ยังโยงได้ แบบน่าแปลกใจ
    ผมอ่านแล้ว รู้เลยว่า คนที่วิจารณ์นั้น "ไม่ได้อ่าน" ยุทธศาสตร์ชาติฉบับนี้เลย แม้แต่น้อย 
    คือไม่อยากอ่าน "เกินแปดบรรทัด" แต่อยากออกความเห็น 
    แล้วความเห็นนั้น ก็ใช้วาทกรรมสวยหรู ประเภทคำพูดที่ท่องจำเอาไว้ ที่พูดแล้วดูคล้ายกับเป็นปัญญาชน
    เช่น กระบวนทัศน์ มายาคติ วิพากษ์ วาทกรรมย้อนแย้ง ฯลฯ อะไรที่ใช้คำพูดทำนองนี้
    ซึ่งความเห็นพวกนี้ "เข้าป่าเข้าทุ่ง" ไปเลย เพราะไม่ได้อ่านสิ่งที่ตัวเองให้ความเห็น 
    มีบางคนบอกว่า "แผนสภาพัฒน์" ก็มีอยู่แล้ว ไปเขียนทำไมให้ซ้ำซ้อน 
    ซึ่งคนที่พูดเรื่องนี้ เหมือนปล่อยโง่ออกมาแบบไม่ยั้งเลยก็ว่าได้ 
    เพราะแผนระยะ สั้น กลาง ยาว ของสภาพัฒน์ นั้น เน้นไปทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ชื่อตัวเต็มก็บอกอยู่แล้วว่า "แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ"
    ซึ่งไม่ครอบคลุมทั้งหมด เหมือน "ยุทธศาสตร์ชาติ" ฉบับนี้เลย
    แผนฉบับนี้ มีการแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น 6 ด้าน คือ
    1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
    2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
    3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
    4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม 
    5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
    จะเห็นว่า แผนนั้น คลุมไปหมดทุกด้าน ซึ่งรัฐบาลในอนาคต ต้องเดินตามแผนนี้ 
    จะมามั่วเอาแผนระยะสั้น "ตามใจชอบ" แบบเดิมอีกไม่ได้แล้ว 
    ส่วนรัฐบาลไหนจะทำอย่างไร เป็นเรื่องของรัฐบาลนั้นๆ ซึ่งแผนนี้ ไม่ได้บังคับแบบขยับตัวไม่ได้  เป็นเพียงเส้นทางที่ต้องทำและควรจะทำเท่านั้น 
    เพราะมันคือ สิ่งที่ "เทียบเท่ากฎหมาย" ที่ประกาศออกมาใช้บังคับให้หน่วยงานรัฐทุกภาคส่วน "ต้องทำตาม" รัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 65     
    "รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน" ตามหลักธรรมาภิบาล 
    เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทําแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน 
    เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว
    คราวนี้ รู้แล้วใช่ไหมว่า......
    "ยุทธศาสตร์ชาติ" นั้น กำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ และมีมาตราแยกเป็นของตัวเอง 
    ไม่ใช่อะไรที่หลักลอย "จะทำหรือไม่ทำ" ก็ได้ อีกต่อไปในอนาคต
    ทำไม ต้องมียุทธศาสตร์ชาติยาวถึง 20 ปี?
    คำถามกระจายไปทั่วโลกโซเชียล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะถามเลย 
    เพราะแผนและเป้าหมายของประเทศไทยนั้น "โดนยำ" ด้วยแผนระยะสั้นของรัฐบาลต่างๆ มาแล้วหลายยุคหลายสมัย 
    บางครั้งก็ "กลับไป-กลับมา" ตามรัฐบาลที่เปลี่ยนไปเหมือนพายเรือในอ่าง จนทำให้ประเทศชาติ ไม่ไปไหนเลย หรือถอยหลังในบางเรื่องก็มี
    ประเทศต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ มียุทธศาสตร์ชาติ "ระยะยาว" ทั้งนั้น 
    ดูอย่าง "สิงคโปร์" มียุทธศาสตร์ระยะยาวมาตั้งแต่สมัย นายลีกวนยู ใน 5 แนวทาง 
    ความสัมพันธ์ ความเชี่ยวชาญ เพิ่มศักยภาพ เทคโนโลยี และพัฒนาเมือง ซึ่งก็ยังใช้อยู่ในทุกวันนี้
    "จีน" ก็มียุทธศาสตร์ชาติระยะยาวมาตั้งแต่ยุคของ "เติ้งเสี่ยวผิง" 
    ซึ่งเน้นการสร้างความทันสมัยสี่ด้าน เกษตร, ศึกษา, อุตสาหกรรม และทหาร 
    ซึ่งเวลานี้ "สีจิ้นผิง" ก็ยังเดินตามแนวทางปฏิรูปชาติระยะยาวอยู่ 
    แต่มีการดัดแปลงไปบ้างตามยุคสมัยและที่ต้องเพิ่มขึ้นให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
    ของ "เยอรมัน" ยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 4 ประการคือ คุณภาพชีวิต, ความเท่าเทียม, ความสมานฉันท์ และความรับผิดชอบในชุมชน 
    ดูแล้ว เหมือนไม่มีอะไร แต่แผนตัวลูกนั้น กระจายออกเป็นนโยบาย 21 ข้อ ครอบคลุมทุกสาขา ทั้งด้านสังคมและการพัฒนาเทคโนโลยี
    ส่วนของไทยนั้น มี 6 ประการ ความมั่นคง, ความสามารถแข่งขัน, ศักยภาพมนุษย์, ความเท่าเทียมของสังคม, คุณภาพชีวิตกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาการบริหารจัดการ 
    ดูแล้ว ไม่ต่างอะไรกับประเทศต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ และมีแผนระยะยาวเป็นของตัวเอง
    ผมถึงได้บอกว่า ก่อนจะ "ด่าฟ้า-ด่าดิน" แบบทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักเรื่อง 
    ก่อนจะให้ความเห็นชี้นำไปในทางเลวร้ายต่อแผน 20 ปีของยุทธศาสตร์ชาติ ฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันก่อน นั้น 
    พวกคุณอ่านกันครบทั้งฉบับแล้วหรือยัง?
    อ่านแล้ว เข้าใจหรือเปล่าว่า แต่ละแผนนั้น เป้าหมายคืออะไร? 
    แต่ละจุดนั้น มีการตัดตอนรัฐบาลเลวๆ ในอนาคต ที่จะมาทำเรื่องตามใจตัวเองได้ลำบากขึ้นอย่างไรบ้าง? และแผนแต่ละแผนนั้น สนับสนุนรัฐบาลดีๆ ให้ทำงานง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง?
    ถ้ายังไม่อ่าน..........
    ก็จงอย่าแสดงความโง่ของตัวเองออกมา ด้วยการมองในแง่ร้าย ไม่ถูกใจไปเสียทุกเรื่องบนโลกโซเชียลเลยครับ
    ครับ ก็งามสรรพ....
    ถ้าผมเติมอะไรลงไปอีกซักครึ่งคำ จะเป็น "ส่วนเกิน" ทันที.


"แอมเนสตี้" ถอด "อองซาน ซูจี" พ้นทูตแห่งมโนธรรมสำนึกเห็นหัวข่าวนี้ปุ๊บ.........ความรู้สึกตอบสนองเกิดกับผมปั๊บ "โธ่...ไอ้องค์กรสถุล"!

ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?
จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม
'กัญชากับท่าทีใหม่รัฐบาล'