
"สมีคำ" เจอคุกอีก 16 ปีคดีพราก-ชำเราผู้เยาว์ ศาลชี้อาศัยความเป็นพระทำศาสนามัวหมอง รวมโทษคดีฉ้อโกงเดิม 20 ปี ด้านเจ้าตัวผู้เสียหายมาฟังพิพากษาเอง รอผลคดีแพ่งเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร 40 ล้าน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีเณรคำพราก-ชำเราผู้เยาว์ ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวิรพล สุขผล อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ อายุ 39 ปี อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่ทางการสหรัฐอเมริกาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีเมื่อปี 2560 เป็นจำเลย ในความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งไม่ใช่ภริยาตนฯ
ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเดือน ม.ค.2543-กลางปี 2544 เวลากลางวัน จำเลยได้พรากเด็กหญิงอายุ 14 ปีเศษจากผู้ปกครองไปอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา เป็นเวลา 2 ปี จนมีบุตร 1 คน พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ แต่ระหว่างดำเนินคดี จำเลยได้หลบหนีไปประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาอัยการสูงสุดดำเนินการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทางการไทยได้รับตัวนายวิรพลมาจากประเทศสหรัฐเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2560 เหตุเกิดที่ ต.โพธิ์ อ.เมือง, ต.หนองแก้ว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และ ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ, ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี คดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่ได้กระทำผิด และเด็กที่เกิดมาก็ไม่ใช่บุตรของตนเอง ซึ่งนับตั้งแต่ได้รับตัวกลับมาดำเนินคดี นายวิรพลไม่ได้รับการประกันตัว วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำคลองเปรมเพื่อฟังคำพิพากษา โดยมีหญิงผู้เสียหายปัจจุบันอายุ 32 ปี เดินทางมากับญาติอีก 2 คน ร่วมฟังคำพิพากษาเช่นกัน
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบต่อสู้หักล้างกันแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครอง ตามมาตรา 317 วรรคสาม และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีฯ ตามมาตรา 277 วรรคแรก ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม โดยจำคุก 8 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี และจำคุก 8 ปี ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี รวมจำคุก 16 ปี เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยใช้ความเป็นพระภิกษุที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธากระทำผิดกับเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ทำให้ศาสนามัวหมอง จึงเห็นควรให้ลงโทษสถานหนัก และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีฉ้อโกงประชาชน ที่ศาลนี้พิพากษาจำคุกไว้เป็นเวลา 20 ปี
ด้านทนายความของนายวิรพลกล่าวว่า จะขอคัดคำพิพากษาไปดูรายละเอียดและปรึกษากับนายวิรพลอีกครั้งก่อนตัดสินใจว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่
ขณะที่หญิงผู้เสียหายกล่าวว่า จะเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรจากนายวิรพลจำนวน 40 ล้านบาท ซึ่งศาลเยาวชนฯ ได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบไว้ชั่วคราว โดยให้รอผลคำพิพากษาในคดีอาญานี้ก่อน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในคดีแพ่ง ซึ่งคาดว่าทางฝ่ายจำเลยน่าจะอุทธรณ์คดี.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |