พลังประชารัฐ พรรคตั้งใหม่ แต่แรงด้วยนิยาม พลังดูด-พรรคทหาร รอใส่ชื่อ“บิ๊กตู่”ชิงนายกฯ?


   

        อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม-ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กางโรดแมปการขับเคลื่อนทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยได้แสดงความเชื่อมั่นว่า แม้ พปชร.จะเปิดตัวพรรคช้ากว่าพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ถึงตอนนี้ พรรค พปชร.มีความพร้อมในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาผู้ร่วมก่อตั้งพรรคช่วยกันทำงานเตรียมพร้อมกันมาเต็มที่ ตั้งแต่ก่อนเปิดตัววันประชุมใหญ่พรรคเมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้น ทางพรรคมีการเตรียมการมาต่อเนื่อง และหลังจากนี้ก็จะเดินหน้าต่อไปเพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

                ...หลัง กกต.รับรองการขอจัดตั้งพรรค แต่ระหว่างรอ กกต. พรรคได้มีการวางแผนงานเรื่องแนวทางบริหารจัดการพรรค แนวทางการทำงานของพรรคเพื่อให้เป็นพรรคของประชาชน ซึ่งหลัง กกต.รับรองแล้วจะเริ่มสมัครสมาชิกเป็นทางการ      

                เมื่อถามว่าพรรค พปชร.ถูกมองว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจเป็นพรรคทหารและพรรคของ คสช. คำถามดังกล่าว อุตตม-หัวหน้าพรรคพปชร. แจงว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย พรรคนี้เกิดจากการรวมตัวจากทุกคนที่มีเจตนารมณ์ร่วมกัน ไม่มีเจ้าของ

                “ไม่สืบทอดอำนาจให้ผู้ใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คสช. หรือใครก็ตาม เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาให้อยู่ถาวร กลไกถึงทำถาวร ไม่มีคนไหนมาตัดสินใจให้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

                -ตอนเลือกตั้งคงถูกโจมตีหนักว่าเป็นพรรคทหาร?

                เป็นสิทธิ์ของใครๆ ที่จะพูดขึ้นมาได้ว่าจะเป็นตัวแทนหรือไม่เป็น แต่เหตุผลผมได้ยืนยันไปแล้ว ขอให้รอดูเชิงปฏิบัติ รอดูจากนี้ไป รวมถึงช่วงลงสนามหาเสียง แต่ผมยืนยันว่าไม่ใช่

                “การโจมตีกันทางการเมืองในการต่อสู้เป็นเรื่องปกติ แต่ผมคิดว่าสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หรือเป็นอย่างที่ผมพูดว่าคำกล่าวหานั้นเลื่อนลอย ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ

                ถามอีกว่าช่วงตั้งแต่เริ่มมีข่าวการตั้งพรรค ก็มีข่าวออกมามากเรื่องพรรคพลังดูด อุตตม-รมว.อุตสาหกรรม พูดเรื่องนี้ว่า เห็นได้ว่าเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นครั้งใด การเปลี่ยนกลุ่มเปลี่ยนขั้วเป็นวิถีที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะว่าการตัดสินใจเป็นเรื่องของบุคคล อีกทั้งคนที่เป็น ส.ส.มาก็เป็นคนมีประสบการณ์ ก็อ่านการเมือง และดูว่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนและตัวท่านเอง ในฐานะนักการเมืองท่านอยากได้อย่างไรในการที่ท่านจะลงสนาม อันนี้ถือเป็นสิทธิ์ของเขา

                ...พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคเปิด เพราะฉะนั้นใครที่สนใจเข้ามาคุย เราคุยได้ สุดท้ายจะตกลงกันอย่างไรขึ้นอยู่กับเหตุผล 2 ประการ คือ เป้าหมายด้วยการเข้ามารับใช้บ้านเมือง นอกจากนั้นยังมีขั้นตอนในการเข้าพรรค ผมหรือเลขาธิการพรรคจะไปชี้ให้ใครเข้ามาไม่ได้ ต้องเข้ามาคุยกันในกรอบของพรรค

                -ในวงการการเมืองมีการพูดกันไปว่าใครมาอยู่กับพลังประชารัฐจะได้เงิน มีการซื้อตัว ส.ส. 50 ล้าน หรือจะให้ตำแหน่งต่างๆ?

                อันนั้นผมไม่ทราบว่าใครพูด และผมไม่ได้พูด ยืนยันว่าเราไม่ได้ดำเนินการอย่างนั้น ส่วนการเปิดตัวของ พปชร.ที่เปิดไปเมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มองว่าไม่ช้าก็เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ก่อตั้งได้วางไว้ ที่เขาทำกันไว้เดิม ส่วนผมไม่ได้มาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นเขาก็ทำของเขาไว้ เมื่อเขามาชวนผมไปร่วมแล้ว ผมพิจารณาแล้วก็เข้าร่วม คิดว่าไม่ช้า

                อุตตม กล่าวถึงบทบาทของกลุ่มสามมิตร โดยเฉพาะเมื่อเรายิงคำถามว่าหากนักการเมืองอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นำกลุ่มสามมิตรเข้ามา สองคนนี้จะมีบทบาทในการขับเคลื่อน ทำให้แกนนำพรรคอย่าง 4 รมต.ในรัฐบาล จะไม่มีบทบาทที่แท้จริงทางการเมือง

                ซึ่ง อุตตม ฟังคำถามแล้วเขายืนกรานว่า พรรคเราเป็นพรรคที่พูดคุยได้กับหลายฝ่ายถ้าอุดมการณ์ตรงกัน ก็มีหลายกลุ่มที่สนใจมาคุยกับเรา เพราะฉะนั้นก็อยู่ในช่วงที่ยังรับอะไรไม่ได้ เพราะพรรคยังไม่เกิด ก็รับสมาชิกยังไม่ได้ ก็เป็นการพูดคุยกันไป ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรทั้งนั้น ที่ผมบอกว่าให้รอดู มันยังไม่ถึงจุดนั้น เรามีกลไกของพรรคที่จะพิจารณาร่วมกัน อย่างเดิมอาจคนเดียวชี้ได้มาเลย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่

                -ในพรรคมีภาพนักการเมืองรุ่นเก่า จะทำให้พรรคพลังประชารัฐมีผลกระทบอะไรหรือไม่?

                ผมกลับไปที่เดิมดูพฤติกรรม แต่ผมก็ยอมรับหลายฝ่ายเข้ามาพูดคุยกับเรา ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีว่าพรรคเกิดใหม่ได้รับความสนใจ ที่บอกว่ามีคนหน้าเก่าเข้ามาในพรรคจะกระทบกับพรรค พปชร. ก็ให้สังคมเป็นคนตัดสินว่าภาพอย่างนี้ พรรคพลังประชารัฐจะรับใช้ประชาชนในแนวทางที่พรรคเสนอหรือไม่ คือถนนสายใหม่ ถึงเวลาพอเป็นพรรค เรามีกลไกว่าจะจัดคนลงสนามอย่างไร มีกลไกอยู่แล้ว ถึงเวลาก็มี

                -ในฐานะหัวหน้าพรรค มีแนวทางจัดการอย่างไร เพราะในพรรคมีหลายกลุ่ม ทั้งสามมิตร อดีต กปปส. อะไรต่างๆ?

                ผมไม่เชื่อว่ามีปัญหา กลุ่มพวกนี้ไม่รู้มารึเปล่า ผมยังไม่ได้บอกเลยใครจะมา มากี่คน เพราะยังไม่ถึงเวลาจริงๆ วันนี้พูดไป กกต.ก็บอกยังไม่เป็นพรรคเลย คุณพูดได้อย่างไรโน่นนี่นั่น แต่มีแน่วันนั้นที่เราตัดสินใจว่าใครจะมาอยู่กับเรา แล้วลงไปถึงตัวคนลงสนามอย่างไร วันนั้นจะมาถึง แต่วันนี้รอก่อน ยังไม่ถึงเวลา แต่ยืนยันได้ว่าพรรค พปชร.มีการสกรีนด้วย  ไม่ว่ากลุ่มไหน เหมือนกับมีกระบวนการอยู่แล้ว รูปแบบนี้ของเรา

                ผมถึงบอกว่าไม่มีใครชี้ เรามาสกรีนด้วยกัน มีผู้เกี่ยวข้อง สกรีนก็มีปัจจัยหลายอย่าง ตามปกติก็ต้องดูว่าคนนี้อุดมการณ์เป็นอย่างไร คะแนนนิยมในพื้นที่เป็นอย่างไร อันนี้เรื่องปกติของการเมือง ถึงเวลานั้นจะสกรีน แต่วันนี้ผมยังไม่มีคำตอบเลย ไม่มีใครมีคำตอบว่าใครบ้าง และอุดมการณ์ไม่ใช่แต่เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม แต่ทำการเมืองในรูปแบบนี้

                ถามต่อไปว่า มองว่าฐานเสียงหลักที่คนจะเลือกพรรคพลังประชารัฐคือกลุ่มใด เพราะคนมองว่าคนที่จะลงคะแนนให้ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ จะเป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล-พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ทาง อุตตม-หัวหน้าพรรค พปชร. ออกตัวไว้ว่า ต้องรอดู เพราะเรายังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผมเชื่อว่าเมื่อพรรคพลังประชารัฐได้ลงในสนามเต็มตัว ขั้นตอนต่างๆ ผ่านแล้ว ผมคิดว่าน่าจะได้การสนับสนุนจากฐานที่หลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

                ...ส่วนความชัดเจนเรื่องแคนดิเดต 3 รายชื่อนายกฯ ของพรรค พปชร. ว่าจะมีชื่อใครบ้าง ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ รอก่อน เพราะมีช่วงเวลาให้เสนอ สำหรับหัวหน้าพรรค พปชร.จะมีชื่อติดอยู่ใน 3 รายชื่อหรือไม่ เห็นว่าคงแล้วแต่ทางพรรคว่าต้องการ 3 รายชื่อดังกล่าวอย่างไร เรื่องนี้ไม่มีสิทธิ์ชี้ วันนี้ยังไม่มีคำตอบ ขอให้กลไกพรรคทำงานก่อน วันนี้พรรคอื่นก็ยังไม่มีใครบอก มันเร็วไปที่จะบอก

                -พล.อ.ประยุทธ์ประกาศชัดเจนจะเล่นการเมือง พรรคจะส่งเทียบเชิญหรือไม่?

                เหมือนกัน ต้องรอให้ถึงเวลาพิจารณา เพราะ 3 รายชื่อ กฎหมายบอกต้องได้รับความยินยอมของทั้งหมด

                -ถ้ามีชื่อนายอุตตมเป็น 1 ใน 3 รายชื่อ พร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่?

                พูดแล้วก็ยังพูดเหมือนเดิม เพราะว่าการได้รับเชิญไปเป็นหัวหน้าพรรคและการได้รับคำเชิญ แต่อันนี้ขึ้นอยู่กับพรรค ถ้าจะเสนอชื่อผมเป็นนายกฯ ผมก็พร้อม แต่สุดท้ายจะเสนอหรือไม่ว่าไปตามกลไก แต่ถามว่าพร้อมไหม พร้อม

                -3 ชื่อนี้ประกาศออกมาแล้วคนต้องยอมรับ

                ใช่

                -ตอนเลือกตั้งหากมีการแบ่งขั้วในตอนหาเสียงออกเป็นสองขั้วคือ ไม่เอา คสช. ไม่เอาบิ๊กตู่ กับอีกขั้วหนุนบิ๊กตู่เป็นนายกฯ ทางพรรค พปชร.พร้อมจะอยู่ในสมรภูมินั้นหรือไม่?

                ก็ต้องตอบว่าเป็นเรื่องของพรรคที่จะดูตอนนั้น เรายังไม่รู้เลยว่าจะเกิดรึเปล่า เพราะฉะนั้นเดี๋ยวรอดูเหตุการณ์ วันนี้ยังไม่มีใครในพรรคที่จะบอกว่ายืนข้างนี้ เลือกข้างโน้น

                อุตตม-หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวหลังถามว่า หากตอนหาเสียงเลือกตั้งมีคนเดินมาถามเลือกพลังประชารัฐแล้วได้อะไร โดยบอกว่าให้ถึงตอนเลือกตั้ง จะตอบลึก แต่วันนี้ก็ตอบได้อย่างที่ผมพูด ท่านจะได้เศรษฐกิจที่ดี ระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ทุกคนได้ผลประโยชน์ คนไทยอย่างถ้วนหน้า เป็นประเทศที่มีความสงบ ไม่ต้องเดือดร้อนว่าจะทำมาหากินได้หรือเปล่า เป็นประเทศซึ่งคนไทยได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงในทุกเรื่อง ตอนนี้ก็ต้องพูดแบบนี้ก่อน เดี๋ยวถึงตอนเลือกตั้งจะมีของจริงให้เห็นว่าที่พูดต้องทำอย่างไร และขอยืนยันว่า แม้หมดยุค คสช.ไปแล้ว พรรคพลังประชารัฐก็ยังมีอยู่ต่อไป ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

                อย่างไรก็ตาม แม้ อุตตม-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะบอกว่าพรรค พปชร.พร้อมเต็มที่สำหรับการเลือกตั้ง แต่ก็ขอสงวนคำตอบหลังเราถามว่าเป้าหมายทางการเมือง พปชร.ต้องการ ส.ส.สักประมาณกี่เก้าอี้หลังเลือกตั้ง โดยบอกว่า เร็วไปที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะ พปชร.ตั้งพรรคขึ้นมาด้วยเป้าหมายตามชื่อว่า พลังประชารัฐทำด้วยประชาชนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน เพราะฉะนั้นขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจสำคัญๆ เช่น เป้าหมายการเลือกตั้ง เราก็จะมีส่วนการปรึกษาหารือกัน จึงยังเร็วเกินไปในเรื่องเป้าหมายของพรรคกับจำนวนในตอนนี้ แต่ถ้าเราเตรียมพร้อมแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ก็พร้อมจะออกมาได้ แต่วันนี้ยังเร็วไป เพราะเรายังไม่เป็นพรรค

                ...พรรค พปชร.จะส่ง 350 เขต ส่วนตัวผู้สมัครยังคงพิจารณาอยู่ ซึ่งเราได้รับความสนใจจากหลายกลุ่ม ยังมีเวลาพิจารณา

                -จุดขายของพรรคพลังประชารัฐที่จะทำให้ประชาชนเลือกคืออะไร มีความแตกต่าง โดดเด่นกว่าพรรคการเมืองอื่นอย่างไร?

                ดูจากปณิธานและอุดมการณ์ของเราได้เลย เราตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นที่รวมของบุคคล และคนไทยที่ต้องการมาร่วมกันปรับเปลี่ยนประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถที่จะเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจที่มั่นคง เพื่อสร้างโอกาสให้กับคนไทยและเป็นโอกาสที่จริง จับต้องได้ ให้คนไทยมีสวัสดิการที่ดี ที่สมควรที่จะต้องมี และที่สำคัญยิ่งคือเราก้าวข้ามความขัดแย้ง ต้องการให้ประเทศมีความสงบ สามารถทำมาหากินและเศรษฐกิจก็ไปได้ เมื่อประเทศสงบก็จะจัดจัดสวัสดิการที่เหมาะสมให้คนไทยที่ควรจะมีก็จะทำได้ นี่คือจุดหลักของเราและของพรรคนี้

                จุดแข็งของพรรคคือ มีคนที่มาจากหลากหลายวิชาชีพ มีประสบการณ์บ้าง มากน้อยไม่เท่ากัน แต่กลายเป็นจุดแข็งตรงที่มารวมกัน มาใช้ประสบการณ์ความรู้ที่มีมารวมกัน

                ...ต้องการทำให้พรรค พปชร.เป็นพรรคซึ่งต้องการจะมาอาสาทำงานให้ประเทศ เพื่อให้ประเทศสามารถปรับเปลี่ยน สามารถปฏิรูปเพื่อก้าวไปสู่ความเจริญ ซึ่งยั่งยืนสำหรับบุคคล ไม่ใช่ลุ่มๆ ดอนๆ เหมือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจต้องดี สังคมต้องสงบ มีเสถียรภาพ ประชาชนคนไทยต้องได้สวัสดิการตามที่สมควรจะได้จริงๆ เพราะเรามีปัญหาเดิมคือความเหลื่อมล้ำ อันนี้เป็นสิ่งที่พรรคตั้งใจจะทำ และพรรคสามารถจะรวบรวมคนได้จากหลากลายภาคส่วนและหลากหลายอาชีพ อันนี้ก็มาช่วยกันตั้งแต่เริ่มแนวคิดไปสู่นโยบายให้กับคนไทย

                “เป็นพรรคที่ไม่ได้มีเจ้าของคนเดียว เราเกิดจากความคิดที่หลากหลายจากอุดมการณ์เดียวกัน เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนของพรรคสามารถที่จะทำได้ด้วยองคาพยพที่กว้างขวาง เป็นจุดแข็งที่จะสามารถรวบรวมความคิดมาจากทุกพื้นที่ แนวทาง นโยบายต่างๆ ก็จะเข้าถึงพื้นที่ อุตตมบอกถึงโรดแมปของ พปชร.ต่อจากนี้

                เมื่อถามว่าในฐานะเป็นคนของรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลทำไว้ เช่น อีอีซี- บัตรคนจน-โครงการประชารัฐ ไทยนิยมยั่งยืน ทางพรรค พปชร.จะนำไปขับเคลื่อนตอนหาเสียงหรือไม่ อุตตม-รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องนี้ว่า การพูดถึงเรื่องหาเสียงคงเร็วไป แต่ถ้าถามตอนนี้ สิ่งที่มีอยู่ปัจจุบันในฐานะที่อยู่รัฐบาล จะเห็นว่าหลายอย่างมีประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนในวงกว้าง พรรคพลังประชารัฐในอนาคตก็คงจะสนับสนุน ถ้าถามเรื่องอีอีซีก็จะเห็นว่าเป็นประโยชน์ในวงกว้าง เราก็จะสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไปได้

                ..สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่กฎหมายออกมารองรับแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะมา ตามกฎหมายก็จะต้องเดินต่อในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นพรรคพลังประชารัฐ แน่นอนว่าในเรื่องที่รัฐบาลปัจจุบันทำไว้ ในเรื่องนี้ควรจะเดินต่อไปหรือไม่ หรือไปทิศทางไหน ทางพรรคเขาจะมาดูในแต่ละเรื่องไปเมื่อถึงเวลา

                ..ตอนนี้เร็วไปที่จะพูดถึงนโยบายในเรื่องต่างๆ ขอให้พวกเราได้กลั่นกรองจากพื้นที่ส่งขึ้นมา แต่ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนนั้น ภาคเกษตรถือว่าสำคัญมาก ก็ต้องเป็นเกษตรสมัยใหม่ที่ต้องสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้มากขึ้น ตั้งแต่เกษตรกรต้นทาง ผ่านกระบวนการไปถึงปลายทาง ซึ่งเรื่องนี้ทำได้เยอะมากและเราตั้งใจจะทำ รวมถึงเอสเอ็มอีก็เริ่มเป็นแนวทางที่สมัยใหม่ ต้องเป็นเอสเอ็มอีที่มีความรู้ เข้าถึงทักษะเทคโนโลยีที่จะยกตัวเองขึ้นมาให้ตามทันโลกให้ได้ เรื่องของทุนมนุษย์ทั่วๆ ไปของสังคมไทย คนไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ทันก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีความพร้อมที่จะเดินต่อไป

                ส่วนเรื่องของสังคม ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เกื้อกูลและเป็นสังคมที่สร้างโอกาส แต่เน้นว่าต้องเป็นโอกาสที่เป็นจริงได้ ไม่ใช่ขายฝัน ทำอย่างไรให้สังคมไทยเป็นเช่นนั้น เป็นสังคมที่คนไทยตื่นรู้ เป็นการตื่นตัวกับความเป็นไปในประเทศ ไม่ใช่อยู่แค่ใกล้ตัวเราเอง ตื่นรู้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองสมัยใหม่ ซึ่งเมื่อเรามีโอกาส เราก็อยากเข้ามาวางในเรื่องของการเมืองสมัยใหม่ เหล่านี้จะเริ่มทยอยออกมาให้เห็นอย่างแน่นอน

                ส่วนที่หลายคนสนใจกันเรื่องจะมีใครมาอยู่กับพรรค พปชร.อีกหรือไม่ หัวหน้าพรรค พปชร. แย้มว่า พรรคจะมีเซอร์ไพรส์เรื่อยๆ เมื่อถึงเวลา แต่ก็ต้องสมัครใจมา ผมว่าส่วนหนึ่งก็ต้องให้เกียรติทุกคน เขามีประสบการณ์มา เขารู้อะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้น มาก็ต้องสมัครใจมา คุยกันรู้เรื่องก่อนถึงจะมา เราเองก็ต้องดูเหมือนกัน ส่วนที่พรรคตกเป็นเป้าก็มองว่า ถ้าไม่เป็นเป้านี่อาจจะเดือดร้อนนะ

.............................................................................

                                                                           (2)

                                                                จากทีมสมคิดสู่หน.พปชร.

                                 ขอนำพรรคก้าวข้ามความขัดแย้ง

                เส้นทางการเมืองของ อุตตม-รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่รู้กันดีว่าเขาอยู่ในทีมงานการเมือง-ทีมวางนโยบายของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มาตลอด ตั้งแต่ยุคสมคิดอยู่พรรคไทยรักไทย-รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จนในยุค คสช. หลังสมคิดมาร่วมงานกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เขาก็ถูกดึงตัวมาช่วยงานทีมเศรษฐกิจ จนได้เป็น รมว.ไอซีทีและ รมว.อุตสาหกรรมในปัจจุบัน จากนั้นก็มีข่าวว่าเป็นหนึ่งในทีมผู้ร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ จนกระทั่งเปิดตัว นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ แม้จะลงสมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อไม่ได้ เพราะติดขัดเรื่องคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ 

                อุตตม เปิดเผยถึงการตัดสินใจเข้าสู่ถนนการเมืองว่า เป็นจังหวะเวลาที่คิดว่าจะช่วยประเทศได้อย่างเต็มที่ ในส่วนตัวผมเองที่มีประสบการณ์สั่งสมมา ผมเห็นว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะวันนี้เป็นจุดที่ประเทศไทย คนไทย ต้องตัดสินใจว่าจะปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ยั่งยืน มั่นคงกว่าหรือไม่ ซึ่งมีทางเลือกจะเดินถนนเดิมๆ หรือไม่ การเมืองก็แบบเดิม เจอของเดิมๆ คนไทยก็บ่นหรือจะเลือกทางเดินใหม่ที่อาจไม่คุ้นกับพวกผมที่ไม่ได้ทำการเมืองโดยตรงมาก่อน แต่อาสาเข้ามาทำการเมือง มีประสบการณ์อยู่ ไม่ได้ไร้เดียงสา วันนี้ประเทศไทยอยู่ที่จุดนั้น พวกเราอยากเสนอตัวทำงานให้กับประเทศไทยให้เดินบนถนนสายใหม่ได้ เราอยากจะชักชวนแบบนั้น ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วก็เดินแบบเดิม

                การตัดสินใจลงมาเล่นการเมืองก็คิดอยู่ระยะหนึ่ง เป็นการตัดสินใจซึ่งไม่ได้ง่าย ต้องใช้เวลาหลายๆ เดือน งานการเมืองเป็นสิ่งที่ท้าทายแน่นอน ผมต้องคุยกับครอบครัวให้เรียบร้อย เห็นว่าถ้าเสนอตัววันนี้ ผมคิดว่าเป็นจังหวะเวลาที่ถูกต้องที่ผมจะมาทำงานให้ประเทศในรูปแบบของงานการเมือง เมื่อก่อนนี้ก็รับใช้ให้ประเทศ แต่ไม่เคยก้าวเข้ามา แต่วันนี้เห็นถึงความจำเป็นของประเทศที่จะปรับเปลี่ยนปฏิรูป สอง เห็นถึงโอกาสที่ผมมีความพร้อมที่จะก้าวเข้ามา อาสาทำงานการเมืองเพื่อรับใช้ประเทศ แค่นี้สองจุด แต่ก็ต้องคิดนาน เพราะเป็นการปรับเปลี่ยน ก็ต้องคิดให้รอบคอบ แต่ถ้าตีโจทย์ส่วนตัวผมก่อน ผมเห็นอย่างนั้น เชื่ออย่างนั้น สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ง่ายและก็เดินหน้า

                ที่บ้านผม เขาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ เขาก็สัมผัสมา เขาก็เห็นว่างานการเมืองเป็นอย่างไร แต่ว่าสนับสนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็คอยส่องๆ สุขภาพผมอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร

                -หลายคนที่ลงมาการเมืองก็เอาชื่อมาทิ้ง หวั่นเรื่องนี้หรือไม่?

                ผมตัดสินใจแล้ว คือตัดสินใจเดินหน้าแล้ว นาทีนี้ต้องทำให้เต็มที่ จะออกมาอย่างไรก็ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน แต่ตัดสินใจแล้วต้องทำ ถ้าหวั่นเกินไป ก้าวแรกก็ไม่เกิดแล้ว

                ส่วนการเมืองไทยก่อนหน้านี้ที่มีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง หัวหน้าพรรค พปชร. เห็นว่าเรื่องความขัดแย้งมีสาเหตุอยู่ในตัว  แต่ว่าวันนี้ไม่ต้องกลับไปมองของเก่า แต่เรียนรู้จากของเก่าว่ามันมีความขัดแย้งและต้องก้าวไปข้างหน้า ก้าวข้ามความขัดแย้งเหล่านั้นให้เป็นความสงบ นี่คือสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐต้องการ ก้าวข้ามความขัดแย้งให้เป็นความสงบ จากความสงบให้มีเสถียรภาพ มีเสถียรภาพทำเศรษฐกิจให้ดีได้ มีเสถียรภาพให้บริการประชาชน รัฐสวัสดิการออกมาได้ เพราะฉะนั้นเราก้าวข้ามมันเกิด และเรามีแนวทางของเราอยู่

                -แต่ในสนามเลือกตั้งต้องเป็นคนที่ผ่านสนามการเมืองมาอย่างโชกโชน?

                ก็ไม่แปลก พรรคเปิดหมายถึงไม่ใช่จะเอาแต่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผู้ที่เขาอยู่ในสนามการเมืองมาก็ไม่เห็นแปลกอะไร คนใหม่ที่ไม่มี ก็ไม่แปลกอะไร ผมเองไม่เคยลงเลือกตั้ง ไม่เคยอยู่สนามการเมือง แต่ถามว่ารู้จักการเมืองไหม รู้จัก เพราะเคยทำมาก่อน เพราะฉะนั้นไม่เป็นไร มาพูดคุย แล้วดูเอาว่าพรรคเป็นอย่างไร ผมไม่ห่วงประเด็นนี้ แน่นอนมีคนตั้งคำถามเดี๋ยวจะชี้นำ ผมยืนยันไม่ถูกชี้นำแน่ เรามีกลไกที่บริหารพรรคในแนวทางที่เรานำเสนอก็รอดู

                อุตตม-หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการสร้างพันธมิตรการเมือง การจับมือกับพรรคต่างๆ ว่า ผมพูดอย่างนี้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกลไกของพรรค อันนี้ไม่ได้เลี่ยง แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะพรรคไม่มีเจ้าของ ผมบอกไม่ได้ว่าพรรคนั้นจะคุย พรรคนี้จะคุย พรรคอื่นอาจจะทำได้ เขาพูดของเขาเลย แต่พรรคเราเพิ่งเกิดยังมีขั้นตอนอยู่ มีกลไกต้องมาพูดกัน ซาวเสียงกัน

                ส่วนการรู้จักกับนักการเมืองต่างๆ พรรค ก็รู้จักกระจายอยู่หลายพรรค แต่ว่าคุยในเรื่องการเมืองจะนำไปสู่อะไร ถ้าในเรื่องของพรรค ต้องรอพรรคเกิดก่อน

                -ในฐานะหัวหน้าพรรค เตรียมรับมืออย่างไรทางการเมือง ที่หลังจากนี้จะดุเดือดมากขึ้น?

                เป็นส่วนหนึ่งก็ได้ งานก็ต้องเดิน ในส่วนที่มีคำถาม มีคนพยายามพูดอะไรต่างๆ เราก็พยายามอธิบายเรื่องข้อเท็จจริง ชี้แจงสังคมว่าเป็นอย่างไร อย่างที่ผมพูด เราเดินถนนเส้นใหม่ดีกว่า แต่ของอย่างนั้นมี ไม่ได้ปฏิเสธ ก็เป็นสีสันการเมือง เราก็ต้องบริหารจัดการกันไป แต่เราจะไม่ทำการเมืองรูปแบบเก่าๆ เราจะทำการเมืองที่วันนี้ ผมเชื่อว่าคนไทยเรียกร้องท่านก็สัมผัสอยู่ ว่าอยากเห็นนักการเมืองอย่างไรในอนาคต อยากเห็นนักการเมืองทำอะไรในอนาคต เราก็เดินเช่นนั้น.

.......................


เริ่มหนาวแล้วและอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญวันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน
'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'