'บิ๊กตู่-มหาธีร์'แถลงร่วมพร้อมผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้


   

24 ต.ค.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อม นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา จัดพิธีต้อนรับ ตุน มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล พร้อมลงนามสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก ก่อนหารือข้อราชการเต็มคณะ จากนั้นเวลา 18.25 น. ที่ตึกสันติไมตรี พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงข่าวร่วมกัน  

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนและนายกฯมาเลเซียได้หารือร่วมกันใน 3 ประเด็น 1.การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งไทยและมาเลเซีย และภูมิภาค ที่ปัญหาจังหวัดใช้แดนภาคใต้จะต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งตนได้เล่าให้นายกฯมาเลเซียฟังถึงแนวทางและนโยบายของรัฐบาลไทย รวมถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ฝ่ายไทยถือว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาภายใน แต่ขณะเดียวกันความร่วมมือจากต่างประเทศก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับนายกฯมาเลเซียเกี่ยวกับกระบวนการการพูดคุย ที่มีฝ่ายมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความเข้าใจในข้อห่วงกังวล และข้อจำกัดของกันและกันเป็นอย่างดี ทั้งนี้ การพูดคุยจะดำเนินการต่อไปโดยมีมาเลเซียเป็นผู้ประสานงาน อยู่บนพื้นฐานและกรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขณะเดียวกันจะขยายความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน การพัฒนาเศรษฐกิจ และประเด็นความมั่นคงในภาพใหญ่ โดยเฉพาะการต่อต้านการก่อการร้าย และแนวคิดสุดโต่ง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์

นายกฯ กล่าวว่า 2.การพัฒนาเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงกับแนวชายแดน ซึ่งในการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ตนได้เสนอให้สองประเทศยกระดับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่เข้มข้น ทั้งนี้สองประเทศจะร่วมมือกันผลักดันโครงการความร่วมมือที่คั่งค้างมา ซึ่งมีหลายโครงการ แล้วจะเข้มข้นเป็นพิเศษในเรื่องของความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน และการส่งเสริมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยจะมอบให้มีการประชุมระดับรัฐมนตรีภายในต้นปีหน้า เพื่อดูงานที่คั่งค้างและผลักดันเรื่องต่างๆให้คืบหน้า

นายกฯ กล่าวด้วยว่า และ 3.ความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งทั้งตนและนายกฯมาเลเซีย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในปีหน้าที่ไทยจะทำหน้าที่ประธานอาเซียน มีเป้าหมายคือการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนที่มีความเข้มแข็ง มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประเทศสมาชิกอาเซียนจะก้าวไปพร้อมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมุ่งสร้างความเชื่อมโยง และความยั่งยืนในทุกมิติ เป็นกลุ่มพลังที่สามารถร่วมมือกับความท้าทายต่างๆในโลกได้อย่างแท้จริง ซึ่งนายกฯมาเลเซียเห็นพ้องกันว่าจะต้องร่วมมือกันบริหารจัดการความท้าทายต่างๆด้วยความสุขุมรอบคอบ และเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียน ในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับนานาประเทศ ให้มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

“ผมขอย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยที่จะทำงานร่วมกับนายมหาธีร์ และรัฐบาลมาเลเซียอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เพื่อให้สองประเทศและประชาชนมีความสงบสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี มีฐานะที่มั่นคงและยังยืน มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการมีเสถียรภาพความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของไทยและมาเลเซีย รวมทั้งในภูมิภาคร่วมกัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

ด้านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า ในการเยือนไทยนี้ อยากสร้างความคุ้นเคยกับอาเซียน หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องขอขอบคุณนายกฯและรัฐบาลไทย สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น และการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา เราไม่มีปัญหาระหว่างกัน และเรามีประวัติศาสตร์ความร่วมมือในอดีต ซึ่งมาเลเซียเคยมีปัญหาและไทยได้ให้การสนับสนุนเพื่อยุติปัญหาดังกล่าว ก็ขอขอบคุณไทยในด้านนี้ ทั้งนี้ปัจจุบันไทยมีปัญหาชายแดนใต้ เราก็ยินดีที่จะช่วยไทยในทุกด้านเพื่อแก้ไขความรุนแรง และตนก็มั่นใจว่าด้วยว่าความร่วมมือของสองประเทศ จะทำให้สามารถแก้ไขและลดปัญหานี้ได้ และเห็นว่าการแสดงมิตรภาพไม่ใช่แค่การพูดคุย แต่ต้องเป็นการปฏิบัติอย่างแท้จริงในฐานะมิตรที่ใกล้ชิด นอกจากนี้ในส่วนของการค้าระหว่างไทย-มาเลเซียใน ปี 2018 มีมูลค่าสูงขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการค้า 14,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเราสามารถเพิ่มมูลค้าการค้าได้ เมื่อแก้ด่านศุลกากร ที่ปัจจุบัน มีจุดผ่านแดน 4 ด่าน ที่รัฐกลันตัน 2 ด่าน และรัฐเคดาห์ และรัฐเปอร์ลิส 

นายกฯมาเลเซีย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างลังกาวีและสตูล มีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะสร้างความเจริญรุ่งเรืองของสองประเทศ เราควรพัฒนาการค้าระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกการไปมาหาสู่ของประชาชนทั้งสองฝ่าย เพื่อที่จะบรรลุตามเป้าหมายนี้ โดยเราจะเปิดด่านศุลกากร 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการขนส่งสินค้า และเราจะมีการสร้างสะพาน 2 สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ที่เชื่อมกับรัฐกลันตัน และเราพร้อมที่จะสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีอุปสรรค ในทุกทางที่เป็นไปได้ อย่างกรณีประชาชนถือสองสัญชาติ ต้องมีความพยายามแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดการค้ามนุษย์และการขนส่งสินค้าที่ผิดกฎหมาย

นายกฯมาเลเซีย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เราเห็นว่าประชาคมอาเซียนมีความแข็งแกร่ง มีประชากรกว่า 600 ล้านคน และด้วยความต้องการทางทรัพยากรต่างๆ อาเซียนควรเป็นตลาดภายในของทุกประเทศ โดยเราจะหารือประเด็นดังกล่าวในการพูดคุยอาเซียนครั้งต่อไป เชื่อว่าในความพยายามจะบรรลุเป้าหมาย ด้วยการที่ผู้นำควรร่วมกันหารือบ่อยครั้ง และในระดับผู้แทนควรจะหารือเพื่อแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆระหว่างกัน  เชื่อว่าเราจะสามารถยกระดับกระบวนการต่างๆในการข้ามพรมแดน ทั้งนี้ตนยินดีอย่างยิ่งที่จะสร้างมิตรภาพกับพล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าผู้นำที่มีความใกล้ชิดระหว่างกันจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างสำเร็จ


ยิ่งกว่าวันนั้นของเดือน........... "เอ๋-ปารีณา" เธอพูดถึง คุณเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส น่ะ ก็นะ.... ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า กรรมาธิการสภาผู้แทนฯ จะแบ่งข้างแยกขั้วซัดกันเละขนาดนี้ เน้นสนองตัณหาตัวเอง ไม่สนใจว่าประชาชนจะได้อะไร

"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?