แข่งเดือดปชป.ขู่ล้างบาง


เพิ่มเพื่อน    


    “ปชป.” ระอุ จ่อซ้ำรอยกลุ่ม 10 มกรา “วรงค์”  หาเสียงเดือดขู่ล้างบางก๊วนอภิสิทธิ์ อดีต ส.ส.ชุมพรยัวะอัดกลับแค่ร่างทรง “สุเทพ-ถาวร” นิพิฏฐ์รีบแตะเบรกแค่กลอนพาไป มาร์คเผยหยั่งเสียงจบ 3 คนต้องร่วมพัฒนาพรรค
    การลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในช่วงวันที่ 1-3 พฤศจิกายน เริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการหาเสียงของผู้สมัครรับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค โดยเมื่อวันที่ 23 ต.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครรับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.หมายเลข 2 ได้กล่าวตอนหนึ่งในการหาเสียงที่จังหวัดชุมพรว่า ได้บอกกับท่าน ส.จ.สันต์ (สันต์ แซ่ตั้ง) ไปว่า ไม่ต้องกลัว ใจเย็นๆ เรายืนอยู่บนหลักการ ความถูกต้อง วันใดเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พื้นที่ไหนที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือระหว่างคนสองคนที่สูสีกัน เราจะให้พี่น้องเป็นคนตัดสิน ถ้าพี่น้องคิดว่าคนเก่าดีก็เลือกคนเก่า แต่ถ้าพี่น้องคิดว่า ส.จ.สันต์ดี ต้องเลือก ส.จ.สันต์ และถ้าพี่น้องคิดว่า ส.จ.สันต์จะได้เป็น ส.ส.ในอนาคต หมอวรงค์ต้องเป็นหัวหน้าพรรค
    นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร ปชป.วิเคราะห์ถึงคำหาเสียงของ นพ.วรงค์ว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าหาก นพ.วรงค์ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้วจะล้างบาง ส.ส.ที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครรับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.หมายเลข 1 ทั้งๆ ที่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยแบ่งพรรคแบ่งพวก ยึดหลักว่าทุกคนคือ ปชป. การหาเสียงของ นพ.วรงค์ เป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์ ถือเป็นการทำลายพรรคด้วยการสร้างความแตกแยก แล้วจะเข้ามาสร้างพรรคได้อย่างไร 
    นายธีระชาติกล่าวต่อว่า นอกจากในพื้นที่เขต 2 ที่ นพ.วรงค์ระบุว่าจะเปลี่ยนตัว ส.ส.หากได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมีแผนที่จะเปลี่ยนตัว ส.ส.แบบยกจังหวัดชุมพร คือเขต 2 จะส่ง ส.จ.สันต์ลงสมัครแทนนายสราวุธ อ่อนละมัย, เขต 3 จะเอานายสุพล จุลใส นายก อบจ.ชุมพร พี่ชายนายชุมพล จุลใส ลงสมัครแทนตนเอง ส่วนเขต 1 จะเอานายนพพร อุสิทธิ์ หรือ ส.จ.โต้ง พี่เขยของนายชุมพล ลงสมัครแทนนายชุมพล ซึ่งจะขึ้นไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ 
    “หาก นพ.วรงค์ชนะได้เป็นหัวหน้าพรรค ผมก็คงเล่นการเมืองลำบาก ผมอยู่ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายพรรคไม่ได้ แม้ว่านายชุมพลจะมีชื่อลงนามสนับสนุนรับรองหัวหน้าอภิสิทธิ์ให้ลงสมัคร แต่ในความเป็นจริงหาเสียงให้ นพ.วรงค์ เวลานายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯ กปปส.เดินทางมาชุมพรก็ไปต้อนรับ เรียกว่าจะยึดชุมพรแบบยกจังหวัด ผมเชื่อว่าหาก นพ.วรงค์ชนะ คงดำเนินการตามแผนดังกล่าวจริง ๆ คือเขี่ยคนเก่าออก โดยอ้างระบบไพรมารีโหวต เพราะ นพ.วรงค์ไม่ใช่ตัวจริง เป็นแค่หุ่นเชิดของนายสุเทพและนายถาวร เสนเนียมเท่านั้น” นายธีระชาติกล่าว
     ขณะที่นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะในช่วงเช้าได้ลงพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และในช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่ จ.ชุมพรด้วย โดยช่วงหนึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ตอบคำถามถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส.บางรายในภาคอีสานที่ให้การสนับสนุน นพ.วรงค์ อาจมีปัญหาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่หาก นพ.วรงค์สอบตกว่า ทุกคนยืนยันว่าจะช่วยเหลือพรรค ทำงานกับพรรคต่อไป ส่วนกองเชียร์ของผู้สมัครใน จ.นครศรีธรรมราช จะขัดแย้งกัน ต้องยอมรับว่าการแข่งขันต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ขณะนี้ได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการพาดพิง เพราะทุกคนต้องทำงานด้วยกันต่อไป
    “หลังการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ผ่านพ้นไป ผู้สมัครทั้ง 3 คนก็จะต้องหันมาจับมือกัน เพื่อทำงานให้พรรค ปชป.และพี่น้องประชาชนต่อไป” นายอภิสิทธิ์กล่าวย้ำเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหลังลงพื้นที่ อ.ท่าแซะ
    ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี นพ.วรงค์ปราศรัยหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้สมัครใน จ. ชุมพรว่า อย่าคิดว่าเป็นประเด็นความแตกแยกในพรรค เพราะบางครั้งเวลาที่มีคนมาฟังปราศรัย ผู้ปราศรัยอาจรู้สึกว่าเหมือนกลอนพาไปก็เป็นได้ ดังนั้น น.พ.วรงค์คงไม่มีเจตนาไปเปลี่ยนแปลงผู้สมัครของพรรคคนใดคนหนึ่ง และในฐานะที่เป็นผู้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ขอชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลงผู้สมัครนั้นก็มีกฎมีกติกาบังคับอยู่แล้ว
    “ผู้ใช้สิทธิ์การหยั่งเสียงมีวิจารณญาณ ดังนั้นให้พวกเขาตัดสินเอง อย่าไปเพิ่มความร้อนแรงให้กันและกันดีกว่า” นายนิพิฏฐ์กล่าว    
    ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป.หมายเลข 3 กล่าวว่า การหาเสียงในระบบไพรมารีฯ ของพรรค มุ่งเน้นนำเสนอจุดยืนนโยบายวิสัยทัศน์ต่อสมาชิกจำนวนกว่า 2.6 ล้านคนทุกภาคทั่วประเทศ และตอบโจทย์ว่าผู้สมัครมีความพร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่ หากพรรคชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่การออฟไซด์กฎหมายหรือหาเสียงล่วงหน้าเอาเปรียบพรรคอื่น 
    ทั้งนี้ ใน ปชป.ก็เคยเกิดความแตกแยกมาแล้วจากการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค โดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2530 โดยครั้งนี้ได้เกิดกลุ่ม 10 มกราขึ้น มีนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ อดีตเลขาธิการพรรคปี 2522 และนายวีระ มุสิกพงศ์ เลขาธิการพรรคขณะนั้นเป็นแกนหลัก โดยเกิดเหตุจากเลือกหัวหน้าในวันดังกล่าว ซึ่งกลุ่มนายวีระได้เสนอชื่อนายเฉลิมพันธ์เป็นหัวหน้า และนายวีระลงชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรคกับกลุ่มนายชวน หลีกภัย ที่เสนอชื่อนายพิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรคในขณะนั้น และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคขณะนั้น ซึ่งปรากฏว่าทั้งนายเฉลิมพันธ์และนายวีระพ่ายแพ้ และได้นำสมาชิกบางส่วนประกาศแยกตัวออกจาก ปชป.ออกมา.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.