ถอดยศ-ริบเครื่องราชฯ สันธนะผิดวินัยร้ายแรง


   

    มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดยศและริบเครื่องราชฯ "พ.ต.ท.สันธนะ" และ 2 นายตำรวจ หลังถูกไล่ออกจากราชการ ฐานกระทำผิดวินัยร้ายแรง รวมทั้ง 2 นายทหารบก-ทหารเรือโดนด้วย เหตุหนีราชการทหารในเวลาประจำการ 
    เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 33 ข เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระบุว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดอดีตข้าราชการตำรวจออกจากยศตำรวจ ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 ข้อ 1 (2) และ (4) และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 ข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 จำนวน 3 ราย ดังนี้
    1.พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.2545 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเบญจมาภรณ์ช้างเผือก 2.ร.ต.อ.กรินทร์ ทองมโนกูร ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดอาญาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนหรือรับของโจร และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก คดีถึงที่สุด และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย 3.พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2557 ซึ่งเป็นวันที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย
    ทั้งนี้ พ.ต.ท.สันธนะ, ร.ต.อ.กรินทร์ และ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว 
    นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 33 ข เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเผยแพร่
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระบุว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบกและกองทัพเรือ รวม 2 ราย ออกจากยศทหาร เนื่องจากกระทำความผิด
ฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พ.ศ.2479 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ.2507 ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ดังนี้
    1.ร.อ.ประดิษฐ์ ยินดี สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2560 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก 2.น.ต.ปริญญ์ เนียมศิริ สังกัดกองทัพเรือ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.2560 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย 
    ทั้งนี้ ร.อ.ประดิษฐ์ และ น.ต.ปริญญ์ เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว.


เรื่อง "เรือดำน้ำ"..........ถูกทำให้กลับมาเป็นข่าวอีก!โฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๖๓ "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง เมื่อศุกร์ที่ ๖ ธ.ค.๖๒ ว่าในส่วน "งบกองทัพเรือ"

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?