“หนาวอากาศแห้ง”อย่าละเลยดูแลผิว เลือกเครื่องนุ่งห่มเหมาะกับร่างกาย


   

(ช่วงหน้าหนาวควรหลีกเลี่ยงการฟอกสบู่ เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดซึ่งกระตุ้นให้ผิวของคนวัยเก๋าแห้งและลอกเป็นขุยได้ง่าย แต่ควรเลือกครีมอาบน้ำแบบเหลวของเด็กที่มีความอ่อนโยนต่อผิว)

    การดูแลสุขภาพผิวของผู้สูงวัยในช่วงหน้าหนาวเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะปัญหาผิวแห้ง โดยเฉพาะช่วงที่สายลมเย็นโปรยมา เป็นสิ่งที่สร้างปัญหาสุขภาพได้ไม่น้อย ทั้งก่อให้เกิดอาการผื่นแดง คัน หรือผิวแห้งลอกเป็นขุย ที่ไม่เพียงกระตุ้นให้คุณตาคุณยายเกิดอาการคันยุกยิก แต่บางครั้งการเลือกเครื่องนุ่งห่มกันลมเย็นๆ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็สามารถกระตุ้นโรคภูมิแพ้ได้เช่นเดียวกัน เพื่อสุขภาพของผู้สูงวัย การดูแลผิวช่วงอากาศเย็นและการเลือกเสื้อกันหนาวให้เหมาะสมกับสภาพผิว เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

(มณทิพา กานต์วรัญญู)

    พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลว่า “เมื่อเข้าสู่วัยหลัก 6 แล้ว คนวัยนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม หรือการย่อยและการเผาผลาญพลังงานในร่างกายที่ไม่ดี จึงทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นได้ง่าย ประกอบกับใกล้ช่วงหน้าหนาวที่อากาศเริ่มเย็นลง จึงส่งผลให้ผิวแห้งได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นการใช้ครีมบำรุงผิว หรือเลือกใช้ออยล์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อป้องกันอาการแห้งเป็นขุยและคัน อีกหนึ่งกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยในช่วงอากาศเย็นคือ “ผดผื่นแดง” ที่บริเวณผิวหนัง ตรงนี้แนะนำว่าผู้สูงอายุไม่ควรใช้สบู่ฟอกตัว เนื่องจากมีความเป็นกรดค่อนข้างสูง ซึ่งจะทำให้ผิวแห้ง ทำให้รูขุมขนกว้าง ประกอบกับมีเศษฝุ่นละอง ก็อาจทำให้เกิดผดผื่นแดง เป็นต้น แต่ควรเปลี่ยนมาเลือกครีมน้ำอาบหรือสบู่เหลวที่มีฤทธิ์อ่อนโยน เช่น ครีมอาบน้ำเด็ก จะดีต่อผิวของคนวัยเกษียณ ที่สำคัญก็ให้เลี่ยงการอาบน้ำอุ่นในช่วงหน้าหนาว เพราะจะยิ่งส่งผลให้ผิวแห้งขึ้นไปอีก

(ผู้สูงอายุควรเลี่ยงเสื้อกันหนาวขนเป็ด โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่อากาศร้อนจัด จะทำให้อากาศภายในร่างกายไม่ระบาย รวมถึงเสื้อกันหนาวไหมพรมที่มีขนเยอะ ซึ่งต่อเสี่ยงการกระตุ้นโรคภูมิแพ้จากเส้นขนที่เข้าทางจมูก)

    ส่วนการ “เลือกเสื้อกันหนาว” ที่เหมาะกับผู้สูงวัย ควรเลือกชนิดที่เนื้อผ้าหนาและนุ่ม ซึ่งถ้าหากเลือกเป็นเสื้อไหมพรม ก็ต้องเลือกชนิดที่ไม่มีขน เพราะจะทำให้ขนเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจผ่านทางจมูก หรือทำให้อาการของโรคภูมิแพ้กำเริบได้ ที่สำคัญอาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้สูงวัยไม่ควรใส่เสื้อกันหนาวตัวเดียวกันทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ควรจะมีการสับเปลี่ยน เช่น ในช่วงกลางวันที่คุณตาคุณยายอาจจำเป็นต้องทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำสวน หรือออกกำลังกาย 

(ช่วงกลางวันของฤดูหนาว แนะนำให้ผู้สูงอายุเลือกสวมเสื้อกันหนาว หรือเสื้อคลุมที่มีลักษณะบางลงมา และไม่มีขน ที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองผิวหนังและอาจกระตุ้นภูมิแพ้)

    ดังนั้นจึงควรสวมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวไหมพรมที่มีลักษณะบางลงมา และไม่มีขน เพื่อป้องกันเหงื่อออก และทำให้เกิดการหมักหมมที่อาจส่งผลต่อผิวหนัง ที่สำคัญให้เลี่ยงเสื้อกันหนาวขนเป็ดที่มีลักษณะเสื้อพองนุ่ม เนื่องจากไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศในบ้านเรา และจะทำให้ร่างกายไม่ระบายเหงื่อ ส่วนช่วงกลางคืนก็แนะนำสวมเสื้อกันหนาวไหมพรมที่ความหนาพอสมควร และควรสวมถุงมือถุงเท้าในช่วงที่มีอากาศเย็นร่วมด้วย

(“ช่วงหน้าหนาว” ลูกหลานสามารถปรุงอาหารที่ทำจากน้ำมันหมูให้ผู้สูงวัยรับประทานได้ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ควรรับประทานขณะร้อนๆ เพื่อป้องกันอาหารเป็นไข ซึ่งจะทำให้ย่อยยาก)

    ในส่วนของการรับประทานอาหารในช่วงหน้าหนาวอากาศเย็น ผู้ดูแลสามารถปรุงอาหารที่ทำจาก “น้ำมันหมู” ให้ผู้สูงวัยรับประทานได้ เพราะจะช่วยเพิ่มไขมันในการขับไล่ความหนาวเย็น และทำให้ผิวชุ่มชื่น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือ แต่ข้อควรระวังคือ ต้องรับประทานขณะที่ยังร้อนอยู่ เพื่อป้องกันอาหารเป็นไข และอาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะอาหารไม่ย่อยได้ อีกทั้งต้องหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะความแห้งด้วยเช่นกัน.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'