ชำแหละ!ปมเทอร์มินัล 2 'ถ้าคนหน้างานรู้ดีที่สุด แล้วจะมี รมต.ไว้ทำไม'


เพิ่มเพื่อน    

26 ต.ค.61- ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีส.ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธาและจราจร โพตส์ข้อความเรื่อง "ปมเทอร์มินัล 2 ถ้าคนหน้างานรู้ดีที่สุด แล้วจะมี รมต.ไว้ทำไม? ระบุว่า "หลังจากผมได้ไปร่วมดีเบตบนเวทีสาธารณะ “กะเทาะเปลือกสุวรรณภูมิ” ที่สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 ก็คิดว่าจะหยุดเขียนบทความเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทในสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากปรากฏผลเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าผู้แทนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ไม่สามารถชี้แจงคำถามที่ผมและผู้ร่วมดีเบตถามให้เป็นที่กระจ่างชัดได้ ทำให้ผู้แทนองค์กรต่างๆ ถึง 12 องค์กร ในฐานะกรรมการกลางได้ลงมติคัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ 12-0 นับเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่มีผู้แทนจากหลายองค์กรมาร่วมฟังการดีเบตและมีมติเป็นเอกฉันท์ เหตุการณ์เช่นนี้ยากที่จะเกิดขึ้นถ้าผู้แทนเหล่านั้นไม่มีความห่วงใยในการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ อันที่จริง มีผู้แทนมาทั้งหมด 15 องค์กร แต่มีผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียง 12 องค์กร ไม่ใช้สิทธิ์ 3 องค์กร ประกอบด้วยหน่วยงานราชการ 2 องค์กร ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะคัดค้าน และอีกหนึ่งองค์กรคือสภาวิศวกรซึ่งได้ทำหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ทอท.ยังมีความพยายามจะเดินหน้าก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทต่อไป โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากองค์กรต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้รับฟังการให้สัมภาษณ์ของ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำให้ผมจำเป็นต้องเขียนบทความเกี่ยวกับการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 อีกครั้ง นับเป็นบทความที่ 6 บทสัมภาษณ์ รมช.ไพรินทร์ฯ มีดังนี้

“การออกแบบเทอร์มินัล 2 ก็ทำมาสองครั้งแล้ว ใช้เวลามาจนถึงตอนนี้ ผมเข้าใจว่าเกือบสองปีนะครับ ก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่า ทำไมมาค้านเอาเมื่อปีที่ 2 หลังจากทราบชื่อว่า ใครได้รับการคัดเลือกแล้ว เรื่องนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการของทางการท่าอากาศยานพิจารณานะครับว่า แล้วแนวทางต่อไปที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรจะเป็นอย่างไร”

นักข่าวถามต่อว่า “แล้วได้ฟังเหตุผลที่เขาค้านมั้ยครับ คิดว่ามีน้ำหนักอย่างไร” รมช.ไพรินทร์ฯ ตอบว่า “ได้ฟังครับ ก็ได้พูดถึงแผนแม่บทซึ่งทำเมื่อประมาณสัก 30 ปีเศษที่แล้ว ซึ่งต้องเข้าใจว่าปัจจุบันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปเยอะ สมัยนั้นไม่มีเครื่องใหญ่ๆ อย่าง 380 นะครับ ไม่มี Low Cost Airline แล้วสมัยนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะเปิดดอนเมืองออกมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรื่องนี้จริงๆ ผมคิดว่า คนที่เขาอยู่หน้างานก็จะรู้ดีที่สุดนะครับ”

ผู้ที่ได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องจะรู้ได้ทันทีว่า รมช.ไพรินทร์ฯ ได้รับข้อมูลพื้นฐานไม่ถูกต้อง ผมในฐานะวิศวกรที่ร่วมวางแผนแม่บทสนามบินสุวรรณภูมิขอแย้งคำให้สัมภาษณ์ข้างต้นดังนี้

1. รมช.ไพรินทร์ฯ มีความคิดว่าคนที่อยู่หน้างานรู้ดีที่สุด แต่ผมคิดว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีจะต้องรู้ไม่น้อยกว่าคนที่อยู่หน้างาน และจะต้องเข้าใจงานที่ตนกำกับดูแลอย่างถ่องแท้ มิฉะนั้นจะถูกหลอกได้ ถ้ารัฐมนตรีเชื่อถือคนที่อยู่หน้างานแบบเต็มร้อย แล้วจะมีรัฐมนตรีไว้ทำไม ไม่จำเป็นจะต้องมีรัฐมนตรีให้เปลืองเงินเดือน ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินการได้โดยข้าราชการประจำหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

2. รมช.ไพรินทร์ฯ ไม่ควรตั้งข้อสงสัยผู้คัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนจาก 12 องค์กร ว่าเป็นเพราะได้ทราบชื่อผู้ชนะการประกวดแบบแล้วจึงคัดค้าน ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย ผมไม่สนใจว่าใครจะชนะหรือแพ้ เพราะเป็นเรื่องปลายเหตุ ผมมาให้ความสนใจเรื่องนี้เมื่อได้ตระหนักว่าเป็นการสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหามากมาย

3. แผนแม่บทฉบับแรกถูกจัดทำในปี พ.ศ.2536 หรือเป็นเวลา 25 ปีแล้ว ซึ่งผมได้ร่วมจัดทำด้วยในฐานะวิศวกรของบริษัท หลุยส์ เบอร์เจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ยังคงมีความทันสมัยเพราะมีการวางแผนกันมาอย่างรอบคอบ หาก ทอท.ก่อสร้างเทอร์มินัล 2 บนตำแหน่งตามแผนแม่บทซึ่งอยู่ด้านทิศใต้ของเทอร์มินัล 1 บนฝั่งถนนบางนา-ตราด จะทำให้เกิดความสมดุลในการใช้สนามบินทุกทิศทาง กล่าวคือด้านทิศเหนือจะสมดุลกับด้านทิศใต้ และด้านทิศตะวันออกจะสมดุลกับด้านทิศตะวันตก แต่ถ้า ทอท.ก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเทอร์มินัล 1 ซึ่งผิดแผนแม่บท นอกจากจะทำให้เกิดความไม่สมดุลในการใช้สนามบินแล้ว ยังจะทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกอีกด้วย เพราะต้องใช้รถไฟฟ้าไร้คนขับหรือเอพีเอ็มถึง 2 สาย ทั้งสายลอยฟ้าและสายใต้ดิน และที่สำคัญ จะไม่สามารถทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 30 ล้านคนต่อปีตามที่ ทอท.คุยไว้อย่างแน่นอน

4. แม้ในสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องบินขนาดใหญ่ดังเช่น A380 ก็ตาม แต่แผนแม่บทได้เตรียมพื้นที่ที่สำหรับสร้างหลุมจอดสำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ไว้แล้ว โดย ทอท.สามารถเลือกสร้างหลุมจอดสำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้รอบอาคารเทียบเครื่องบินรอง (Satellite Terminal) ด้วยเหตุนี้ แผนแม่บทดังกล่าวจึงยังคงใช้งานได้อย่างดี ไม่ล้าสมัยไปตามกาลเวลา

5. สมัยนั้นมีแนวคิดที่ใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิอยู่แล้ว กล่าวได้ว่ารัฐบาลในขณะนั้นใช้นโยบาย 2 สนามบิน (Dual Airports) ไม่ใช่ 1 สนามบิน (Single Airport) ซึ่งสอดคล้องกับรัฐบาลในปัจจุบันที่ใช้นโยบาย 2 สนามบิน และกำลังจะเปลี่ยนเป็น 3 สนามบิน (Triple Airports)โดยมีสนามบินอู่ตะเภามาร่วมด้วย และทั้งสามสนามบินจะถูกเชื่อมโยงด้วยรถไฟความเร็วสูง จึงไม่มีความจำเป็นที่ ทอท.จะต้องก่อสร้างเทอร์มินัลถึง 3 เทอร์มินัล แค่ 2 เทอร์มินัล ก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากผู้โดยสารจะกระจัดกระจาย ไม่กระจุกอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น

6. แม้ในปัจจุบันมีสายการบินต้นทุนต่ำก็ตาม แต่สายการบินเหล่านี้ส่วนใหญ่ให้บริการที่สนามบินดอนเมือง จึงไม่มีความจำเป็นที่ ทอท.จะต้องก่อสร้างเทอร์มินัลเพิ่มขึ้นในสนามบินสุวรรณภูมิจาก 2 เทอร์มินัล ตามแผนแม่บท เป็น 3 เทอร์มินัล ตามแนวคิดของ ทอท.

น่าเสียดายที่ รมช.ไพรินทร์ฯ ไม่ได้ไปร่วมฟังการดีเบต ถ้าได้ไปคงจะรู้ว่าการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงอย่างไร ผมขอแนะนำให้ รมช.ไพรินทร์ฯ หาคลิปการดีเบตมาฟังอย่างตั้งใจ อย่ารับฟังรายงานจาก ทอท.เพียงอย่างเดียว แล้วลองพยายามหาคำตอบให้ได้ว่าทำไม ทอท.จึงไม่ขยายเทอร์มินัล 1 ออกไปทั้งทางด้านตะวันออกและด้านตะวันตกแทนการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท ทั้งๆ ที่การขยายเทอร์มินัล 1 มีข้อได้เปรียบดังนี้

1. ใช้เงินน้อยกว่าประมาณ 32,000 ล้านบาท กล่าวคือการขยายเทอร์มินัล 1 จะใช้เงินประมาณ 10,000 ล้านบาท ในขณะที่การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะใช้เงินประมาณ 42,000 ล้านบาท

2. ใช้เวลาน้อยกว่า เพราะออกแบบเสร็จแล้วพร้อมที่จะก่อสร้าง ผ่านการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอแล้ว และที่สำคัญ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็อนุมัติแล้ว ในขณะที่เทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทยังไม่ได้ออกแบบ ยังไม่ผ่านอีไอเอ และครม.ยังไม่ได้อนุมัติ กล่าวโดยสรุป การขยายเทอร์มินัล 1 จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีครึ่งเท่านั้น แต่การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี

3. การขยายเทอร์มินัล 1 จะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 30 ล้านคนต่อปีแน่นอน แต่การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท โดยมีหลุมจอดประชิดอาคารเพียง 14 หลุม จะไม่สามารถทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีความจุเพิ่มขึ้น 30 ล้านคนต่อปีได้อย่างแน่นอน ผมแนะนำให้ รมช.ไพรินทร์ฯ ถามหารายการคำนวณจาก ทอท.ที่แสดงให้เห็นว่าหลุมจอดประชิดอาคาร 14 หลุม จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 30 ล้านคนต่อปี ได้จริงหรือ แล้วเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้

ผมอยากให้ รมช.ไพรินทร์ฯ ได้ตระหนักว่า ในกรณีที่ ทอท.ต้องการเดินหน้าก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท จะก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย กล่าวคือด้านหน้าเทอร์มินัล 2 รถจะติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากมีพื้นที่เหลือหน้าเทอร์มินัล 2 น้อย ยากที่จะแก้ปัญหาจราจร ด้านหลังจะมีเครื่องบินติด เพราะมีพื้นที่เหลือน้อยเช่นเดียวกัน เปรียบเหมือนการสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในซอยเล็กๆ ซึ่งจะทำให้เกิด “วิกฤตจราจรอย่างหนัก” ที่สำคัญ ผู้โดยสารจะไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องใช้รถไฟฟ้าไร้คนขับหรือเอพีเอ็มถึง 2 สาย ทั้งสายลอยฟ้าและสายใต้ดิน หรืออาจจะต้องใช้ถึง 3 สาย ประกอบด้วยสายลอยฟ้า 2 สาย และสายใต้ดิน 1 สาย

ผมอยากให้ รมช.ไพรินทร์ฯ ทำใจให้เปิดกว้าง แล้วพิจารณาข้อมูลดังกล่าวข้างต้นด้วยใจเป็นธรรม แล้วลองหาหนังสือคัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทของกลุ่มบริษัทอีพีเอ็มซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ ทอท. ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2557 ถึง ทอท. และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 โดย ทอท.ทำการศึกษาเองซึ่งแล้วเสร็จภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 2-3 เดือนเท่านั้น หลังจากเลิกจ้างกลุ่มบริษัทอีพีเอ็มมาอ่านดูก็จะรู้ความจริงว่าทำไมองค์กรต่างๆ และผู้รู้หลายคน รวมทั้งที่ปรึกษาของ ทอท.จึงคัดค้านการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บท และทำไม ทอท.จึงต้องการผลักดันที่จะก่อสร้างให้ได้แบบ “หัวเดียวกระเทียมลีบ” ไม่สนใจใยดีต่อคำคัดค้านจากทุกสารทิศ

มีบางคนชอบอ้างว่าจะต้องเร่งก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทเพราะ ทอท.ล่าช้ามานานแล้ว จะทำให้เตรียมการไม่ทันที่จะรองรับผู้โดยสารซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี คำกล่าวอ้างนี้ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ในขณะที่การขยายเทอร์มินัล 1 จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีครึ่งเท่านั้น

โดยสรุป การก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ที่ผิดแผนแม่บทจะมีประโยชน์เพียงแค่ช่วยลดความแออัดของผู้โดยสารที่เทอร์มินัล 1 เท่านั้น แต่ไม่ช่วยทำให้สนามบินสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีหลุมจอดเท่าเดิม อีกทั้งจะก่อให้เกิดปัญหามากมาย แล้วมันคุ้มกันหรือที่จะต้องใช้เงินถึง 42,000 ล้านบาท

เฮ้อ! บ้านนี้ เมืองนี้ ช่างวังเวงจริงหนอ"


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.