พายุ-หรือภัยจากอากาศ?


   

   ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์

มฤตยูจร (0) เดินอยู่ในราศีเมษ-8 กรกฎาคม 2565
ราหูจร (8) เดินอยู่ในราศีกรกฎ-22 กุมภาพันธ์ 2562
พฤหัสบดีจร (5) เดินอยู่ในราศีพิจิก 5 ตุลาคม 2561-30 ตุลาคม 2562
เสาร์จร (7) เดินอยู่ในราศีธนู-1 มีนาคม 2563
อังคารจร (3) เดินอยู่ในราศีมังกร ตั้งแต่ 26เมษายน 2561 และจะย้ายเข้าราศีกุมภ์วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561

    สัปดาห์นี้ขอพักการเขียนถึง ผลจากพฤหัสบดีจรเดินอยู่ในราศีพิจิกที่จะมีต่อการเมืองไว้ก่อน เพราะระยะอันใกล้นี้มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจทางชะตาจรของเมืองแทรกเข้ามาเกี่ยวกับพายุ-อากาศ-ไฟ-ควัน-แก๊ส หรือการระเบิด อันใดอันหนึ่ง หรือ อาจจะหลายอย่าง
    ย้อนกลับไปตั้งแต่ปลายปี 2560 ผู้เขียนจำได้ว่า เคยบอกบรรดาผู้ที่มีสัมภาษณ์ชะตาเมืองไปว่า ช่วงฤดูฝน ปี 2561 (เริ่ม 26 พฤษภาคม 2561-กรมอุตุนิยมวิทยา) จะอุดมไปด้วยพายุ ซึ่งจนถึงวันนี้สรุปผลได้ว่า หากไม่นับรวมร่องฝนที่มาตามฤดูกาลแล้ว ประเทศชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำจาก (หาง) พายุที่ผสมโรงมรสุมเข้ามา
     เริ่มตั้งแต่ 18-21 กรกฎาคม 2561 หางไต้ฝุ่นเซินติญมาเพิ่มน้ำในเขื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่งกระจาน เพชรบุรี และน้ำอูน สกลนคร
    ระหว่าง 23-24 กรกฎาคม 2561 อิทธิพลจากดีเปรสชันในทะเลจีนใต้ ทำให้ฝนตกหนักเทือกเขาตะนาวศรี (ระยะที่ฝนทำให้เขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยที่ลาวแตก) ผลคือต่อมาเขื่อนแก่งกระจาน เพชรบุรี และเขื่อนน้ำอูน สกลนคร ล้น
    ระหว่าง 15-19 สิงหาคม 2561 อิทธิพลดีเปรสชันทะเลจีนใต้ และ พายุโซนร้อนเบบินคา ทำให้ฝนตกหนัก ต้องเร่งระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน น้ำอูน ขุนด่านปรากการชล นครนายก และเขื่อนวชิราลงกรณ  กาญจนบุรี ชนิดที่ต้องเปิดทางน้ำล้นให้เห็นเป็นขวัญตามาเผยแพร่ผ่านคลิป จนผู้เขียนเองก็ไปดูที่เขื่อนขุนด่านฯ นครนายกกับเขาด้วย บอกได้คำเดียวว่างดงามมาก
     วันที่ 20-22 ตุลาคม 2561 อิทธิพลดีเปรสชันปลายแหลมญวนที่ขึ้นฝั่งมาสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำที่กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ก็นำฝนเข้ามา
     ปรากฏการณ์ที่อุดมไปด้วย (หาง) พายุนี้ อธิบายทางโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยาได้ว่า
    1.พระราหูจร (8) ซึ่งเป็นดาวธาตุลมใหญ่ (อธิกธาตุ) เดินรออยู่ก่อนแล้วที่ราศีกรกฎ (4 สิงหาคม 2560-22 กุมภาพันธ์ 2562)
    2.ครั้นตั้งแต่ 26 เมษายน 2561 พระอังคารจรซึ่งเป็นดาวธาตุลมขนาดเล็ก (อนุกธาตุ) เดินเข้าราศีมังกรเล็งกับพระราหูจร ลมเล็งลมจึงเป็น สื่อของการเกิดพายุ
    ทีนี้ปัญหาที่หางพายุเฉียดเข้ามาหลายลูกนั้น เกิดจากพระอังคารที่ตามปกติแล้วจรไปที่ไหนเดินอยู่ในราศีนั้นเดือนครึ่ง หรือประมาณ 45 วัน แต่การเดินเข้าอยู่ในราศีมังกรรอบนี้ กลับเดินหน้าถอยหลัง หรือเดินผิดปกติที่ทางโหรเรียก วิกลคติ อยู่ในราศีมังกรยาวนานระหว่าง 26 เมษายน-6 พฤศจิกายน 2561 ผลจึงเรียกหางพายุได้เป็นระยะๆ ตามอาการผิดปกติของพระอังคารในแต่ละช่วง
     ทีนี้เราควรจะนอนใจได้ไหมกับการที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศจะเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไปว่า พายุจะไม่เข้าอีก ข้อนี้ผู้เขียนปรึกษากับ โหรภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหรศาสตร์นานาชาติ ที่ทรงภูมิทางโหร แล้วเห็นว่า ยังนอนใจไม่ได้ โดยเฉพาะ ภาคใต้ทั้งสองฝั่ง ตามหลักโหรคือ
    ก.เป็นอันรู้กันทั่วไปว่าเมื่อฝนพื้นที่ด้านบนของประเทศลดลง ฝนจะไปตกทางภาคใต้แทน รวมทั้งการเข้ามาของพายุที่มี เกณฑ์โหรในระยะอันใกล้นี้คือ
    ข.หลังจากเดินผิดปกติในราศีมังกรมานาน ครั้นวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 พระอังคารจร (3) จะย้ายเข้าราศีกุมภ์ ซึ่งเป็นราศีธาตุลม กำลังลมของพระอังคารจะแรงเพิ่มขึ้น
     ค.พระอังคารจรที่กุมภ์รอบนี้ยังได้ อิทธิพลฤทธิโยคเต็มร้อย จากพระเสาร์จร (7) ที่กำลังเดินอยู่ในราศีธนู ซึ่งดาวจรสองดวงนี้ทำมุมถึงกัน สื่อให้เกิดพายุ
     ง.ด้วยปรากฏการณ์จากข้อ ข.-ค.นี่เอง ที่ในหนังสือศาสตร์แห่งโหรปี 2561 (หน้า 117) ผู้เขียนได้ทำนายว่าประมาณ 6 พฤศจิกายน 2561 หางดีเปรสชันอาจจะเข้าไทย (คงจะเริ่มก่อตัวปลายเดือนตุลาคม 2561) แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้ว เพราะมีแนวโน้มว่า อาจจะเป็นดีเปรสชัน หรือ สูงกว่านั้น เข้าไทยด้วยหลักโหรคือ
    ง.1 ช่วงดาวจะเปลี่ยนราศีเช่นที่พระอังคารกำลังจะย้ายนี้ เหตุการณ์ที่เกิดจะแรง ที่โหรแฉล้ม เลี่ยมเพ็ชรรัตน์ เปรียบเทียบไว้ว่า เหมือนนกจะบินขึ้น จะต้องออกแรงถีบตัวจากสิ่งที่เกาะ ซึ่งหลักนี้โหรภิญโญ พงศ์เจริญ ก็ยืนยันเช่นกัน ซึ่งกรณีนี้คือพายุ
    ง.2 ราศีกุมภ์ที่พระอังคารย้ายเข้าไปเป็นธาตุลม-แม้พระอังคารจะเป็นลมเล็ก (อนุกธาตุ) แต่ความแรงความแรงจะเพิ่มขึ้น
     ง.3 อย่าลืมว่า ก่อนวันที่ 5 ตุลาคม 2561 นั้นพฤหัสบดีจร (5) หัวหน้าดาวดีเดินอยู่ในราศีตุล คุ้มครองลัคนาเมืองได้เต็มที่ เหตุการณ์ด้านร้ายต่างๆ ที่เกิดสามารถลดความรุนแรงลง แต่หลังจาก 5 ตุลาคม 2561 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ พฤหัสบดีจรเดินในราศีพิจิก-ภพมรณะดวงเมืองคุ้มครองชะตาเมืองได้น้อย จึงอาจจะมีความเสียหาย (มรณะ) จากน้ำที่ลมพามาอย่างผิดสังเกต (ราศีพิจิกที่พฤหัสบดีเดินอยู่เป็นราศีธาตุน้ำ)
    ง.4 อีกนัยหนึ่ง นอกจากพายุ-น้ำ ที่ อาจจะเกิดแล้ว เมืองต้องระวังอีกปรากฏการณ์หนึ่งจากพระอังคารจรราศีกุมภ์ทำมุมพิเศษฤทธิโยคถึงพระอังคารดวงเดิม (๓) ที่ราศีพฤษภคือ ภัย ด้านอากาศ แก๊ส ไฟ ควัน ระเบิด ตามโฉลก-ภุมโม (พระอังคารจรต้อง)ภุมมะ (พระอังคารดวงเดิม) ต้องกันนั้น จะเกิดการกลีกลำภัย อันตรายราวี ห่อนมีสุขใจ เรือนโรงร้านไฟ และไฟจะฟอนอาตมา..
    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางปรากฏการณ์หรือหลายปรากฏการณ์ ผู้เขียนเชื่อว่าจะมีเรื่องแปลกๆ-ประหลาดแทรกอยู่ (มฤตยูทับลัคนาเมือง) สำคัญคือไม่ต้องกลัวมาก เพราะถึงอย่างไรพระอังคารซึ่งตัวแทนเมือง (ตนุลัคน์) เมื่อเดินเข้าราศีกุมภ์ซึ่งคือภพที่ สิบเอ็ด-ลาภะ-โชคลาภ และ ความสำเร็จของเมือง ไม่ว่าจะเกิดอะไรร้ายก่อน (ตามประสาบาปเคราะห์) แต่เมืองจะมีอะไรดีๆ ตามมา 
    ขอเพียงแต่อย่าประมาทกันเท่านั้นเอง เหมือนที่บอกไว้ (ในแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 236) ว่า ช่วงพฤหัสบดีจรเดินอยู่ในราศีพิจิก เราต้องช่วยหัวหน้าเทวดาประจำเมืองฟันฝ่ากันอีกรอบให้ถึง 21 เมษายน 2562.

                  
แม่หมอสมัครเล่นตอนที่245    โดยฟองสนาน จามรจันทร์


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?