สหรัฐตัดสิทธิ GSP สินค้าไทยอีก 11 รายการ


เพิ่มเพื่อน    

 

สหรัฐฯ ประกาศผลพิจารณาทบทวนโครงการ GSP ปี 60 ตัดสิทธิสินค้าไทยรวม 11 รายการ เหตุมีส่วนแบ่งตลาดและมีมูลค่าส่งออกเกินเกณฑ์ที่กำหนด มีผล 1 พ.ย.61 เป็นต้นไป “พาณิชย์”ยันไม่กระทบการส่งออก 

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2561 ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกประกาศผลการพิจารณาโครงการทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ประจำปี 2560 (Annual GSP Product Review) โดยได้ตัดสิทธิ GSP สินค้าจาก 15 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนติน่า เบลิซ บอสเนีย บราซิล เอกวาดอร์ อียิปต์ ฟอล์กแลนด์ อินโดนีเซีย คาซัคสถาน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สุรินัม ตุรกี อินเดีย และไทย รวม 86 รายการ เนื่องจากมีการนำเข้าไปยังสหรัฐฯ เกินมูลค่าเพดานที่กำหนด 180 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีส่วนแบ่งตลาดเกินกว่า 50% ขึ้นไป ซึ่งได้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2561 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ในการตัด GSP ดังกล่าว มีสินค้าไทยถูกตัดสิทธิรวม 11 รายการ ได้แก่ 1.ดอกกล้วยไม้สด 2.ทุเรียนสด 3.มะละกอตากแห้ง 4.มะขามตากแห้ง 5.ข้าวโพดปรุงแต่ง 6.ผลไม้/ถั่วแช่อิ่ม 7.มะละกอแปรรูป 8.แผ่นไม้ปูพื้น 9.เครื่องพิมพ์ 10.เครื่องซักผ้า 11.ขาตั้งกล้องถ่ายรูป ซึ่งในจำนวนนี้ มี 10 รายการ ที่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% และ 1 รายการ คือ เครื่องซักผ้า มีมูลค่าการนำเข้าเกิน 180 ล้านเหรียญสหรัฐ
“กรมฯ ได้พิจารณามูลค่าการใช้สิทธิ GSP ของสินค้าทั้ง 11 รายการ พบว่า ปี 2560 มีการใช้สิทธิรวม 46 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 1.11% ของมูลค่าการใช้สิทธิ GSP สหรัฐฯ ทั้งหมด โดยปี 2560 ไทยได้ใช้สิทธิ GSP ส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 4,150.59 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้าที่ได้รับสิทธิกว่า 3,400 รายการ ซึ่งการถูกตัดสิทธิ GSP ไม่กระทบต่อการส่งออก เพราะอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ระหว่าง 1-8% ซึ่งไม่ได้มาก และที่สำคัญ สินค้าไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ถึง 10 รายการ โดยมั่นใจว่าจะส่งออกไปได้ต่อเนื่อง และที่ผ่านมา สินค้าที่ถูกตัด GSP ไปแล้ว ก็ยังส่งออกได้เพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ส่วนเครื่องซักผ้า ก็ไม่กระทบ เพราะภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 1% เท่านั้น”นายอดุลย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณาของกรมฯ พบว่า สินค้าขาตั้งกล้อง มีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ เพียงแค่ 19.8% เท่านั้น ไม่ได้เกิน 50% ตามที่สหรัฐฯ ระบุ ซึ่งกรมฯ จะประสานไปยังสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ให้หารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องสหรัฐฯ ต่อไป และยังได้เตรียมที่จะขอคืนคืน GSP ให้กับสินค้าไทยที่ได้ถูกตัดสิทธิไปแล้ว โดยหากพบว่า มีมูลค่าส่งออกไม่เกิน 185 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่วนแบ่งตลาดไม่เกิน 50%

นายอดุลย์กล่าวว่า ในการตัดสิทธิ GSP ของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีประเทศผู้ส่งออกรายสำคัญที่เป็นคู่แข่งของไทยในตลาดสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสิทธิด้วย เช่น อินเดีย 50 รายการ บราซิล 14 รายการ เอกวาดอร์ 4 รายการ อาร์เจนติน่า 3 รายการ ฟิลิปปินส์ 3 รายการ และอินโดนีเซีย 1 รายการ ซึ่งมีสินค้าสำคัญที่ไทยจะสามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าของคู่แข่งได้ เช่น ปลาดาบแช่เย็นแช่แข็ง (เอกวาดอร์) พรมถักด้วยมือ (อินเดีย) ผักสดและผลไม้ปรุงแต่ง (อินเดีย) เป็นต้น


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน